
อยู่ดีกินดีที่ โซเนวาคีรี เกาะกูด
สโลว์ ลิฟวิ่ง คือ ปรัชญาในการใช้ชีวิต การกินอยู่ที่ โซเนวาคีรี เกาะกูด อันแสดงออกด้วยวัฒนธรรมการเดินเท้าเปล่า ไม่มีหนังสือพิมพ์ และช่องโทรทัศน์ใดๆ ให้ติดตามข่าวสาร
โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล/ภาพ ปณิฏา สุวรรณปาล
สโลว์ ลิฟวิ่ง คือ ปรัชญาในการใช้ชีวิต การกินอยู่ที่ โซเนวาคีรี เกาะกูด อันแสดงออกด้วยวัฒนธรรมการเดินเท้าเปล่า ไม่มีหนังสือพิมพ์ และช่องโทรทัศน์ใดๆ ให้ติดตามข่าวสาร เพื่อให้ทุกท่านได้พักผ่อนในรูปแบบง่ายๆ เงียบๆ โดยเวลาของรีสอร์ทจะเร็วกว่าเวลาปกติในเมืองไทย 1 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้สุขสันต์กับวันพักผ่อนกันได้เต็มที่
นอกเหนือจากที่พักที่ออกแบบเลียนแบบธรรมชาติ และใกล้ชิดธรรมชาติอย่างที่สุด (เรียกว่า มีสารพัดสัตว์มาเยี่ยมเยือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น นก แมลง จิ้งจก ตุ๊กแก ปูทะเล และแม้กระทั่ง แมว) อาหารการกินของที่นี่ก็ยังสร้างสรรค์ประสบการณ์ความอร่อยแบบไม่เหมือนที่ไหน ทั้งด้านประสบการณ์ที่แปลกใหม่ รวมทั้งเน้นปรัชญาสโลว์ฟู้ด รวมถึงอาศัยวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ไม่ว่าจะชื่นชอบการรับประทานแบบโรแมนติกเป็นส่วนตัว ดินเนอร์สุดหรูบนชายหาด รับประทานอาหารบนต้นไม้ หรือหากอากาศดีๆ ก็สามารถจะไปปิกนิกด้วยผักและผลไม้สดจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของรีสอร์ทก็ยังได้
ลืมตาตื่นขึ้นมามื้อเช้า ไปกินข้าวที่ เดอะ ไดนิงรูม (The Dining Room) อิ่มอร่อยในบรรยากาศผ่อนคลายตามแบบไทยๆ มีทั้งที่นั่งแบบขันโตก เตียงเดย์เบดนั่งสบาย และแบบโต๊ะอาหารทำจากไม้ รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่งดงามของต้นไม้ เริ่มต้นวันด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าแบบดูดีมีสุขภาพ มีทั้งวีทกราส เสิร์ฟแบบสดใหม่แก้วต่อแก้ว นมออร์แกนิกส์หลากหลายชนิด ทั้งนมวัว นมถั่วเหลือง นมข้าว นมจากถั่วชนิดต่าง รวมถึงน้ำผลไม้หลายชนิด
มื้อเช้าใครๆ ก็ต้องนึกถึงจานไข่ ที่นี่เสิร์ฟไข่ออร์แกนิกส์หลากหลายเมนูอาหารเช้า ทั้งเอ้กเบเนดิกต์ หลากหลายรูปแบบ (ตามสั่ง) นอกจากนี้ยังมีพิซซ่าอบจากเตาถ่านหินลาวา สเตชั่นอาหารง่ายๆ อย่างก๋วยเตี๋ยว ขนมจีบซาลาเปา แต่ห้องที่หัวบันไดไม่แห้งเลย ได้แก่ ห้องโคลด์คัต ที่มีทั้งแฮม ซาลามี่ เป็ดรมควัน รวมไปถึงชีส น้ำผึ้ง ซอสหลากชนิด และแยมต่างๆ ที่โซเนวาคีรีผลิตขึ้นเองไว้คอยบริการ
ห้องนี้เรียกว่า โซ แดรี่ (So Dairy) ที่อยู่ระหว่างการทดลองทำเนยแข็งเอง โดยใช้สูตรและคำแนะนำของ Marijke Booij เจ้าของและผู้บริหารโรงงงานผลิตชีส “Kaasboerderij Booij” ชื่อดังใน Streefkerk ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เคยมาเยือนโซเนวาคีรี นอกจากชีส อย่าง ครีมชีส คอทเทจชีส ริคอตต้าชีส เฟต้าชีส แล้วผลิตภัณฑ์นมที่โซเนวาคีรีผลิต ไม่ว่าจะเป็น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ต ล้วนใช้นมสดจากแม่วัวสายพันธุ์ดัตช์ที่เลี้ยงที่ภาคเหนือของไทย
สเตชั่นรอว์ฟู้ดบาร์ เต็มไปด้วยพืชผักออร์แกนิกส์ที่เลือกสั่งปรุงกันได้ตามชอบ พร้อมน้ำสลัดปรุงสดใหม่ตามสั่งเช่นเดียวกัน แถมยังมีเกลือแนวอาร์ติซาน ให้เลือกเสริมรสชาติสลัดได้ตามชอบอีกด้วย ส่วนผลไม้ปิดท้ายมื้อ เน้นผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาล เรียกว่า ไม่ต้องเดินทางมาไกลจึงสดใหม่แน่นอน
ระหว่างวันใครจะเลือกทำกิจกรรมต่างๆ อย่าง ไปเที่ยวชมเกาะกูด ไปดำน้ำ ชมสวนออร์แกนิกส์ของรีสอร์ท หรืออื่นๆ หากทว่ามื้อกลางวันรอคอยอยู่ที่ เอฟเวอร์ โซเนวา หรือเมนบาร์ (Ever SonevaMain Bar) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน บริการอาหารจานเดียวทั้งไทยและนานาชาติ เรียกว่ามีตั้งแต่ กุ้งห่มผ้า ยำเนื้อมะเขือเปราะ ไปจนถึงสปาเกตตี ลาซานญา สเต๊กเนื้อ และอื่นๆ เมนบาร์บรรยากาศสบายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเบาะผ้าสีสันสดใส มีบริการเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ตลอดทั้งวันด้วย
ใครต้องการใกล้ชิดติดทะเล อาจเลือกอิ่มมื้อกลางวันที่ เดอะ บีช (The Beach) โดยขับรถบั๊กกี้ไฟฟ้าส่วนตัว (มีให้บริการทุกห้องพัก) ไปยังชายหาดขาวสะอาดและเงียบสงบของรีสอร์ทได้ในเวลาไม่นาน บนชายหาดมีที่นั่งแสนสบาย พร้อมเตาถ่านหินสำหรับปิ้งย่าง ที่เดอะ บีช เน้นอาหารง่ายๆ อย่างอาหารทะเลปิ้งย่าง พิซซ่าหน้าต่างๆ ไปจนถึงสเต๊ก และเนื้ออบแบบอิ่มๆ ก็มีเสิร์ฟ
ยามบ่ายอย่าให้ท้องว่าง พาตัวเองมาที่ข้างๆ เมนบาร์ โซ สปิริตเทต (So Spirited) ร้านตั้งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นทั้งผืนป่าฝนและท้องทะเล ทุกคนสามารถแวะมาดื่มเครื่องดื่มนานาชนิด หรือลิ้มลองไอศกรีมและซอร์เบต์กว่า 60 รส อร่อยหวานเย็นที่ โซชิลด์ (So Chilled) ไปพร้อมๆ กับชมพระอาทิตย์ตกดิน
ติดๆ กับยังมีห้อง โซ ช็อกโกโฮลิก (So Chocoholic) ที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลตระดับพรีเมียมจากทั่วโลก ตั้งแต่จากรสชาติอ่อนละมุน ไปจนถึงชนิดเข้มข้นเบลนด์ 95% ทีเดียว ในห้องนี้ยังมีมูส คุกกี้ เครื่องดื่ม และทรัฟเฟิล ที่ทำจากช็อกโกแลต ของหวานชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารัก อย่าง มาการอง และอื่นๆ ให้เลือกชิมอีกด้วย
มาถึงมื้อค่ำต้องกางตารางชมนิดนึงว่าคืนไหนมีอะไรบ้าง...จะเลือก “เอเชียนสตรีท ดินเนอร์” ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ของห้องอาหารเดอะ ไดนิงรูม ที่อลังการไปด้วยอาหารเอเชียมากมายเสิร์ฟในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ ทั้งเมี่ยงคำ ทอดมัน อาหารทอด อาหารผัด แกงถั่วอินเดีย เสิร์ฟพร้อมแป้งนาน พร้อมของหวานอีกมากมาย (หรือจะเก็บกระเพาะหวานไว้รับประทานไอศกรีมกับช็อกโกแลต ก็เสิร์ฟถึง 23.00 น.)
ค่ำไหนอยากชมพระอาทิตย์ตกดิน ก็ขับบั๊กกี้ไปกินที่ห้องอาหาร เดอะ วิว (The View) ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นที่สร้างบริเวณที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยที่สุดแห่งหนึ่งของรีสอร์ท ร้านนี้ปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่และใช้เทคนิคการปรุงที่หลากหลาย ทั้งวิธีที่เรียบง่ายและวิธีที่ทันสมัย ปรับเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาลและตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่มีขายในตลาด โดยเน้นเสิร์ฟเป็นคอร์ส เปิดเฉพาะมื้อค่ำเท่านั้น
นอกจากนี้ สำหรับคนที่ชื่นชอบการสัมผัสประสบการณ์พิเศษ อาจเลือกเป็นหนึ่งในแปดของแขกที่จะได้รับประทานอาหารที่ Chef’s Table โดยเลือกเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำก็ได้ ซึ่งนอกจากอาหารมื้อสุดพิเศษจะเตรียมและเสิร์ฟที่ Chef’s Table แล้ว ทุกท่านยังจะได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารจากบรรดาเกจิที่กำลังง่วนอยู่ในครัวได้อีกด้วย
เสียดายช่วงที่ไปอากาศไม่ใคร่ดีนัก จึงพลาดร้านอาหารซิกเนเจอร์ อย่างร้านคุณเบนซ์ (Benz’s) ที่เป็นเรือนไม้ทรงไทยคลาสสิก ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าโกงกางริมคลองยายกี๋ บริการอาหารไทยที่สะท้อนปรัชญาชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้จากในท้องถิ่น โดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ จากชาวประมงท้องถิ่น หรือผู้เลี้ยงในเกาะ รวมถึง Tree Pod Dining ที่พาคนขึ้นไปรับประทานอาหารบนระดับความสูงถึง 16 ฟุต หรือประมาณ 5 เมตรจากระดับพื้นดิน โดยมีบริกรที่มีความเชี่ยวชาญการโรยตัวโหนสลิงมาเป็นผู้เสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่ม และอำนวยความสะดวกระหว่างมื้อ
ก่อนกลับ อย่าลืมปิดท้ายด้วยไอศกรีมอร่อยๆ เย็นใจ หรือน้ำช็อกโกแลตเย็นๆ สักช็อต...อื้ม ชีวิตดี!







