
5 สตาร์...ความหวังเทควันโด
แม้จะถือคติ “หวังน้อย เจ็บน้อย” ด้วยการตั้งเป้าเพียง 1 เหรียญทองจากการส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 11 คน
โดย...นูโน่
แม้จะถือคติ “หวังน้อย เจ็บน้อย” ด้วยการตั้งเป้าเพียง 1 เหรียญทองจากการส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 11 คน ลดลงจากผลงานเดิมที่ทำไว้เมื่อ 4 ปีก่อน (2 ทอง 2 เงิน 4 ทองแดง) แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีดีแค่คนเดียว
พิสูจน์ได้จากที่ผ่านมา ฮีโร่เปลี่ยนหน้าตลอด
เพียงแต่แจ็กพอตจะไปออกที่ใครเท่านั้น เพราะนอกจากฝีมือแล้ว เทควันโดยังมีเรื่องโชคและอาการบาดเจ็บเป็นตัวแปรก้าวไปสู่เส้นชัย
นี่คือดาวเด่นน่าจับตามองสำหรับความหวังลุ้นเหรียญทองของทีมจอมเตะไทย ในเอเชียนเกมส์ 2014 วันที่ 30 ก.ย.-3 ต.ค.
ชนาธิป ซ้อนขำ (49 กก.หญิง)
แม้จะมีปัญหาต้องพักยาวถึง 2 เดือน เพื่อรักษาอาการผ่าตัดเข่าขวา และเพิ่งกลับมาเริ่มเตะได้เพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งยังมีอาการแหยงๆ อยู่บ้าง เพราะกลัวได้รับบาดเจ็บซ้ำ แต่ฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิก 2012 ก็ยังไม่ยอมแพ้ จะพยายามเต็มที่ เพื่อทำผลงานดีกว่าครั้งที่แล้ว ที่จบด้วยเหรียญทองแดง
“ช่วงผ่าตัดแรกๆ ก็เครียดเหมือนกัน ถ้ารักษาไม่หายจะทำอย่างไร เพราะตั้งความหวังไว้สูง อยากเข้าร่วมเอเชียนเกมส์และไปให้ถึงที่สุดเหมือนกัน แต่ได้คุยกับพี่หลายๆ คน บอกว่าถ้าได้ร่วมแข่งก็ถือว่ายังมีโอกาสไปถึงจุดๆ นั้นได้ ดังนั้นก็ต้องรักษาตัวเองให้ดีก่อน” เล็ก กล่าว
ระหว่างที่ลงซ้อมไม่ได้ จอมเตะจากแดนใต้ก็พยายามทำกายภาพบำบัด และรักษาความฟิตในส่วนที่สามารถใช้งานได้ เพื่อรอวันกลับมาฝึกซ้อมได้เช่นเดิม ซึ่งดูจากการฝึกซ้อมล่าสุด คงใช้เวลาอีกไม่กี่วันก็น่าจะเริ่มคุ้นเคยกับการเตะได้ปกติ
“แต่ยังไม่หักโหมมาก พยายามฝึกซ้อมเพื่อให้จำทักษะตรงนี้กลับมาใช้งานได้ดีก่อนแข่ง เพื่อทำเต็มที่เมื่อถึงเวลาแข่ง”
ชนาธิป ยังมีเวลาอีกกว่า 3 สัปดาห์ในการเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนประเดิมสนามในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งถ้าสามารถฟิตร่างกายพร้อมเต็มที่ ก็มีโอกาสไม่น้อย เพราะเรื่องฝีมือประสบการณ์ และหัวใจนักสู้ไม่เป็นรองใครแน่นอน
สริตา ผ่องศรี (53 กก.หญิง)
คว้าแชมป์ว่ายากแล้ว ป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่า คือความกดดันที่ สริตา ต้องแบกไปด้วยในครั้งนี้ แต่ก็ไม่มากไปกว่า ความมุ่งมั่นจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง
“ความกดดันมีแน่นอน แต่หยินอยากเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันมากกว่า เพราะครั้งนี้สำคัญมาก อยากจะสร้างประวัติศาสตร์ให้เทควันโดอีกรอบ อยากจะรู้ว่าตัวเองจะไปได้สูงสุดแค่ไหน เพราะคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว” แชมป์เก่า กล่าว
ขณะที่ความผิดหวังตกรอบแรกในศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ที่คาซัคสถาน เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ไม่มีผลต่อความมั่นใจ เพราะเป็นการข้ามรุ่นขึ้นไปแข่งในรุ่น 57 กก. จึงมีความต่างเรื่องน้ำหนักตัว ความสูงและความแข็งแกร่ง ซึ่งคู่แข่งในเอเชียนเกมส์ที่ไปแข่งด้วยกันก็แพ้เหมือนกัน
“คู่แข่งสำคัญคงหนีไม่พ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน เจอกันมาสองรอบ แพ้ทั้งสองครั้ง ครั้งนี้ขอเอาคืนบ้าง” สริตา กล่าวพร้อมยืนยันความมั่นใจเต็มร้อย เหลือแค่สภาพร่างกายที่น่าจะพร้อมเต็มที่เมื่อถึงเวลา
เป็นเอก การะเกตุ (58 กก.ชาย)
เป็นอีกคนที่หวังทิ้งทวนครั้งสุดท้ายด้วยเป้าหมายเหรียญทอง หลังเข้าใกล้มากในครั้งที่แล้วกับเหรียญเงิน แม้จะต้องเหนื่อยมากหน่อย
“เพิ่งกลับจากเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นใหม่ โอเคผมอาจจะเสียเปรียบเรื่องสรีระ แต่เรื่องฝีมือ ทักษะ ยังสู้ได้ ตอนนี้สไตล์การเล่นเป็นคนตัวสูงเสียส่วนใหญ่แล้วใช้ถีบ ซึ่งลดทอนศิลปะเทควันโดลงไป และเป็นอุปสรรคที่ผมต้องเจอ เรื่องระยะการเล่น วิธีการเล่น ต้องทำการบ้านหนัก และคงเหนื่อยหน่อย” ไอ กล่าว
เมื่อถามถึงคู่แข่งที่น่ากลัว อีกหนึ่งตัวแทนโอลิมปิก 2012 บอกว่า น่ากลัวหมด เพราะเดี๋ยวนี้ลดน้ำหนักกันมาถึง 10 กก. ทำให้ทุกคนสูงกว่าหมดในรุ่น และเป็นการใช้ช่วงเตะ ไม่ใช่แรงเหมือนแต่ก่อน
“อยู่ที่สมาธิ และทำได้ตามแผนที่เตรียมมาใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์แค่ไหน ถือว่ายาก เพราะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งรูปแบบ เรื่องกฎ เช่น ถ้าล้มจะตัดแต้มทันที”
รังสิยา นิสัยสม (57 กก.หญิง)
คราวที่แล้ว จอมเตะวัย 20 ปี เข้าร่วมแข่งขันครั้งแรกโดยมีประสบการณ์แข่งขันในระดับนานาชาติเพียง 2-3 รายการ จึงไม่มีเหรียญติดมือกลับมา แต่ครั้งนี้เจ้าตัวบอกว่า พกความตั้งใจและความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ไปเหมือนเดิม แต่มีเป้าหมายเปลี่ยนไป
“ตั้งความหวังไว้ที่เหรียญทอง แต่วันแข่งยังเดาอะไรไม่ได้ว่าผลจะออกมายังไง เพราะรุ่นนี้เป็นรุ่นพิมพ์นิยมของผู้หญิง คนเก่งเยอะ ตัวเต็งแทบทุกประเทศ”
อย่างไรก็ตาม อดีตแชมป์โลกปี 2011 มั่นใจว่าเก่งพอจะสู้กับทุกชาติได้ เมื่อเทียบกับครั้งที่แล้วยังถือว่าใหม่มาก แต่ครั้งนี้มีประสบการณ์มากขึ้น ความมั่นใจ ความพร้อมมากขึ้น น่าจะทำได้ดีกว่าเดิม
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (46 กก.หญิง)
ปิดท้ายด้วยดาวรุ่งพุ่งแรง ที่จุดประกายความหวังจากผลงานเหรียญทองยูธโอลิมปิก 2014 หมาดๆ เมื่อเดือนที่แล้ว
สถิติชนะเอาต์คลาสคู่แข่ง 3 จาก 4 แมตช์ การันตีได้ถึงทักษะและฝีมืออันยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องการเตะศีรษะ ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญในเทควันโดสมัยนี้ บวกกับรูปร่างสูงยาวถึง 170 ซม. ทำให้ค่อนข้างได้เปรียบช่วงเตะ
“จะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ประมาท เพราะยังเป็นรองเรื่องประสบการณ์และความแข็งแกร่งของร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากระดับเยาวชนมาก” เทนนิส กล่าว
เวลาที่เหลืออยู่ หากโค้ชเชสามารถอุดช่องโหว่เรื่องความแข็งแกร่งขึ้นได้อีกนิด บวกกับรับมือเรื่องประสบการณ์บนเวทีแข่งขันได้อีกหน่อย เชื่อว่ามีโอกาสไม่น้อยที่จะได้เห็นจอมเตะวัย 17 ปี ผงาดสร้างผลงานอีกครั้ง
ตอนนี้ทุกคนต่างก็ตั้งใจฟิตซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อความสุขของคนไทย ขอเพียงทุกคนช่วยส่งกำลังใจอีกแรง ไม่แน่เป้าหมายแค่ 1 เหรียญทอง อาจจะน้อยไปก็ได้







