
ระยะห่างของความหวังดี
โดย...โยโมทาโร่
โดย...โยโมทาโร่
สถานการณ์ มินตราระบายความอึดใจของเธอในทวิตเตอร์ด้วยข้อความที่ว่า “เรื่องส่วนตัวอย่าล้ำเส้น” เป็นข้อความที่สร้างความสงสัยเคลือบแคลงใจกับเพื่อนๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายก็ได้ใจความว่า แท้จริงแล้วเธอโพสต์ประชดเพื่อนรักของเธอเองที่มักจะออกความเห็นวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวไปเสียทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซื้อของ นั่งรถเมล์ เดินทางกลับบ้านดึก ทุกครั้งที่เธอโพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กก็มักจะมีข้อความของเพื่อนสนิทคนนี้ส่งมาในทำนองว่า ทำไมไม่ซื้อกระเป๋ารุ่นนี้ ราคาถูกกว่าคุ้มกว่า หรือเดินทางกลับบ้านดึกๆ ถ้ากลับแท็กซี่ให้ส่งเลขทะเบียนคนขับมาให้เธอด้วย จนมินตรารู้สึกว่าเพื่อนเธอคนนี้ชักจะยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเธอมากเกินไปนิด สนิทจนรู้สึกอึดอัด มินตราควรจะทำอย่างไรดีกับเพื่อนของเธอคนนี้
ทางออก เท่าที่อ่านเรื่องราวของมินตรา เราคิดว่าปัญหานี้เป็นเรื่องของ “ระยะห่างของความสัมพันธ์” ระหว่างเพื่อนล้วนๆ คำว่าระยะห่างของความสัมพันธ์ คืออะไร ระยะห่างที่ว่านี่ก็คือ ระดับของความใกล้ชิดสนิทสนม ในทางกายภาพคนทั่วไปจะยืนเว้นระยะห่างระหว่างจากคนแปลกหน้าอย่างน้อย 2 ก้าวในสถานที่โล่ง และ 1 ก้าวในสถานที่แคบ ให้รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยจากคนแปลกหน้าหรือจะหน้าแปลกก็ตามที แต่กับเพื่อน คนรัก และคนในครอบครัว ระยะการยืนระหว่างกันจะค่อยๆ ลดลง จาก 1 ก้าว เป็น ครึ่งก้าว จนถึงระดับที่สามารถโอบกอดอย่างแนบชิดหากมีความรู้สึกสนิทสนมและอุ่นใจกันมากที่สุด
ที่เรายกเรื่องระยะห่างของความสัมพันธ์ก็เพื่อแสดงให้เห็น ทั้งมินตราและเพื่อน มีให้ระยะห่างของความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากันนั่นเอง มินตราอาจจะให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนคนนี้ใกล้เพียง 1 ก้าวเท่านั้น ไม่อยากให้เข้าใกล้มากกว่านี้ แต่เพื่อนของมินตราอาจจะให้ระยะห่างกับมินตราใกล้ถึงขนาดสามารถโอบกอดราวกับเป็นคนในครอบครัว
ทางแก้ปัญหานี้จึงอยู่ที่มินตราเองจะคิดอย่างไรกับระดับความสัมพันธ์ หากมองในแง่ดีเพื่อนที่รู้สึกดี เป็นห่วงเป็นใยเราในทุกเรื่องนั้นไม่ได้พบได้ง่ายนัก แต่หากมองในแง่ร้าย ว่าพื้นฐานนิสัยไปกันไม่ได้ หรือมินตราเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ทางออกคือ โต้ตอบอย่างเป็นกันเองเหมือนเพื่อนแซวเพื่อน ว่า “เราตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อกระเป๋ารุ่นนี้เพราะเราชอบ” หรือ “เดี๋ยวเราส่งข้อความบอกแม่เองไม่ต้องห่วง” จะเป็นการสร้างแนวกำแพงที่เพื่อนไม่กล้าล้ำเส้นในครั้งต่อไป และยังสามารถคงความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้เหมือนเดิม แต่อาจจะต้องบอกกันในหลายเคสว่าเพื่อนจะรู้ใจก็คงต้องใช้เวลาศึกษานิสัยใจคอซึ่งกันและกันอีกสักระยะ
สุดท้ายเรามองว่าทางแก้ปัญหาที่แย่ที่สุดคือ การประชดประชัน ด่าทอ ผ่านโลกออนไลน์แบบพูดลอยเผื่อเจ้าตัวจะรู้สึก โดยที่เจ้าตัวไม่เคยได้รู้เลยว่าทำอะไรผิด ทั้งที่ทุกอย่างทำไปด้วยความหวังดีจะเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด และเผลอมินตราก็อาจจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปมากกว่า 1 คน จากการพูดด่าลอยๆ ในโซเชียลมีเดียจากความเข้าใจผิดก็เป็นได้ .
Ask the expert
Q: แฟนเอารูปส่วนตัวในชุดว่ายน้ำในเว็บพันทิป ซึ่งเราไม่ได้ยินยอมและรู้สึกอายมากที่เพื่อนเอามารูปมาให้ดูในห้องเรียน ตอนนี้บอกเลิกแฟนไปแล้วแต่ติดอยู่ที่เรื่องรูป กลัวว่าเขาจะเอามาแบล็กเมล์ภายหลัง ตรงนี้ควรทำอย่างไรดี
A: สันติ พิจิตรธรรม ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ บริษัท เจนมีเดีย กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางออกทางเดียวคือ แจ้งความและบอกให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายได้รับรู้ ส่วนรูปที่ปรากฏในเว็บพันทิปนั้น สามารถใช้ใบแจ้งความร้องเรียนทางเว็บให้ลบภาพออกได้ภายใน 24 ชม. ส่วนเหตุผลที่ต้องบอกให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายได้รับรู้ก็คือ ผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมในช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำ และเมื่อหากมีการปล่อยภาพเพื่อแบล็กเมล์ตัวคุณเองก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว เพราะคนรอบข้างที่รับรู้ปัญหานี้จะช่วยกันปกป้องคุณ รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการดำเนินคดีกับผู้ทำผิดได้อย่างถูกตัว
He Said / She Said
เชนพนักงานบริษัท
“ผมชอบสาวๆ ที่มั่นใจ มีความสุขกับตัวเอง แต่ลึกๆ มีความอบอุ่น และก็เห็นใจคนอื่น ผมว่าน่ารักดีครับ”
เปิ้ลพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มๆ ที่ร่าเริง สดใส ไม่เก๊ก เข้าถึงง่าย และมีความเป็นผู้นำ เอาจริงเอาจังกับงานด้วยนะคะ”
Quote
“ถ้าทุกอย่างสมบูรณ์แบบไปเสียหมด เราก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ และไม่มีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองน่ะสิ”
บียอนเซ่ โนวลส์ ดีว่าชาวอเมริกัน







