posttoday
หนังสือเล่มโปรด

หนังสือเล่มโปรด

06 กันยายน 2557

โดย...ปริญญา ชูเลขา

โดย...ปริญญา ชูเลขา

ในยุคนี้ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความทันสมัยในการสื่อสารในโลกไซเบอร์หรือไอทีอย่างมาก ไม่ว่าคนรุ่นไหนก็ต้องพกพาสมาร์ทโฟนติดตัวไปทุกหนทุกแห่งไว้ใช้สื่อสารบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook และ Line เป็นที่นิยมเล่นกันตลอดทั้งวันจนเหลือเวลาค้นคว้าหาความรู้ด้วยการอ่านหนังสือกันน้อยมาก

รุ่น Gen Me เน้นความรู้

ยิ่งกับคนรุ่นใหม่ในยุค Gen Me หรือ Generation Me เด็กส่วนใหญ่เอาแต่ก้มหน้าเสพติดสื่อบนโลกออนไลน์ แต่กับ สุจิตา บุญจันทร์ สาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยอมรับว่าแม้ตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่ค่อนข้างติดโลกออนไลน์ แต่ก็ยังแบ่งเวลาอ่านหนังสือเป็นหลัก โดยเฉพาะในวันหยุดพักผ่อนวันเสาร์อาทิตย์แทบจะปิดโทรศัพท์มือถือกันไปเลย ยอมปิดเสียงวางสมาร์ทโฟนไว้ชั่วคราว เพราะต้องการแสวงหาความรู้จากหนังสือมากกว่า สำหรับหนังสือเล่มโปรดที่สุดที่มักจะหยิบขึ้นมาอ่านบ่อยครั้ง คือ “มีของต้องสำแดง” หรือ Show Me What You Got เขียนโดย ภูมิชาย บุญสินสุข

เหตุผลที่ประทับใจหนังสือเล่มนี้ เพราะต้องการอัพเดทความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ แม้จะมีหนังสือแนวๆ สอนภาษาอังกฤษเยอะแยะมากมาย แต่จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือ สอดแทรกมุขหรือเรื่องราวขำๆ ตลกๆ ให้คนอ่านนึกสนุกไม่เครียดเหมือนหนังสือภาษาอังกฤษเล่มอื่นๆ ทั่วไป

“หนังสือสามารถเขียนตำราได้มีชีวิตชีวามากไม่ใช่ตำราเรียนอันน่าเบื่อ ทำให้ไม่รู้สึกว่ากำลังอ่าน Grammar หรือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ กลับรู้สึกตื่นเต้นในเวลาอ่านทุกครั้ง จนนึกไม่ถึงว่าคนเขียนจะสามารถร้อยเรียงประโยคได้เจ๋งมากๆ หาคำศัพท์แสลงแปลกๆ เท่ๆ แบบนี้มีด้วย จนทำให้อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ จนคิดว่าอ่านหนังสือก็สนุกเหมือนกันและสนุกยิ่งกว่าเล่นอินเทอร์เน็ตเสียอีก” น้องสุจิตา กล่าว

ขณะที่รุ่นเล็กลงมาหน่อยที่ยังศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย รักษ์คณา ภูสีเขียว หรือน้องโม นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยรังสิต ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับแนวหนังสือที่ชื่นชอบค่อนข้างเป็นประเภทหนักสมองเล็กน้อย อย่างแนวปรัชญาการเมือง เสียดสีสังคม สะท้อนชีวิตความเป็นจริงของโลก

ยามใดที่เธออ่านหนังสือแนวหนักๆ ประเภทนี้ จะชอบปลีกวิเวกไปนั่งอ่านในห้องสมุดมหาวิทยาลัยคนเดียวเป็นประจำ พร้อมกับแสวงหาความรู้ทางโลกออนไลน์ด้วย แต่เน้นหาข้อมูลฟรีและชอบดาวน์โหลดจากเว็บไซต์เก็บกลับมาอ่านในไอแพดที่บ้าน แต่ก็ยอมซื้อข้อมูลผ่านเว็บไซต์อยู่บ้างหากพบว่าเนื้อหาสาระคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป

เพราะตอนนี้ยังต้องขอเงินจากพ่อแม่อยู่จึงต้องคิดตรึกตรองให้ดี

สำหรับหนังสือเล่มที่เธอชอบหรือประทับใจที่สุดเป็นหนังสือแนวสังคมประวัติศาสตร์ สะท้อนชีวิตจริงๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น เรื่อง The diary of Anna frank, Quotations form chairman Mao tsetung, MAO the unknown story เป็นต้น

“ถ้าถามว่าทำไมถึงชอบอ่านหนังสือ เพราะหนังสือมีพลังในการเปลี่ยนแปลงความคิดคนสูง เหมือนหนังสือมีพลังจิตลึกๆ บางอย่างซ่อนอยู่ภายในที่สามารถดึงดูดและเปลี่ยนความคิดคนได้สูงกว่าสื่อด้านอื่นๆ อย่างเช่น หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ “เหมาเจ๋อตุง” บุคคลที่โลกให้การยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดาวีรบุรุษผู้รวบรวมประเทศจีนเป็นปึกแผ่น ถือว่าเป็นคนที่น่าทึ่งที่มีความคิดและการพูดโน้มน้าวคนได้ดี” น้องโม กล่าว

ผู้สูงวัยใจธรรมมะ สุขภาพ

ข้ามมายังคนรุ่นเกษียณแล้วบ้าง อย่าง สุรชัย ภู่ประเสริฐ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปัจจุบันใช้เวลาส่วนใหญ่กับการพักผ่อนอยู่กับบ้าน แม้จะรับงานพิเศษบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาเท่าสมัยเป็นเลขาธิการ ครม. ล่าสุดไปช่วยงานด้านการบริหารราชการแผ่นดินของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้กับ อาจารย์วิษณุ เครืองาม

กล่าวได้ว่าคนรุ่นนี้แล้วคงไม่ได้เสพติดโซเชียลมีเดียเหมือนเด็กวัยรุ่น Gen Me แน่นอน เพราะเวลาส่วนใหญ่จะเน้นไปกับอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับงานด้านกฎหมาย ปัจจุบันท่านสุรชัยไปช่วยงานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วย พร้อมๆ กับต้องติดตามข่าวสารอ่านเป็นประจำ ส่วนมากจะตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ เสียมากกว่า แต่หากในยามว่างเว้นจากงานเข้าสู่วันพักผ่อนหรือหลังเลิกงาน ท่านสุรชัยจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านหนังสือเสมอสำหรับหนังสือเล่มโปรดที่หยิบมาอ่านเป็นประจำอยู่ตอนนี้ คือ หนังสือธรรมะของท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน เรื่อง “สยามสามไตร” ไตรรัตน์ ไตรลักษณ์ ไตรสิกขา หลักสำคัญที่ครอบคลุมคำสอนทั้งหมดในพระพุทธศาสนาไว้ในเล่มเดียว

อ่านแล้วเข้าใจง่ายไม่ต้องตระเวนไปหาหนังสือธรรมะเล่มอื่นๆ หรือเกจิดังๆ มาเก็บไว้หรือต้องอ่านหลายเล่ม แต่เล่มนี้เพียงเล่มเดียว ยิ่งอ่านแล้วยิ่งเข้าใจเป็นหนังสือธรรมที่ช่วยให้ใช้ชีวิตในช่วงทำงานช่วงวัยเกษียณได้ดีมากเลยทีเดียว

แต่สำหรับ จรวยพร ธรณินทร์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งยังดำรงตำแหน่งกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นคนวัยเกษียณอีกคนหนึ่งที่ล้ำสมัยมากในการอ่านหนังสือ เพราะคุณจรวยพรบอกว่าหนังสือเล่มโปรดของตัวเองไม่ใช่หนังสือปกใหญ่หนาๆ เหมือนหนังสือทั่วไป แต่คือ อีบุ๊ก (ebooks) หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

เพราะด้วยความสะดวกสบายพกพาง่าย ประหยัดเวลา และเงินในกระเป๋า ทั้งยังรวดเร็วในการเปิดอ่านและค้นคว้า สามารถเปิดอ่านได้ทุกที่ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนของเพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงนิยมอ่านหนังสือผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ ในช่วงวัยเกษียณและอายุขนาดนี้แล้วคงไม่ได้เข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อไปแชตหาเพื่อน เล่นไลน์ หรือเล่นเฟซบุ๊กอย่างเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป แต่ด้วยวัยเกษียณย่อมต้องค้นหาข้อมูลเพื่อตัวเอง 2 เรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับคนวัยเกษียณที่ต้องใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่ามากที่สุด คือ 1.วิธีการออมเงินหรือการลงทุน

จากเงินเกษียณที่ถือเป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนสุดท้ายที่ได้รับหลังรับราชการมานานหลายสิบปี ดังนั้นจึงอยากนำเงินก้อนนี้ไปก่อประโยชน์ที่คุ้มค่าให้ได้มากที่สุด และเพื่อเก็บสะสมไว้ใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายชีวิตหรือหากเกิดเหตุจำเป็นฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วยไม่สบายกะทันหันย่อมต้องใช้เงินสูงในการรักษาตัว

ดังนั้นจึงแสวงหาข้อมูลการลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ เพราะปัจจุบันทราบกันดีว่าฝากเงินกินดอกเบี้ยในธนาคารได้เงินปันผลน้อยนิด และยังค้นหาข้อมูลวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย เช่น อาหารการกินวิธีออกกำลังกาย เป็นต้น และเมื่อไรพบข้อมูลดีๆ จะโหลดเก็บไว้ ดังนั้นคุณจรวยพรไปไหนมาไหนจะพกฮาร์ดไดรฟ์ความจุ 1 เทราไบต์ ติดตัวไปด้วยเสมอ เพื่อโหลดข้อมูลเหล่านั้นสะสมเก็บไว้อ่านยามว่าง และยิ่งหากเป็นข้อมูลดีๆ มากๆ คุณจรวยพรจะรีบแชร์ผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวทันทีไปยังเครือข่ายคนวัยเกษียณรุ่นราวคราวเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง