สัมผัสแห่งศรัทธา อาสนวิหารแม่พระบังเกิด
ใครๆ ที่ไปอัมพวาก็มักจะไปเดินเล่น เดินช็อป และกินของอร่อยๆ กันบริเวณตลาดน้ำ
โดย...สืบสิน / ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ใครๆ ที่ไปอัมพวาก็มักจะไปเดินเล่น เดินช็อป และกินของอร่อยๆ กันบริเวณตลาดน้ำ แต่จะมีสักกี่คนกันนะที่จะได้สัมผัสกับอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ในมุมอื่นๆ
ด้วยความที่อัมพวามีแม่น้ำแม่กลองเป็นตัวโอบล้อม จึงทำให้มีเสน่ห์และอยากจะเข้าไปสัมผัสกับวิถีของผู้คนริมน้ำหรือชุมชนเกษตรที่เป็นวิถีอันเรียบง่ายของคนแม่กลอง ทว่ายังมีอีกหลายอย่างที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนไม่ให้เลือนหาย หนึ่งในนั้นก็คือการได้มาสัมผัสกับอาสนวิหารแม่พระบังเกิด หรือโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่ตั้งเดินสง่าอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (The Nativity of Our Lady, Cathedral) ที่ถ้าใครได้เห็นก็คงชื่นชมในความสูงใหญ่อลังการ โดยในปี 2390 มีคริสตชนประมาณ 200 คน ได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้นในที่ดินของ ฟรังซิสโก ไง้ เป็นเรือนไม้หลังคามุงจาก มีชื่อว่า “วัดศาลาแดง” หรือบางคนเรียกว่า “วัดรางยาว” ตามลักษณะของสีทาวัดและทำเลที่ตั้ง อยู่ริมคลองที่ชาวจีนขุดต่อกับแม่น้ำแม่กลองเพื่อนำน้ำมาทำสวนผัก
ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ปากคลองบางนกแขวก ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสั่งขุดเชื่อมระหว่างแม่น้ำแม่กลองกับแม่น้ำท่าจีน เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำมุ่งไปสู่กรุงเทพฯ และได้สร้างวัดหลังใหม่ที่นั่น โดยมีชื่อว่า “แม่พระบังเกิด”
ส่วนอาสนวิหารได้ถูกสร้างขึ้นภายหลังในปี 2433 โดยดำริของบาทหลวงเปาโล ซัลมอน เจ้าอาวาสในขณะนั้น ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “คุณพ่อเป่า” โดยได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในฝรั่งเศส จากคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส จากกรุงโรม โดยท่านหาทุนในการสร้างจนแล้วเสร็จ และทำพิธีเสกและเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11 ก.พ. 2439 ส่วนวัสดุของวัดหลังเก่าได้ถูกนำไปสร้างไว้ที่คลองขวางล่าง โดยมีนามชื่อว่า “วัดพระแม่องค์อุปถัมภ์” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดใน”
ตัววิหารนั้นเป็นศิลปะแบบกอธิกของประเทศฝรั่งเศส ที่สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื่อมประสานจากอ้อยใสสีดำ ภายในประดับตกแต่งด้วยกระจกสีชนิดสเตนกลาส ที่สะท้อนให้เห็นเรื่องราวของพระนางมารีย์พรหมจรรย์จากพระคัมภีร์และภาพของนักบุญชายหญิงที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นของพระเยซูและรูปของนักบุญธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป รวมไปถึงรูปแกะสลักที่บรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาเอาไว้อย่างสวยงาม อีกทั้งภายในยังกว้างขวางและตกแต่งอย่างอลังการ
หลายคนอาจจะรู้สึกสงสัยว่าทำไมธรรมาสน์สำหรับเทศน์นั้นจึงตั้งอยู่กลางโบสถ์ นั่นก็ด้วยเหตุผลที่ว่าในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องขยายเสียง ตำแหน่งตรงกลางโบสถ์จะทำให้เสียงดังก้อง ได้ยินชัดเจนไปทั้งโบสถ์นั่นเอง
จุดสำคัญอีกอย่างคือบานประตูโบสถ์ที่มีแผ่นดีบุกแกะสลักเป็นภาพโมเสสยกไม้เท้าขึ้นเหนือทะเลแดงทำให้เกิดทะเลแหวก ส่วนผสมทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้อาสนวิหารแม่พระบังเกิดนี้เป็นมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามตรึงใจ
ต่อมาในปี 2537 คุณพ่อประดิษฐ์ ว่องวารี เจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะซ่อมแซมวัดครั้งใหญ่ เพื่อฉลองครบ 100 ปี ในปี 2539 ด้วยประวัติการก่อสร้างที่ยาวนานกว่าร้อยปี และการก่อสร้างยังประดับตกแต่งอย่างอลังการ ทำให้อาสนวิหารแม่พระบังเกิดที่บางนกแขวกแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่สวยงามและเก่าแก่ที่สุดของชาวคาทอลิกในประเทศไทย
แวะเวียนไปเยือนอัมพวาคราวหน้า ก็อย่าลืมแวะมาชื่นชมความศรัทธาของชาวคริสต์ที่สร้างอาสนวิหารได้ขรึมขลังและอลังการ ซึ่งอาจทำให้การเยือนเมืองแม่กลองในครั้งนี้น่าจะประทับใจไปอีกนานแสนนาน
การเดินทางไปตามเส้นทางสายสมุทรสงครามบางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.2) เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอมรินทร์ไปประมาณ 100 เมตร หรือจะนั่งเรือจากอัมพวามาชื่นชมก็ได้นะครับ
การเข้าชมควรติดต่อขออนุญาตจากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า โทรศัพท์ 034-761-347
งดบริการชมภายในโบสถ์ ทุกวันจันทร์อังคาร และทุกครั้งที่มีพิธีกรรมในโบสถ์
วันพุธวันเสาร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.
วันอาทิตย์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.
ข้อห้าม
กางเกงขาสั้น
กระโปรงสั้นมากๆ
เสื้อแขนกุด
เสื้อกล้าม
เสื้อสายเดี่ยว
สัตว์เลี้ยง
โทรศัพท์มือถือ
หมวกแว่นตา







