
มนุษย์คือผู้สร้าง ไม่ใช่ผู้ทำลาย
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
จากสาวนักฆ่านิกิต้า ไม่น่าเชื่อว่าผู้กำกับสายเลือดฝรั่งเศส “ลุค แบสซอง” จะยังคงหลงใหลเรื่องราวของหญิงสาวธรรมดาๆ ที่พลิกผันมาเป็นหญิงสาวที่ต้องมีชีวิตอยู่ในวงจรของการฆ่า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
หลังจากผมดูภาพยนตร์เรื่อง “Lucy” ผลงานการเขียนบทและกำกับการแสดงเรื่องล่าสุดของชายหนุ่มคนนี้จบลง ผมถึงกับตั้งคำถามกับตัวเองมากมาย “เขาต้องการสื่อถึงความหลงใหลของเขาด้วยภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยอะไรกันแน่?” “อะไรคือแก่นสารสาระสำคัญที่คนดูจะได้รับ?” “เขาได้เน้นย้ำถึงแก่นสารสาระสำคัญนั้นๆ ได้อย่างดีพอหรือเปล่า?” “แล้วทำไมคนดูถึงยังต้องมานั่งตีความกับภาพอันซับซ้อนที่เขาได้นำเสนอ ทั้งๆ ที่คนดูควรจะได้รับแก่นสารสาระสำคัญอย่างชัดเจนและเข้าถึง เพื่อที่จะได้ตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่ มิใช่งุนงงจนต้องมานั่งตีความแล้วทึกทักเอาเองว่า อ๋อ ผู้กำกับคงต้องการสื่อสารแก่นสารสาระสำคัญแบบนี้นี่เอง?”
????
กับเรื่องราวของลูซี่ (สการ์เลตต์) หญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวัน แต่ชีวิตของเธอต้องพลิกผัน เมื่อเธอโดนแฟนหนุ่มหลอกให้เป็นคนถือกระเป๋าไปส่งให้กับคู่ค้าทางธุรกิจ แต่ก่อนที่เธอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เธอก็โดนมิสเตอร์จาง (ชอยมินซิก) จับตัวไป เพื่อที่จะได้เป็นเหมือนกระเป๋าเดินทางนำพาสารสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีมูลค่าสูงข้ามไปยังต่างประเทศ ด้วยการเอาถุงที่บรรจุสารเคมีนั้นยัดใส่ในท้องของเธอ
หากเธอเดินทางข้ามผ่านประเทศไปได้อย่างง่ายดาย เรื่องคงดำเนินไปอีกทาง แต่เธอดันถูกผู้คุมคนหนึ่งเตะเข้ากลางลำตัว ประหนึ่งเธอเป็นเหมือนกระสอบทราย จนทำให้ถุงที่บรรจุสารเคมีซึ่งอยู่ในท้องของเธอแตก จนทำให้สารเคมีนั้นรั่วไหลดูดซึมเข้าไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่างต่อลูซี่
และนี่ก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ทำให้หญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง กลายร่างเป็นหญิงสาวผู้มีพลังเหนือมนุษย์
สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นก็คือ การเป็นมนุษย์ที่มีพลังเหนือมนุษย์นี่แหละ หากมันมีประโยชน์อะไรต่อจักรวาลแห่งนี้ในทางดีก็ดีไป แต่หากมันมีประโยชน์ในทางร้าย จักรวาลแห่งนี้คงมีเรื่องวุ่นวายมิรู้จบ ซึ่งท้ายที่สุดเหมือนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะบอกคนดูว่า จงมองเห็นประโยชน์ในทางดีของการมีพลังเหนือมนุษย์จากผู้หญิงที่ชื่อลูซี่คนนี้กันเถิด (ซึ่งนี่นับว่าเป็นข้อดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ยังพอทำให้คนดูหนังแบบโง่ๆ คนหนึ่งอย่างผม สามารถจับใจความของแก่นสารสาระสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บ้าง แม้สุดท้ายแล้วจะยังงุนๆ งงๆ อยู่มิใช่น้อย)
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมเชื่อว่าไม่ว่าเราจะเป็นมนุษย์ปกติธรรมดาๆ ที่มีศักยภาพอยู่ในระดับที่ควรจะเป็นไป หรือเป็นมนุษย์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ รวมทั้งเป็นมนุษย์ที่หื่นกระหายอยากเป็นมนุษย์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ เราต้องเป็นมนุษย์ที่คอยสร้างสรรค์สิ่งดี ไม่ใช่กระทำแต่สิ่งชั่วร้ายต่อจักรวาลแห่งนี้ เพราะ “มนุษย์คือผู้สร้าง ไม่ใช่ผู้ทำลาย” วันนี้เราได้สร้างสรรค์สิ่งดี สิ่งดีนั้นก็ได้กระเทือนไปในทางดีต่อจักรวาล แต่หากวันนี้เราคิดแต่จะสร้างสรรค์สิ่งร้าย สิ่งร้ายนั้นย่อมกระเทือนไปถึงจักรวาลด้วยเช่นเดียวกัน และมันก็จะส่งผลต่อมวลมนุษยชาติอย่างถึงที่สุด ในท้ายที่สุด
เคยได้ยินประโยคนี้ไหม “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” อย่าลืมว่ามนุษย์ สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ สายน้ำ ทะเล ดวงจันทร์ อากาศ ท้องฟ้า ดวงดาว ฯลฯ ล้วนต่างเชื่อมโยงถึงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างคือส่วนหนึ่งของจักรวาลแห่งนี้ทั้งสิ้น อย่าลืมว่าเมื่อเราตายจากโลกนี้ไป กายหยาบเราสูญสลายหายไป คุณงามความดีที่เราได้สร้างไว้จะยังคงอยู่...ตราบชั่วนิจนิรันดร์
หากท้ายที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการสื่อถึงสิ่งนี้ นี่อาจเป็นแก่นสารสาระสำคัญที่เข้าท่าดีอยู่มิใช่น้อย หรือเอ๊ะ หรือมันคือแก่นสารสาระสำคัญที่ ลุค แบสซอง ต้องการสื่ออย่างชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่คนดูอย่างผมแอบทำตัวให้งุนงงและเผลอก่นด่าเขาไปอย่างนั้นๆ
หรือคุณคิดว่าไง?
Lucy สวยพิฆาต
ปี 2014
ประเทศ สหรัฐ
เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
ประเภท ต่อสู้/วิทยาศาสตร์
กำกับ ลุค แบสซอง
แสดงนำ สการ์เลตต์ โจแฮนสัน/มอร์แกน ฟรีแมน/ชอยมินซิก/อามีร์ เว็คเค็ด
สการ์เลตต์ ยอมรับว่าบทลูซี่เป็นบทที่ยากมาก เพราะต้องเริ่มต้นจากการเป็นผู้หญิงธรรมดา และเปลี่ยนไปเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก แต่เพราะผู้กำกับอย่างลุคมีภาพของตัวละครชัดเจนอยู่แล้ว เขาจึงได้คิดหาวิธีที่จะช่วยให้สการ์เลตต์เข้าถึงตัวละครตัวนี้ได้ ลุคเผยว่า เขาได้สร้างชาร์ตของพลังสมองขึ้นมา เพื่อให้สการ์เลตต์ได้เข้าใจว่าเขาต้องการปฏิกิริยาอย่างไรจากเธอ “ผมได้ทำชาร์ตพลังสมองเอาไว้ทุกๆ 10 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ เช้า เธอจะมาดูที่ชาร์ตอันนี้ เพื่อดูว่าเธอต้องเล่นเป็นผู้หญิงที่มีพลังสมองในระดับไหน ถ้าคุณดูลูซี่ตอนต้นเรื่องกับลูซี่ในตอนจบ เธอจะมีอะไรที่คล้ายกันน้อยมาก
สการ์เลตต์ยอมรับว่า สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการแสดงเป็นลูซี่ให้เป็นตัวละครที่ทุกคนสามารถผูกพันได้ ถึงแม้ว่าเธอจะผ่านการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและร่างกายมามากมายแค่ไหนก็ตาม “เมื่อสารเคมีออกฤทธิ์ ลูซี่เริ่มสูญเสียความสามารถที่จะมีอารมณ์ร่วมและความรู้สึกเจ็บปวด ถึงแม้เธอจะสามารถเจาะลึกเข้าไปในความทรงจำของคน และสามารถควบคุมร่างกายของคนได้ แต่เธอไม่มีความคิดเห็นใดๆ เธอสูญเสียไอเดียและการตัดสินใจ หน้าที่ของฉันคือต้องแสดงออกมาอย่างไม่แบนราบและอารมณ์เดียว"







