คุมอย่างไรให้อยู่หมัด!!..
ประชากรโลกได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลกระทบเช่นเดียวกันในทุกประเทศทั่วโลก
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ประชากรโลกได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลกระทบเช่นเดียวกันในทุกประเทศทั่วโลก นพ.พิเชฐ ผนึกทอง สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า การตั้งครรภ์ที่มีปัญหานั้นจะส่งผลต่อความปลอดภัยทั้งของมารดาและทารก ได้แก่ การตั้งครรภ์วัยรุ่น จากปัจจัยทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคม ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น การทำแท้ง ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ การตกเลือดหลังคลอด ภาวะซึมเศร้า ทารกขาดออกซิเจนขณะคลอด เป็นต้น
การตั้งครรภ์ที่ต่อเนื่องกันเร็วเกินไป ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการคลอดมากขึ้น เช่น การตกเลือดหลังคลอด ภาวะซีด รวมไปถึงปัญหาทางด้านอารมณ์ และเศรษฐกิจ การตั้งครรภ์ขณะมารดามีโรคประจำตัวอยู่ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ทำให้โรคดังกล่าวกำเริบขึ้นขณะตั้งครรภ์ การคุมกำเนิดจึงเป็นทางออกสำหรับการเลือกเวลาตั้งครรภ์ที่เหมาะสม ปัจจุบันมีการคุมกำเนิดที่หลากหลาย ทั้งการใช้ฮอร์โมน แบบรับประทานและแบบฉีด การใช้ถุงยางอนามัยทั้งของผู้ชายและผู้หญิง การใส่ห่วงอนามัย รวมไปถึงการทำหมัน การคุมกำเนิดดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงถ้าใช้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างการคุมกำเนิดที่ผิดพลาดที่พบได้บ่อยและทำให้เกิดการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม
1.ยาเม็ดคุมกำเนิด ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือลืมรับประทานยา การแก้ไขควรใช้การทำกิจวัตรประจำวันช่วยร่วมในการเตือนการลืมรับประทานยาคุม ใช้โทรศัพท์ตั้งเวลาช่วยเตือน แต่เมื่อลืมรับประทานยาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ควรรับประทานทันทีที่นึกได้ และรับประทานยาเม็ดต่อไปเวลาเดิม แต่ถ้าลืมรับประทานมากกว่า 2 วันขึ้นไป ควรงดเพศสัมพันธ์ และปรึกษาแพทย์
2.การใช้ถุงยางอนามัยแล้วถุงยางรั่วหรือแตก ควรใช้การคุมกำเนิดแบบรับประทานฮอร์โมนร่วมด้วย คือการใช้ยาคุมฉุกเฉิน ควรรับประทานไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
3.การใส่ห่วงอนามัย อาจมีการตั้งครรภ์ได้ถ้าห่วงอนามัยเคลื่อนหรือหลุด ซึ่งมักเกิดหลังใส่ห่วง 7 วันแรก หรือหลังมีประจำเดือน ซึ่งควรตรวจห่วงอนามัยด้วยตนเอง หลังใส่ห่วงแพทย์จะสอนให้ตรวจด้วยตนเอง เพื่อการตั้งครรภ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัย







