
คาร์บอนฟรี คุกกิ้ง อร่อยรักษ์โลก
มีร้อยแปดวิธีที่คุณสามารถช่วยรักษ์โลกได้ หนึ่งในนั้น คือ การทำอาหารโดยไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอน
โดย...อัคร เกียรติอาจิณ / ภาพ โจลิฟวิ่ง
มีร้อยแปดวิธีที่คุณสามารถช่วยรักษ์โลกได้ หนึ่งในนั้น คือ การทำอาหารโดยไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอน
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แถมยังอิงวิทยาศาสตร์ซะงั้น แต่จริงๆ มันเป็นเรื่องใกล้ตัวเรานี่ละ หลายที่กำลังริเริ่มทำเพราะไม่อยากทำร้ายโลกไปมากกว่านี้ บางทีลงมือทำแล้วและกำลังไปได้สวย เช่นที่ “อลีนตา รีสอร์ท แอนด์ สปา ปราณบุรี”
แนวคิด “คาร์บอนฟรี คุกกิ้ง” เข้าใจตรงกันง่ายๆ ก็คือทำอาหารโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงจำพวกก๊าซ แต่หันมาใช้พลังธรรมชาติ จะได้ไม่ส่งผลกระทบรบกวนต่อปากท้องคนทำ ญาติสนิทมิตรสหาย คนรอบข้างและชุมชน ขณะเดียวกันกระบวนการยังหมายรวมถึง ขั้นตอนการปลูก การเลี้ยง การขนส่ง ซึ่งต้องไม่นำไปสู่การเกิดก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ
“เจมส์ โนเบิล” เชฟมิชลินสตาร์และผู้จัดการชาวอังกฤษ ถือเป็นต้นคิดนำคาร์บอนฟรี คุกกิ้งมาใช้ที่อลีนตา 4 ปีผ่านไปสิ่งที่เขามุ่งมั่นเห็นเป็นประจักษ์พยาน ทุกอย่างเกือบจะเป็นคาร์บอนฟรี คุกกิ้ง 100% เหลือเพียงบางขั้นตอนที่ยังต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยน
“หัวใจสำคัญของการทำอาหารที่นี่ คือจะเน้นใช้ผักผลไม้ออร์แกนิก เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์มใกล้ๆ อาหารทะเลที่ไม่ต้องนำเข้ามาจากแหล่งผลิตอื่น ไม่ว่าจังหวัดอื่น หรือต่างประเทศ เพื่อให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยที่สุด โดยเราจะทำอาหารแบบโมเลกูลาร์ คุกกิ้ง เตาก็ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ก็เป็นเตาอบรมควัน”
พูดจบ เจมส์ก็พาเราตระเวนไปดูแปลงผักผลไม้ 3 ไร่ในความดูแลของเขา ตะไคร้ ต้นหอม คะน้า ผักกาด ต้นหอม โหระพา ข่า ผักบุ้ง ผักหวาน ว่านหางจระเข้ และอีกสารพัด ขณะที่อีก 40 กว่าไร่ เป็นของชาวบ้านที่เขาเป็นผู้ส่งเสริมและแนะนำให้ชาวบ้านปลูก
รถแล่นผ่านไร่มะรุมยืนต้นตระหง่าน ฝักมะรุมดกเต็มต้น ใบและยอดงามๆ พร้อมเด็ดไปทำอาหาร ชวนนึกถึงเมนูมะรุม ถัดมาเป็นไร่ถั่วลิสงและนาข้าว เจมส์ยืนยันชาวบ้านปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ไม่ใช้เคมีเร่ง เพื่อให้เป็นไปตามแนวคิดคาร์บอนฟรี คุกกิ้ง
“ผลผลิตบางอย่างถ้าอยากได้ความสดก็ต้องเด็ดมาจากต้นเลย ซึ่งประเทศไทยมีเยอะมากและสามารถผลิตได้เอง แทบไม่มีความจำเป็นนำเข้าด้วยซ้ำ อย่างผักผลไม้ที่ผมและชาวบ้านปลูกก็จะเน้นตามฤดูกาล หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ทำให้ได้ผลผลิตที่สดกว่าผลผลิตที่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล”
หากจะให้ครบสูตรการเป็นคาร์บอนฟรี คุกกิ้ง ก็ต้องใส่ใจเรื่องการขนส่งด้วย ไม่เกิน 30 กิโลเมตร คือระยะทางที่ผลผลิตจากชาวบ้านจะมุ่งสู่อลีนตา ซึ่งส่วนใหญ่ของผลผลิตเดินทางโดยจักรยาน เมื่อผลผลิตมาถึงที่หมาย พนักงานและพ่อครัวแม่ครัวจะใช้จักรยานกระจายผลผลิตจากครัวเบเกอรี่ถึงครัวร้อน เพื่อทำเป็นอาหารจานอร่อย เสิร์ฟให้ลูกค้าได้ทันควัน
วันนั้นเราได้ลองลิ้มอาหารคาร์บอนฟรีหลายจาน “ขนมปังโฮมเมด” อบจากเตาแสงอาทิตย์ อร่อยมากกกก “มัฟฟิน” “ครัวซองต์” “ช็อกโกแลตเค้ก” ทุกอย่างหอมนุ่มกรุ่นอยู่ในปาก ห้ามพลาด “แยมกับเนย” ขนาดไม่ชอบแยมยังเผลอตักไปหลายช้อน “แยมมะละกอ” “แยมสับปะรด” เนื้อผลไม้เต็มคำ อัดแน่นในขวดเล็ก รสหวานของผลไม้กำลังเหมาะกับการทาลงบนขนมปัง
เช่นเดียวกับ น้ำผลไม้คั้นสด “น้ำฝรั่ง” “น้ำส้ม” น้ำแอปเปิ้ล” ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความสดชื่นในยามกระหาย ยิ่งตอนเช้าๆ เรียกพลังวันใหม่ได้ดี ก่อนจะต่อด้วย “ก๋วยเตี๋ยวกุ้ง” ผักสารพัดใส่มาเต็มชาม คนชอบผักสามารถบอกพนักงานได้ว่าเน้นผัก แค่นี้คุณก็จะได้สัมผัสถึงความกรอบความหวานความสดที่ส่งตรงจากไร่
พอตกค่ำ จะจิบ “วอดก้า ออร์แกนิก” ก็ได้ วอดก้าที่มีส่วนผสมของพืชผักสมุนไพร ใส่ลงไปหมักในขวด ให้กลิ่นและรสเฉพาะตัว เรียกน้ำย่อยคู่กับ “ซูชิ” ทำจากข้าวเหนียว ได้ความเหนียวนุ่มกว่าข้าวญี่ปุ่น ไส้แบบไทยๆ ไส้พะแนงปู ไส้ไข่เจียวหมู ไส้หอยเชลล์แช่น้ำจิ้มซีฟู้ด หรือจะเป็น “พิซซ่า” ก็น่าลอง รสชาติโดนใจคนไทย มีหลายหน้า หน้าพะแนงปู หน้ากะเพราหมู อร่อยจนหยุดไม่อยู่
ความอร่อยยังไม่หมดง่ายๆ คาร์บอนฟรี คุกกิ้ง ถูกสะท้อนผ่านจานอาหารฟิวชั่นในฐานะซิกเนเจอร์ดิช “เชวิเช่เนื้อเค็ม” เด็ดตรงเนื้อเค็ม หมักเกลือและสมุนไพร 2 วัน ล้างให้หายเค็ม เพิ่มความเปรี้ยวด้วยส้ม ขิง น้ำส้มสายชู มีซอสมะเขือเทศตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์ 2 สัปดาห์ ช่วยชูรสร่วมกับผักนานาชนิด แช่น้ำแข็งจัด เพื่อคงรสตามธรรมชาติ
“ปลากะพงขาวแดดเดียว” รายล้อมด้วยองค์ประกอบที่นำไปสู่ความอร่อย มะนาวดอง กิมจิ และมายองเนส จานนี้ถูกลิ้นอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะปลากะพงขาวที่หอมหวานเค็มนิดๆ อันเกิดจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์
ส่งท้ายด้วยขนมหวาน หน้าตาอาจดูไม่เป็นขนมเท่าไหร่ แต่รสชาติใช่ “เค้กแครอต” อบในเตาพลังงานแสงอาทิตย์ 3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำจึงจะได้เนื้อเค้กที่สุกและนุ่ม เคลือบด้วยเจลลี่แครอตอีกชั้น เสิร์ฟกับโยเกิร์ตและกล้วยบด
มีโอกาสผ่านไปปราณบุรี ก็อย่าลืมแวะลิ้มลองความอร่อยแบบคาร์บอนฟรีได้ ที่นี่พร้อมเสิร์ฟทั้งวัน หรืออยากชมฟาร์มก็แจ้งพนักงานล่วงหน้า โทร.02-514-8112 หรือ www.aleenta.com/huahin







