
เศรษฐกิจจีนจะเดินหน้า ไฟฟ้าต้องมั่นคง
คงไม่จำเป็นต้องเกริ่นนำว่า เศรษฐกิจของจีนเติบโตไปรวดเร็วเพียงใด เพราะข่าวคราวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ
คงไม่จำเป็นต้องเกริ่นนำว่า เศรษฐกิจของจีนเติบโตไปรวดเร็วเพียงใด เพราะข่าวคราวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ นั้น ก็ช่วยยืนยันให้เห็นภาพชัดเจนแล้วว่า จีนคือหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่มีโอกาสจะก้าวขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งของโลกในเร็ววันนี้ ซึ่งนั่นจะทำให้จีนเป็นเหมือนยักษ์ใหญ่ที่มีอำนาจและมีพละกำลังมหาศาล แต่ก็ต้องกินเยอะและใช้จ่ายเยอะเช่นกัน
สิ่งแรกเลยที่เราจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจก่อน ก็คือว่าจีนเติบโตได้ด้วยภาคการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นเมื่อจีนโตไม่หยุดแบบนี้ ทำให้มีความต้องการทรัพยากรต้นทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล วัตถุดิบ แร่ธาตุ และพลังงานจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องยากที่จีนจะลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลง
นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว การขยายตัวของชุมชน ก็ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากจำนวนครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังจะต้องมีการขยายระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อรองรับการเดินทางอีกด้วย ตัวอย่างคือ รถไฟความเร็วสูง การขับเคลื่อนต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ผลจากนโยบายนี้ทำให้บรรดาเมืองเอกของจีนมีประชากรหนาแน่นขึ้น แม้อาคารที่พักอาศัยจะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงค่านิยมของผู้คนหนุ่มสาวสมัยใหม่ นิยมอาศัยอยู่ในคอนโดที่มีความสะดวกสบาย ครบครันด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่มากมาย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่เกิดจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของจีน
แม้จะมีเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าและเหมืองถ่านหินเป็นของตนเอง แต่จีนก็ยังประสบกับปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ตัวอย่างคือเมืองอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของจีนนั้น ตั้งอยู่ทางตะวันออกและทางตอนใต้ของประเทศ เพราะมีทางออกสู่ทะเล แต่อยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญ อย่างเขื่อนและเหมืองแร่ จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาเมืองอุตสาหกรรมเหล่านั้น จะต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ
กว่า 2 ใน 3 ของการผลิตไฟฟ้าในจีน ยังคงได้มาจากเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นหลัก ซึ่งก็มีทั้งถ่านหินในประเทศและที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วจีนก็ยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ไม่น้อยเช่นกัน โดยจะได้มากจากเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ กังหันลม และแสงอาทิตย์
แม้ว่าจะมีพลังงานหมุนเวียนอยู่มาก แต่แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง ห่างไกลชุมชน ในขณะที่การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม คือพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง กลับอยู่ทางฝั่งตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ดังนั้นพื้นที่เหล่านั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงหลักจำพวกถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็มีความพยายามที่จะเชื่อมเอาพลังงานหมุนเวียนจากเขตตะวันตกเข้ามายังเขตอุตสาหกรรม รวมถึงมหานครเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง เพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
จีนคงไม่ได้มองเพียงการใช้พลังงานในประเทศ เพื่อการบริโภคระยะสั้นเท่านั้น แต่กลับมองไปที่การสร้างความมั่นคงระยะยาว ซึ่ง ณ เวลานั้นทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศอาจไม่เพียงพอแล้วก็อาจเป็นได้ ดังนั้นจีนจึงต้องออกไปเสาะแสวงหาทรัพยากร ในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่ยังขาดเทคโนโลยีและเงินทุน ดังเช่นข่าวคราวที่มักจะพบเห็นได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นการที่จีนเข้าไปสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ด้วยการลงทุนสร้างรางรถไฟ หรือแม้แต่สร้างเขื่อนให้ฟรี เพื่อแลกกับสิทธิต่างๆ เช่น การเข้าไปสร้างชุมชนการค้าจีน หรือแลกกับสัมปทานด้านพลังงาน นั่นก็เพราะจีนมองไปข้างหน้า และเห็นว่าทรัพยากรในประเทศของเขาอาจไม่เพียงพอ จึงต้องเสาะแสวงหาพื้นที่ เขาจึงต้องแสวงหาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ซึ่งสิ่งที่จีนกำลังทำอยู่ตอนนี้ นั่นก็คือการแสวงหาแหล่งพลังงานในต่างประเทศ ก็น่าคิดเหมือนกันว่า ถ้าวันหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่เคยขายก๊าซฯ หรือขายไฟฟ้าให้ไทย เกิดเปลี่ยนใจไปขายให้ยักษ์ใหญ่อย่างจีนขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น แล้วถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ประเทศไทยเราจะทำอย่างไร







