
ไม่มีจดหมายถึงบ.ก.
หลังจากมีผู้สร้างสรรค์วิธีการรณรงค์หาทุนให้กับสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงโดยใช้น้ำแข็งราดตัว
โดย...ภัทระ คำพิพทักษ์
หลังจากมีผู้สร้างสรรค์วิธีการรณรงค์หาทุนให้กับสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงโดยใช้น้ำแข็งราดตัว แล้วส่งคำท้าให้คนที่รู้จักได้ร่วมโครงการ โดยคนถูกท้าต้องใช้ถังน้ำแข็งราดตัวและบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือที่เรียกว่า เอแอลเอส ไอซ์ บัคเก็ต ชาเลนจ์ (ALS Ice Bucket Challenge) ได้แพร่หลายไปทั่วโลก ก็ได้มีผู้นำวิธีการรณรงค์แบบนี้ไปปรับใช้อย่างน่าสนใจหลายประการ เช่น ในอินเดีย มีผู้นำรูปแบบนี้ไปใช้รณรงค์เพื่อให้มีการบริจาคข้าวสารเพื่อช่วยคนอดอยาก ฯลฯ
ใครบางคนปรับมาใช้เป็นการบอกเล่าหนังสือ 10 เล่ม ที่มีอิทธิพลต่อความคิดความอ่าน หรือภาพยนตร์ 10 เรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ
กลวิธีก็ง่ายๆ คือ บอกเล่าเรื่องเหล่านั้นของเรา แล้วส่งคำเชิญไปยังคนอื่นๆ เพื่อให้คนเหล่านั้นได้แชร์ หนังสือที่เขาอ่าน ภาพยนตร์ที่เขาดู ซึ่งจะทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้แง่มุมที่อาจจะไม่เคยนึก ได้แง่คิดที่อาจจะมองข้าม
เป็นการส่งต่อประทีปทางปัญญา ละความหฤหรรษ์ด้วยวิธีง่ายๆ และทรงพลัง
จะว่าไปมันก็เป็นการใช้พลังของโซเชียลมีเดียในทางบวก ก็ดีกว่าใช้ด่าว่ากันล่ะครับ
เอาเข้าจริงสำหรับคนที่อ่านหนังสือ มีหนังสือเป็นมิตรเป็นประทีปส่องทางมาตั้งแต่เยาว์วัยแต่ละคนไม่ได้มีหนังสือแค่ 10 เล่มเท่านั้นที่มีอิทธิพลต่อชีวิต น้องคนหนึ่งบอกว่าหนังสือที่มีผลต่อความคิดจิตใจของเขานั้นแบ่งได้ตามช่วงวัยซึ่งเป็นความจริงทีเดียว
หลังจากเล่าเรื่อง 10 อันดับหนังสือในชีวิตของตัวเองไปแล้ว ผมก็ยังนึกถึงอีกหลายๆ เล่มที่ไม่ได้บอกกล่าวออกไป หนึ่งในนั้นคือ หนังสือชื่อ “หนึ่งถ้วยกาแฟ” ของ “คนเดิม”
หนึ่งถ้วยกาแฟ เป็นชื่อคอลัมน์ในนิตยสารเปรียว ในยุค 20 กว่าปีก่อน
ยุคที่เรายังซื้อนิตยสารอ่าน มีคอลัมนิสต์เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่บ่นผ่านเฟซบุ๊ก ไม่ใช่เอาเรื่องความว้าวุ่น ความไม่ลงตัวในชีวิตของเราไปสร้างให้เราเป็นป๊อบสตาร์ได้ทางคลับฟรายเดย์ ฯลฯ
ชั้นเชิง ประสบการณ์ชีวิต ตลอดจนวุฒิภาวะของคุณคนเดิม ที่ได้ตอบจดหมายจากผู้อ่านถึงเขียนมาถามนั้น มีตั้งแต่ปัญหาชีวิตรัก เกย์ แอลบี ความงาม ความเศร้า ความเหงา ปัญหาครอบครัว ปัญหาการงาน ฯลฯ นั้น ทำให้คอลัมน์นี้มีเสน่ห์มาก อาทิ มีเด็กสาวที่ไม่ชอบนุ่งกระโปรงเขียนมาปรึกษาว่า จะทำอย่างไรดีเพราะเธอไปเจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งไปกับเพื่อนที่เป็นหญิงเต็มตัวแล้ว หลงเสน่ห์เจ้าหนุ่มนั้นเต็มเปา ตอนนี้เธอแย่แล้วเพราะอยากเป็นผู้หญิงหวานๆ กับเขามั่ง และเธอไม่อยากให้ใครมองว่าเธอเป็นเด็กๆแก่นๆ อีกแล้ว
คุณคนเดิมตอบว่า ซอคราตีสเคยแนะนำว่า ยารักษาโรครักแรกพบที่ดีที่สุด คือ “จงมองดูให้ดีเป็นครั้งที่สอง” ถ้านุ่งกางเกงแล้วมันสะดวกก็นุ่งไปเถอะ ไม่ว่าจะนุ่งกระโปรงหรือกางเกง ถ้าเป็นผู้หญิงมันก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ เรื่องเป็นเด็กนั้นอย่ากังวลเลยเพราะถ้าเป็นเด็กแล้วจะให้คนอื่นมองว่าเราเป็นผู้ใหญ่ไปได้อย่างไร และอย่าเสียใจกับเรื่องนี้ เพราะ “คุณอย่าเพิ่งรีบร้อนจากวัยนี้ไป มันเป็นช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดของชีวิต ดึงเกมไว้ให้นานที่สุด”
ว้าว...ลึกซึ้ง คมคาย และมีเสน่ห์ไหมเล่าครับ
เมื่อมีผู้เขียนจดหมายมาถาม ว่า “ช่วยบอกทีสิฮะว่าทำอย่างไรถึงจะมีผู้ชายที่ทั้งหล่อ เท่ รวย อุ๊ย...ที่เรียกว่าเทพบุตร จะหาได้ที่ไหน...” คุณคนเดิมก็ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ยาก ให้ “ต่อโลงแก้วเข้า เอาไปไว้ในป่า แล้วนอนหลับตาทำเป็นตาย ประเดี๋ยวเจ้าชายก็จะขี่ม้าขาวมาเอง แต่ไม่ใครรับประกันได้ว่า เจ้าชายนั้นจะไม่ขาโค้ง ตาเหล่ และหูตึง”
อั๊ยย่ะ...
ด้วยความก้าวหน้าและความใจเร็วของผู้คน สมัยนี้แทบจะไม่มีจดหมายถึง บ.ก.หรือคอลัมนิสต์อีกแล้วและไม่น่าจะไม่มีหนังสือแบบหนึ่งถ้วยกาแฟอีกแล้ว ขณะที่ในเฟซบุ๊กส่วนใหญ่ก็มีแต่คนแชร์และกดไลค์เนื้อหาของคนอื่น น้อยนักที่จะสร้างเนื้อหาของตัวเอง
การเล่าเรื่อง 10 หนังสือในชีวิต จึงเป็นเรื่องน่าสนใจและการรู้จักใช้นิวมีเดียให้เป็นประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่น่าคิด
ของทุกอย่างมีคม รู้จักใช้ให้ดีก็มีคุณเป็นอนันต์ได้เหมือนกัน







