posttoday
ปรับความคิดพลิกชีวิตรวย

ปรับความคิดพลิกชีวิตรวย

08 กันยายน 2557

“ความร่ำรวย” ไม่ใช่เรื่องดวง และไม่เกี่ยวว่าเกิดมาฐานะยากจนแล้วจะรวยไม่ได้...ในหนังสือ “คิดแบบภาววิทย์” โดยนักเขียน นักลงทุน และที่ปรึกษาการลงทุน “ภาววิทย์ กลิ่นประทุม”

“ความร่ำรวย” ไม่ใช่เรื่องดวง และไม่เกี่ยวว่าเกิดมาฐานะยากจนแล้วจะรวยไม่ได้...ในหนังสือ “คิดแบบภาววิทย์” โดยนักเขียน นักลงทุน และที่ปรึกษาการลงทุน “ภาววิทย์ กลิ่นประทุม” บอกไว้ว่า จะร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐี มีพอกินพอใช้ หรือติดหนี้หัวโต... ล้วนมีที่มาจาก“Mindset” ที่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้นี่ละที่จะเป็นตัวบ่งชี้สถานะทางการเงินของแต่ละคน

ส่วนหนึ่งจากหนังสือบอกไว้ว่า ความรวยมาจาก ปัญญา+เวลาซึ่ง “ปัญญา” ที่ว่าไม่ได้หมายถึงความรู้ที่มาจากการเรียนจบปริญญาสูงลิ่ว แต่คือความรู้ที่เหมาะกับตัวเรา หรือสิ่งที่เราชอบนั่นเอง

เริ่มต้นจากการหาตัวเองให้เจอว่าชอบทำอะไร แล้วพยายามเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องหรือลงมือทำอาชีพที่คิดว่าตัวเองอยากทำในอนาคต แล้วดูว่าชอบจริงไหม ดีกว่าทนเรียนจบสูงๆ แล้วพบว่าสุดท้ายสิ่งที่เลือกนั้นไม่ Work กับชีวิตจริง จากนั้นอดทนทำอย่างต่อเนื่องจนมีคนไว้ใจ แล้วโอกาสและการต่อยอดจะมาเอง

ส่วน “เวลา” หมายถึง การทำให้ครบรอบหรือครบ Cycle คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เพราะในทุกธุรกิจเมื่อครบสิบปีจะเกิดวิกฤตขึ้น ซึ่งจะเป็นบททดสอบท้าทายว่าจะผ่านไปได้หรือไม่ คนที่ทำในสิ่งที่มีPassion อยู่แล้ว ก็จะมีแต้มต่อที่อยู่ทนมากกว่าคนอื่นๆ

สำหรับภาววิทย์ความรวยมี3 ระดับของความรู้ ได้แก่ ระดับ 1รวยไม่เกินหลักล้าน ระดับนี้คือคนที่ต้องขายเวลาตัวเองแลกเงิน (ลูกจ้าง)ต้องพัฒนาความรู้ในอาชีพที่ทำสร้างความแตกต่างเพื่อหาโอกาสในการสร้างรายได้ที่สูงกว่า ทว่า ไม่ว่าจะมีค่าตัวเยอะแค่ไหนก็รวยได้จำกัด เพราะเวลาที่ใช้แลกเงินมีจำกัดตามไปด้วย

ถัดมาคือ ระดับที่ 2 รวยเข้าขั้นเศรษฐี หรือ คนที่ให้เงินทำงาน พวกเขามีความเข้าใจว่าสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลาคือ Asset ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 อย่าง ได้แก่Asset ที่สร้างรายได้ เช่น หุ้นปันผล ซื้อเพื่อรับปันผลไปเรื่อยๆซึ่งจะโตเป็นร้อยๆ เท่า เมื่อถือครอง 10 ปีขึ้นไป อีกแบบคือ Assetที่ไม่สร้างรายได้ แต่ราคาจะเพิ่มขึ้นตามเวลา เช่น ที่ดิน ทองพระเครื่อง ของเก่า อัญมณี ฯลฯ ไม่ว่าชอบอันไหนก็ขอให้รู้จริงอยากเริ่มลงทุนใน Asset ตลาดหุ้นถือว่าเป็น Fair Game มากที่สุด เพราะคนธรรมดาก็สามารถซื้อได้ ไม่เหมือนที่ดิน คอนโดซึ่งมีมูลค่าสูง จากสถิติที่ภาววิทย์ลองเก็บเองจากตลาดหุ้นไทยพบว่าหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงมากๆ ตลาดหนึ่งในโลก เกือบประมาณ 10 เท่าทุกๆ 10 ปี

การเล่นหุ้นมีโจทย์ง่ายๆ คือซื้อให้ถูกและขายให้แพงกว่าที่ซื้อ อย่าอยากรวยในเวลาสั้นๆ เพราะจะโดนดูดเข้าไปในวังวนหุ้นปั่น ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส โดยซื้อเมื่อตลาดปรับฐานลงแรง ในกิจการที่อ้างอิงกับการเติบโตของ GDP ประเทศ ซึ่งจะโตไปเรื่อยๆ ตามเงินเฟ้อ และลงทุนในระยะยาว เก็บหุ้นเหล่านี้ไว้เป็นเครื่องสร้างเงินส่วนเงินที่นำออกมาใช้คือ ดอกเบี้ยปันผลเมื่อเข้าใจตลาดหุ้นมากขึ้นก็จะนำไปสู่รวยระดับสุดท้าย คือคนที่ต้องการรวยมากกว่าร้อยล้านขึ้นไปจะต้องมีความรู้ในการสร้างธุรกิจจนสามารถนำเข้าไปจดทะเบียนหรือ IPO ในตลาดหุ้นได้นั่นเองไม่ว่าตอนนี้จะรวยอยู่ในระดับไหน Mindset หลัก

สำหรับทุกเรื่องคือ “ยืนและเดินในจุดที่แตกต่าง” สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปอนาคตจะเป็นอย่างไร อยู่ที่การวางแผนตั้งแต่ก้าวแรกสู่อาชีพ ต้องคิดให้มาก ใช้จ่ายให้น้อย อย่าเพิ่งสร้างหนี้ ฝึกเก็บเงิน แล้วเอาเงินนั้นไปลงทุนใน Asset ซึ่งจะนำไปสู่การร่ำรวยในระดับอื่นๆต่อไป ไม่ควรออมในรูปแบบเงินฝาก ซึ่งเปรียบไปก็เหมือนน้ำแข็ง ยิ่งเก็บยิ่งละลาย มูลค่าหายวับตามเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เข้าตำรายิ่งออมยิ่งจนนั่นเอง

ปรับความคิดพลิกชีวิตรวย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท