บุญข้าวประดับดิน วังเวียง
ฤๅจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้การไปเที่ยววังเวียงแบบไร้แผนไปตรงกับงานบุญใหญ่ของชาวลาว
โดย...แรมสองค่ำ
ฤๅจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้การไปเที่ยววังเวียงแบบไร้แผนไปตรงกับงานบุญใหญ่ของชาวลาวที่เรียกว่า “บุญข้าวประดับดิน” ทำให้ได้ร่วมงานสำคัญของปีโดยมิได้คาดหมาย
งานบุญข้าวประดับดินแสดงถึงความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างไทยและลาวได้ชัดเจน เพราะคนสองชาติต่างมีความเชื่อเหมือนกัน กล่าวคือ ทั้งคนลาวและคนไทยอีสานต่างเชื่อว่าวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี เป็นวันที่ประตูนรกปล่อยให้ผีออกมาเยี่ยมญาติบนโลกมนุษย์ ทำให้คนบนโลกจัดงานบุญทำทานทำกุศลไปให้ญาติผู้ล่วงลับและผีไร้ญาติทุกตน พิธีกรรมนี้จึงดำเนินไปพร้อมๆ กันทั้งลาวและไทย
ตัวเมืองวังเวียงมีวัดหลายแห่ง เช่น วัดธาตุ วัดกลางหรือวัดคัง วัดสีสุมังคลาราม ไล่เรียงตั้งแต่เหนือลงใต้ตามลำดับ ซึ่งวัดที่ผู้เขียนมีโอกาสเข้าร่วมพิธีคือวัดคัง วัดที่อยู่ใจกลางเมืองวังเวียงที่สุด แต่ทั้งนี้ทุกๆ วัดก็มีงานบุญข้าวประดับดินเช่นกัน ซึ่งบ้านไหนใกล้วัดใดก็จะไปทำบุญวัดนั้น
ชาวบ้านจะตระเตรียมข้าวปลาอาหารก่อนงานบุญ 1 วัน ประกอบด้วยของคาว ของหวาน ผลไม้ ดอกไม้ (ดอกอะไรก็ได้ที่หาได้แถวบ้าน) ปัจจัย และที่ขาดไม่ได้คือข้าวเหนียว จัดไว้บนสำรับพร้อมปักกระดาษที่เขียนชื่อญาติผู้ล่วงลับไปแล้วให้ครบถ้วน
พิธีกรรมจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้ง ชาวบ้านจะเดินไปบริเวณวัดนำข้าวเหนียวไปวางไว้ตามพื้นดิน ต้นไม้ใหญ่ หรือกำแพงวัด เพื่อให้ผีรับไปกิน บางคนอาจทำที่บ้านคือวางข้าวเหนียวไว้ตามมุมรั้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกบ้านจะต้องเดินไปวัดในช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเช้า พร้อมสำรับอาหารที่เตรียมไว้ เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์รับแล้วท่านจะอ่านรายชื่อที่เขียนไว้บนกระดาษ อุทิศบุญกุศลไปยังผู้ล่วงลับเหล่านั้นโดยตรง และเมื่อชาวบ้านหนาตาจนแน่นวิหารพระสงฆ์จะเริ่มพิธีกรรม โดยบทสวดเหมือนของไทยแทบทุกคำ ไม่ว่าจะเป็นบทมะโน และคำอาราธนาศีล 5 ยกเว้นการเว้นวรรคคำบางบทที่ต่างออกไป ทำให้เสียงคนไทยในหมู่ชาวลาวกลมกลืนเป็นเสียงเดียวกัน
เมื่อพิธีในวิหารเสร็จสิ้น ชาวบ้านจะเดินไปใส่บาตรด้านนอก ซึ่งสำรับอาหารจะเป็นคนละชุดกับที่ถวายให้บรรพบุรุษ จากนั้นข้าวเหนียวที่เหลือจากการใส่บาตรจะนำไปวางไว้ตามพื้นดิน กำแพงวัด ระเบียงวัด ตลอดจนในปากพญานาคระเบียงบันได
พิธีกรรมดำเนินไปอย่างสงบเงียบ ถ้าตัดเสียงดนตรีที่ทางวัดเปิดออกไปก็แทบไม่มีเสียงคุยกันของชาวบ้านเลย ทุกอย่างเนิบช้าไม่ผิดจากสายหมอกที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่เหนือแม่น้ำซอง อีกทั้งพิธีกรรมยังดูสวยงามยิ่งเมื่อหญิงนุ่งซิ่น เฉียงสไบ และชายก็ใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง พาดผ้าไหล่มาทุกคน ดูแล้วแยกไม่ออกเลยว่างามอย่างลาวกับงามอย่างไทยนั้นต่างกันอย่างไร เพราะหากวัยรุ่นไทยเข้าวัดแล้วแต่งกายด้วยผ้าซิ่น เสื้อแขนยาว สะพายสไบเหมือนย่ายายที่ทำกันมา มันก็ไม่ต่างจากวัยรุ่นวังเวียงที่เห็นในวัดเลย
การเดินทางไทยวังเวียง
บขส.มีบริการรถโดยสารระหว่างประเทศเส้นทางอุดรธานีหนองคายวังเวียง ขาไปรถออกจากอุดรธานีทุกวัน เวลา 08.30 น. แวะรับผู้โดยสารที่หนองคาย เวลา 10.00 น. และขากลับรถออกจากวังเวียงทุกวัน เวลา 09.00 น. โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม.
ค่ารถขาไปราคา 320 บาท ส่วนขากลับต้องซื้อตั๋วตามโรงแรมที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ราคาจะต่างกันเล็กน้อย แต่ราคาที่ดีที่สุดคือ 100,000 กีบ หรือ 400 บาท
ลักษณะรถเป็นรถทัวร์ชั้นเดียว มีคนขับคนไทย 1 คน และผู้ดูแลรถคนไทย 1 คน สอบถามบริษัท ขนส่ง โทร. 02-936-2852-66


