posttoday
“ปฏิรูปวัฒนธรรม” ฝันใกล้แต่ยังไปไม่ถึง

“ปฏิรูปวัฒนธรรม” ฝันใกล้แต่ยังไปไม่ถึง

01 กันยายน 2557

งานด้านวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับสังคมในระยะยาว เพราะเป็นโจทย์ทางความคิดจิตใจให้แก่สังคมและเป็นแนวทางของการพัฒนาสังคมบนพื้นฐานของคุณธรรมและการสร้างสรรค์

โดย...พริบพันดาว

งานด้านวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับสังคมในระยะยาว เพราะเป็นโจทย์ทางความคิดจิตใจให้แก่สังคมและเป็นแนวทางของการพัฒนาสังคมบนพื้นฐานของคุณธรรมและการสร้างสรรค์ ทั้งนี้งานวัฒนธรรมนั้นมีคุณค่า มีความหลากหลาย จากด้านงานรักษามรดกวัฒนธรรมที่คงไว้ซึ่งภูมิปัญญาและทรัพย์มรดกเดิม สู่งานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยที่สร้างบทสนทนาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของคนในปัจจุบัน และโดยรวมงานวัฒนธรรมทุกแขนงส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งสิ้น

การรับสมัครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังดำเนินไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งมีการตื่นตัวของผู้ที่อยู่ในสาขาอาชีพต่างๆ ในระดับหนึ่ง เพื่อจะมีตัวแทนเข้าไปนั่งใน สปช.แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การจัดเสนอแนวคิดการปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ

การเคลื่อนไหวของคนในแวดวงศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ มีเสียงบอกว่า เพราะในหัวข้อการปฏิรูปที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ซึ่งมีสภาปฏิรูปแห่งชาติทำหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ 11 ด้านนั้น ไม่มีงานทางด้านวัฒนธรรมรวมอยู่ด้วย ทั้งที่มีกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ที่ทำงานด้านดูแลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณีอื่น ๆ มาโดยตรงเป็นเวลา 12 ปีเต็มแล้วในปัจจุบัน

รวมทั้งวัฒนธรรมในบริบทของสังคมโลกปัจจุบัน ถือว่าเป็นปัจจัยแห่งความเชื่อถือและเคารพนับถือ (Soft Power) เป็นความจูงใจสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศทั้งทางด้านการทูตและด้านเศรษฐกิจ องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมจะเป็นฐานพัฒนาของสังคมไทย ภูมิปัญญาเดิมเป็นหัวเชื้อในการต่อยอดสร้างสรรค์สร้างจินตนาการใหม่ เป็นฐานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เวทีเสวนา ปฏิรูปงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจัดโดย มูลนิธิสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มพิทักษ์มรดกสยาม – สยามสมาคมฯ จึงเป็นกระบอกเสียงที่ส่งไปถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยตรงว่า “อย่าลืมปฏิรูปวัฒนธรรม” และจะมีการจัดเวทีเสวนาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีสภาปฏิรูปแห่งชาติเกิดขึ้น

“ปฏิรูปวัฒนธรรม” ฝันใกล้แต่ยังไปไม่ถึง

 

จาก “เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป” ฝันที่ยังสานต่อไม่จบ

ในความเป็นจริง ความพยายามที่จะมีแผนแม่บทปฏิรูปวัฒนธรรมนั้น เกิดขึ้นอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2553 ซึ่ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ได้จัดตั้งเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป โดยมี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินหลากหลายแขนงทุกเครือข่ายทั่วประเทศ

ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ (ศสส.) ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นแม่งานหลักของเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป

“เราเริ่มต้นมาจากสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ซึ่งมีท่านอานันท์ ปันยารชุน และอาจารย์ประเวศ วะสี ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 จนกระทั่งถึงปี 2556 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอยากให้ประเด็นปฏิรูปเรื่องต่างๆ ของประเทศไทยนั้น เป็นข้อเสนอจากภาคประชาชน ซึ่งแขนงหนึ่งก็คือด้านวัฒนธรรม พวกเราได้ระดมความคิดแล้วก็เสนอแนวทางซึ่งตกผลึกจากการเสวนากันมาแล้วจากระดับจากภูมิภาคต่างๆ ตลอดระยะเวลา 3 ปีเต็ม จริงๆ ข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ ของเรายังไม่บรรลุผล ถ้าพวกเราไม่รวมตัวกันเราจะขับเคลื่อนกันต่อจะลำบาก” ดนัยเท้าความหลังพร้อมบอกถึงการรวมตัวมาขับเคลื่อนเวทีเสวนาเรื่องปฏิรูปวัฒนธรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

การผลักดันนโยบายโดยยกร่างกฎหมายวัฒนธรรมภาคประชาชน ซึ่งในโครงสร้างของกฎหมายที่ว่านี้ จะมีเรื่องของสภาวัฒนธรรมภาคประชาชน เป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสปฏิรูปและการเกิดของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งจะตามมาด้วยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

“เพราะฉะนั้นเป็นวาระโอกาสที่เราจะทดลองขับเคลื่อนดูว่า นโยบายหรือเรื่องของฝ่ายวัฒนธรรมภาคประชาชนจะนำเสนอในเรื่องของการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีบทบาทมากกว่าภาครัฐจะมีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน ตัวโครงร่างตัวนี้กำลังจัดทำ แล้วก็จะเสนอสู่คณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้น แล้วนำเข้าสู่สภาที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาปฏิรูปฯ หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ตาม เพราะฉะนั้นในส่วนการเสวนาครั้งนี้เป็นโอกาสหรือนิมิตหมายอันดีที่หลายฝ่ายมาร่วมกันพูดถึงเวทีเสวนาปฏิรูปงานวัฒนธรรม อย่างไรก็ตามเวทีนี้ก็น่าจะเป็นส่วนของการเปิดบรรยากาศ แต่เราคงต้องทำอย่างต่อเนื่อง”

“ปฏิรูปวัฒนธรรม” ฝันใกล้แต่ยังไปไม่ถึง

 

ศิลปินแห่งชาตินำทัพภาคประชาชน

ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ สาขาย่อยกวีนิพนธ์ ประธานมูลนิธิสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ บอกว่า สภาวัฒนธรรมภาคประชาชน จะเป็นตัวแทนของชุมชน ตัวแทนในที่นี้หมายถึงผู้ที่เข้าใจในงานวัฒนธรรม แล้วสร้างโครงสร้างรองรับอย่างเป็นทางการ หรือจะผลักดันให้เป็นองค์การมหาชน

“นาทีนี้เราควรมีตัวแทนของพวกเราเข้าไปอยู่ใน สปช. หรือไม่? ผมคิดว่า ต้องมี เพราะจะได้เป็นพลังสองด้าน เมื่อมีเวทีให้เรา เราก็จะไปปรากฏบนเวทีนั้น”

เนาวรัตน์ ชี้ว่า สภาวัฒนธรรมภาคประชาชนเป็นเรื่องของแนวความคิด เพื่อที่จะขับเคลื่อนคู่กันไปกับบทบาทการทำงานของภาครัฐที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่ควรมอบให้กระทรวงวัฒนธรรมทำฝ่ายเดียวในเรื่องนี้

“ในสมัชชาปฏิรูปแห่งชาติ ผมมีโอกาสเข้าร่วมทำงานอยู่ 23 ปี แล้วมาตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน ที่เราเน้นภาคประชาชน เพราะเมื่อเราไปตระเวนดูแล้ว คุยกับกับศิลปิน คุยกับนักกิจวัฒนธรรมในแต่ละชุมชนแต่ละจังหวัดที่เขามารวมกันเป็นภาค ปรากฏว่ามีแต่เสียงโอดครวญมีแต่การสะท้อนปัญหาเยอะแยะมากมายและซ้ำซาก ซึ่งปัญหามีอยู่ 3 เรื่อง 1 พื้นที่ถูกจำกัด ศิลปินพื้นบ้าน 2 ถูกจำกัดพื้นที่ ศิลปินร่วมสมัย 3. สร้างพื้นที่เองโดยไม่กระทบอำนาจรัฐ อยู่นอกพื้นที่ ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องเสรีภาพ ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือสื่อมวลชนทั้งวิทยุและโทรทัศน์ที่ทำลายรสนิยมของผู้คนภายในชั่วอายุคน”

สภาพการณ์ทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน เนาวรัตน์สรุปว่า มีเงื่อนไขอันจำกัดคือ ถูกกำหนดโดยภาครัฐกับภาคเอกชนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะปัญหาและงานเชิงสร้างสรรค์นั้นยิ่งใหญ่มาก ทำอย่างไรถึงจะมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนกำหนดทิศทางด้านวัฒนธรรม

“เราจะสร้างพื้นที่ของประชาชนในด้านวัฒนธรรมอย่างไรดี ผมคิดว่าต้องร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคของศิลปินด้วย เราจะตั้งสภาศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน รูปแบบยังไม่ชัดเจนแต่น่าจะมีตัวแทนของทุกจังหวัดเป็นกลุ่มกรรมการของศิลปวัฒนธรรม มีตัวแทนของภาครัฐเข้ามาด้วยแต่อย่ามากนัก ตัวที่กำหนดคือ ภาคประชาชนควรมีทุกจังหวัดแล้วขึ้นมาเป็นภาค ในที่สุดก็เป็นองค์กรขึ้นมา แน่นอนต้องมีงบประมาณ รวมถึงต้องมั่นคงและยั่งยืน ทำให้เป็นพระราชบัญญัติของสำนักนายกรัฐมนตรี แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ก็ยังอยู่ งานก็ดำเนินต่อไปได้”

เนาวรัตน์ฝันไกลไปว่า เพียง 1% ของงบประมาณแผ่นดินถ้ามาลงในด้านวัฒนธรรมในแต่ละปีก็จะทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปไม่แพ้ประเทศที่พัฒนาแล้ว

“ปฏิรูปวัฒนธรรม” ฝันใกล้แต่ยังไปไม่ถึง

 

เสียงไม่เห็นด้วย ทำไม! ต้องปฏิรูปวัฒนธรรม

การเคลื่อนไหวเพื่อจะปฏิรูปวัฒนธรรมภายใต้ธงนำของ สปช. นั้น ใช่จะมีผู้เห็นด้วยหรือเห็นดีเห็นงามไปทั้งหมด ถนอม ชาภักดี นักวิจารณ์ศิลปะ และอาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มองว่า ไม่จำเป็นต้องปฏิรูป เพราะวัฒนธรรมไม่ได้มีตกต่ำหรือมีปัญหา

“จริงๆ แล้วประเด็นของศิลปวัฒนธรรมไม่ใช่การปฏิรูปหรอก การระดมเครือข่ายในครั้งนี้ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ จริงๆ แล้วโดยนัยยะของตัวศิลปวัฒนธรรมนั้นก็เป็นพื้นที่การแสดงออกโดยปกติอยู่แล้ว ปัญหาก็คือพอมันไปยึดโยงกับวิธีคิดทางการเมือง ก็ต้องมีข้อจำกัดในการแสดงออก ผมมองเห็นว่ากระบวนการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาทางศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นไปตามอัตโนมัติของมันจะถูกตัดตอนจากกระบวนการของรัฐมากกว่า ยิ่งปฏิรูปยิ่งเป็นโอกาสที่ภาครัฐจะมาควบคุมกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์มากกว่า เรื่องกระบวนการพัฒนาทางการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรม มันไม่ได้มีปัญหาอะไร”

ถนอมบอกว่า การเข้าไปปฏิรูปวัฒนธรรมเพื่อร่วมขบวนไปกับ สปช. ไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

“เมื่อเราไม่มีบรรยากาศทางสาธารณะ ไม่มีบรรยากาศการแสดงออก ถ้าเราเอาสื่อทางศิลปวัฒนธรรมไปถวายแก่ภาครัฐ ซึ่งมันก็ยิ่งลำบาก ผมไม่เห็นด้วยกับเครือข่ายเพื่อที่จะเอาอำนาจทางวัฒนธรรมเข้าไปสวมในพื้นที่ซึ่งไม่มีการแสดงออกอยู่แล้ว ผมกลับมองว่ามันเหมือนการย้อนกลับไปในยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม จริงๆ แล้วพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมมันไม่ได้ตกต่ำจนต้องมีการปฏิรูป การปฏิรูปก็คือการไปตีกรอบวิธีคิดหรือกระบวนการคิดของรัฐในอีกแบบหนึ่ง

“การทำสภาศิลปวัฒนธรรมขึ้นมานั้น ไม่ควรมาตั้งในช่วงที่ภาวะบ้านเมืองเป็นแบบนี้ การทำปฏิรูปวัฒนธรรมจะทำได้อย่างไรในเมื่อคุณไม่มีโอกาสแสดงออก แล้วมาตั้งเครือข่ายในลักษณะนี้มันขัดแย้งกัน ย้อนแย้งกับลักษณะการเกิดของศิลปวัฒนธรรมมาก เพราะโดยความหมายของศิลปะนั้นมันเกิดขึ้นจากธรรมชาติที่ยืดหยุ่นและเอื้อต่อการแสดงออกที่ถูกจำกัด แล้วมันสามารถเติบโตได้หรือ?”

“ปฏิรูปวัฒนธรรม” ฝันใกล้แต่ยังไปไม่ถึง

 

การตั้งกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ขึ้นมา ถนอมบอกว่า ที่เครือข่ายวัฒนธรรมมองว่า เป็นความล้มเหลวจนต้องมีการปฏิรูปนั้น เขากลับมองอีกด้านหนึ่ง

“ผมว่าไม่ล้มเหลวหรอก เพราะรัฐสามารถควบคุมกลไกกระบวนการแสดงออกและจำกัดพื้นที่แสดงทัศนะและแรงปรารถนาอันเสรีของศิลปินได้อย่างมหาศาล นี่คือความสำเร็จของเขา กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวในการปฏิรูปส่งเสริมวัฒนธรรม อาจจะไม่เข้าใจกลไกของตลาดเสรีก็ได้ ผมว่าสงครามทางวัฒนธรรมรอบใหม่ทั้งในการเปิดเออีซีและของโลกนี้จะมีความละเอียดอ่อน ซึ่งจะต้องทำในลักษณะวัฒนธรรมร่วม และต้องมีการจัดการอย่างเข้าใจลึกซึ้ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราไม่รู้ว่าวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มันลื่นไหลอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เรียนกฎหมายมาแล้วจะมาจัดการได้เลย ต้องเอานักจัดการวัฒนธรรมที่มีความเข้าใจและมีความละเอียดอ่อนที่เข้าใจในเรื่องอำนาจทางวัฒนธรรมจริงๆ จึงจะได้”

สำหรับเมืองไทย ถนอม ชี้ว่า องค์กรที่เซ็นเซอร์ทางวัฒนธรรมมีมากอยู่แล้ว อันดับแรกคือสถาบันทางการศึกษา ซึ่งเป็นตัวเซ็นเซอร์อยู่แล้ว แล้วก็มีองค์กรอื่นๆ อีก คือถ้าเราลดองค์กรเหล่านี้ แล้วเปิดพื้นที่ทางเลือกหรืออื่นๆ เข้ามา       

ทั้งหมดเป็นมุมมองทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างในการที่จะนำการปฏิรูปวัฒนธรรมเข้าไปสู่กระบวนการของ สปช. ที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

โครงการงานวัฒนธรรมที่ควรส่งเสริมและจัดสร้าง ซึ่งนำเสนอโดยเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม

     พิพิธภัณฑ์ของรัฐ / พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและเอกชน / พิพิธภัณฑ์และหอสมุดกรุงเทพมหานคร / หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร / หอศิลป์สี่มุมเมือง / หอศิลปะและศูนย์วัฒนธรรมประจำจังหวัดต่างๆ / สภาศิลปะและกองทุน / สภาพิทักษ์มรดกและกองทุน / สภาวัฒนธรรมชุมชน / หลักสูตรประวัติศาสตร์ / หลักสูตรศิลปวัฒนธรรม / โครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ / กฎหมายและข้อบัญญัติผังเมืองรักษามรดกทางวัฒนธรรม / สถาบันวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท