posttoday
ชิด ชยากร สะท้อนอิสรภาพในกรง

ชิด ชยากร สะท้อนอิสรภาพในกรง

01 กันยายน 2557

เพิ่งจะถูกเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัลแว่นแก้วโดยนานมีบุ๊คส์ “ชิด ชยากร” หรือ “คารม ธรรมชยาธร” เจ้าของผลงานเขียนเรื่องล่าสุด “เจ้าเอยเจ้ากรงหัวจุก”

โดย...โจลิฟวิ่ง

เพิ่งจะถูกเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัลแว่นแก้วโดยนานมีบุ๊คส์ “ชิด ชยากร” หรือ “คารม ธรรมชยาธร” เจ้าของผลงานเขียนเรื่องล่าสุด “เจ้าเอยเจ้ากรงหัวจุก” ปลีกตัวมานั่งเปิดใจถึงนวนิยายสำหรับเยาวชนเล่มนี้

“ผมมีช่วงชีวิตวัยเด็กอยู่ในสวนและในป่า ชีวิตผูกพันกับสัตว์ป่าอยู่บ้าง ตอนเป็นเด็กอยากเลี้ยงนกมาก แต่สมัยนั้นยังไม่มีใครพูดถึงนกกรงหัวจุก ตอนนั้นมีเพียงนกเขา นกขุนทอง นกเอี้ยง เมื่อได้นกมาสักตัว ไม่ว่าจะเป็นนกอะไรก็ตาม ทุกครั้งที่นำมาเลี้ยงในกรง มันอยู่ได้ไม่นานก็ตาย สาเหตุน่าจะมาจากเลี้ยงไม่เป็น นั่นน่าจะเป็นเพียงความรู้สึกของเด็กที่อยากเลี้ยงนก พอวัยเปลี่ยนวันเปลี่ยนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ ความรู้สึกเดิมก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย โตขึ้นมาผมกลับไม่อยากเลี้ยงนก ผมกลับสงสารนกที่ถูกเลี้ยงอยู่ในกรง มันน่าสงสารจริงๆ นะครับ บินไม่ได้ ได้แต่กระโดดไปมาเหยงๆ”

สิ่งที่ผู้เขียนบอกเล่าไว้ในนวนิยาย สื่อให้เห็นว่านกมีปีกแต่ไร้อิสรภาพ ยิ่งเมื่อกลายมาเป็นนกในกรง อิสรภาพก็แทบเป็นศูนย์ ต้องทนใช้ชีวิตภายใต้กรอบที่ขีดโดยมนุษย์ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด

“ความผูกพันที่มีต่อนกกรงหัวจุกนั้น ในส่วนจิตใจของผมกลับไม่มีเลย แต่ผมมีเพื่อนรักและน้องชายที่ชอบนกกรงหัวจุก พวกเขาเลี้ยงมันจนดูเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แยกจากกันไม่ออกแล้ว ประกอบกับสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นนกอยู่ในกรงหน้าบ้านของใครต่อใครหลายคน มันเป็นนกยอดนิยม มันชวนให้น่าค้นหาว่าเสน่ห์คืออะไร ทำไมคนมากมายก่ายกองถึงหลงใหล ผมอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ไม่อยากนำมันมาเลี้ยงในกรงหรอกครับ”

ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเกิดแรงบันดาลใจนำภาพที่เขาพบเห็นมาถ่ายทอดผ่านตัวอักษรในท่วงท่าลีลาที่เรียบง่าย งดงาม ชัดเจนในแง่การเปรียบเปรย เคล้าอารมณ์ความรู้สึกของนกกรงหัวจุก สะท้อนมิตรภาพ ความรัก ความสามัคคี หัวใจอันเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ โดยมีตัวละครเอก “บุญรอด” เป็นแกนกลางของเรื่อง

“งานเขียนทุกเรื่องที่ผมเคยเขียน ตัวละครมักจะเป็นคนทั้งหมด ก็เลยคิดอยากลองเปลี่ยนตัวละครเป็นสัตว์บ้าง ทีนี้ก็มานั่งนึกว่า เอ! เราจะใช้สัตว์อะไรดีล่ะ สัตว์ในโลกนี้มีมากมาย ผมพยายามนึกถึงสัตว์เลี้ยงรอบตัว นึกถึงแมว หมาและสัตว์อื่นอีกหลายอย่าง หวนนึกย้อนหลังไปถึงเมื่อครั้งเรียนชั้นประถม นึกขึ้นมาได้ว่าเราเคยเรียนหนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่องนกกางเขน ซึ่งหลวงกีรติวิทโยสาร (กี่ กีรติวิทโยสาร) และ นายอร่าม สิทธิสาริบุตร เป็นผู้เรียบเรียง หนังสือส่งเสริมการอ่านเล่มนี้ประทับใจใครต่อใครหลายคนมาเนิ่นนาน ผมคิดว่าเขียนเรื่องนกดีกว่า แต่จะไม่เอานกกางเขนมาเขียนอีกเพราะของเดิมดีอยู่แล้ว คิดไปคิดมาก็นึกถึงนกกรงหัวจุก เพราะขณะนี้นิยมเลี้ยงกันมากในภาคใต้และน่าจะมีแง่มุมต่างๆ ให้เขียนกันได้ไม่น้อย”

การเขียนนวนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนยอมรับว่าเป็นเรื่องยากพอสมควร ยิ่งเฉพาะการทำความเข้าถึงและเข้าใจจิตใจของนก ต้องอาศัยจินตนาการบวกกับข้อเท็จจริง รวมทั้งปากคำจากเหล่าเซียนนกช่วยประกอบกันขึ้นเพื่อให้เป็นเรื่องราวชวนติดตาม

“ปัญหาสำคัญคือผมไม่เคยเลี้ยงนกกรงหัวจุก ไม่มีความรู้อะไรมากนัก แต่ยุคนี้สมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว ผมถามเพื่อนที่เป็นเซียนนก ผมค้นจากหนังสือบ้าง จากอินเทอร์เน็ตบ้าง แล้วนำทุกอย่างที่ได้มาปะติดปะต่อสร้างเป็นเรื่องขึ้น ใช้เวลาเขียนและค้นอยู่ราวหนึ่งเดือน ความยากมันอยู่ที่ไม่รู้จิตใจนก ไม่รู้ความคิดนก ได้แต่จินตนาการ โดยเอาความคิดของตัวเองใส่เข้าไป สิ่งที่ถูกนำไปเป็นความคิดนก ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้อง หรือไม่รู้ว่าเลยเถิดไปหรือไม่ ทางวิทยาศาสตร์บอกว่ามนุษย์เป็นสัตว์โลกฉลาดที่สุด ถ้าผมทำให้นกบางตัวฉลาดขึ้นมาบ้าง มันจะกลายเป็นการต่อต้านความเชื่อเดิมหรือไม่ คิดไปคิดมาก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างหนึ่งเรื่องนี้มีภาษาพูดของคนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คำพูดของมนุษย์ ผมเชื่อว่านกไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับคำพูดของนกที่คนก็ย่อมไม่เข้าใจ ผมคิดอยู่นานนะว่าจะเอาสองประเด็นนี้มาเชื่อมกันอย่างไร เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน ในที่สุดความคิดก็ตกผลึกว่านอกจากภาษาพูดที่ต่างฝ่ายต่างแสดงออกมาแล้ว มันมีภาษากาย ภาษากิริยาท่าทางเข้ามาประกอบด้วย ดังนั้นถ้ามองจากอากัปกิริยาท่าทาง ก็พอที่จะคาดเดาความคิดของแต่ละฝ่ายได้

ความจริงผมเขียนงานหลายแนว แต่ถ้าถามว่าแนวไหนถนัดสุด ก็น่าจะเป็นนิยายเยาวชน ผมรำลึกอยู่เสมอว่าผมเขียนหนังสือให้เด็กอ่าน ฉะนั้น สิ่งที่ควรให้เด็กได้รับต้องไม่มีพิษภัยใดเคลือบแฝง ทุกอย่างต้องชัดเจน โปร่งใสและบริสุทธิ์ ซึ่งผมก็มีหลักในงานเขียนแนวนี้คือต้องให้ความบันเทิง ยิ่งผู้อ่านเป็นเด็กด้วย ความบันเทิงถือเป็นแกนหลัก เนื้อหาสาระที่นำมาบอกเล่า ต้องมีความเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ถ้าอ่านเรื่องนี้จบผมเชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักนกกรงหัวจุกดีขึ้น

ผมใส่เนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับนกชนิดนี้ไว้มาก ไม่เพียงแต่เรื่องนกอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีความรู้สึกนึกคิดและกิจกรรมของคนเลี้ยงนกอีกด้วย แล้วสิ่งที่ผมเน้นย้ำมากๆ ก็คือจิตสำนึกของผู้อ่าน เมื่ออ่านนิยายจบส่วนลึกในใจผมอยากปลุกกระแสสำนึกให้ผู้คนรักสัตว์เอ็นดูสัตว์กันมากขึ้น ผมเชื่อว่าความรักที่แสดงออกโดยการนำนกมาเลี้ยงไว้ในกรง มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก ถ้าใครสักคนหนึ่งรักคุณอย่างหัวปักหัวปำ นำคุณมาขังไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน คุณจะมีความสุขหรือไม่ ไม่มีทางหรอกครับ ไม่มีผู้ถูกคุมขังคนใดมีความสุขกับชีวิตที่ถูกพันธนาการแน่นอน”

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน