สายใยสองพี่น้อง ปั้นพายหมูแดงร้อยล้าน
หลังจากล้มลุกคลุกคลานในการปลุกปั้นธุรกิจเป็นของตัวเองมานาน ทดลองมาแล้วหลายธุรกิจ
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
หลังจากล้มลุกคลุกคลานในการปลุกปั้นธุรกิจเป็นของตัวเองมานาน ทดลองมาแล้วหลายธุรกิจประเภทเบเกอรี่ในที่สุดสองพี่น้องแห่งบ้าน “เอื้อวันทนาคูณ” ก็พัฒนาพายหมูแดงสูตรเด็ดจนสำเร็จ พร้อมกับปลุกปั้นแบรนด์ “เอพริล เบเกอรี่” (April’ Bakery) ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2553 จนวันนี้อาจกล่าวได้ว่า เอพริล เบเกอรี่ เป็นหนึ่งร้านเบเกอรี่บนศูนย์การค้าที่ประสบความสำเร็จติดตลาด และได้รับความนิยมจากทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ และเร็วๆ นี้ กำลังเตรียมโกอินเตอร์ ขายแฟรนไชส์ไปถึงสิงคโปร์เลยทีเดียว
แต่กว่าที่สองพี่น้อง ณธนพร เอื้อวันทนาคูณ (อร) และมุกมณี เอื้อวันทนาคูณ (ใหม่) จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ถูกปากของผู้บริโภค ได้ผ่านการทดลองเรียนรู้ทุกรูปแบบ จากแรกเริ่มได้ไอเดียจากการไปท่องเที่ยวฮ่องกง และเห็นคนไทยหอบหิ้วพายหมูแดงจากภัตตาคารจีนแห่งหนึ่งที่ฮ่องกง ราคาชิ้นละ 80 บาท กลับมาเป็นของฝากจำนวนมาก จึงเริ่มกลับมาลองผิดลองถูก ปรับสูตรอยู่นานเกือบ 4 เดือน กว่าจะรู้เทคนิคที่จะทำให้ พายหมูแดงมีไส้ที่แสนอร่อย และแป้งบางน่ารับประทาน
เมื่อความสำเร็จไม่ได้มาแค่ชั่วข้ามคืน เพราะกว่าจะฟันฝ่าอุปสรรคมากมายจนมีวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สองพี่น้อง อรและใหม่ต้องอาศัยความอดทนและการให้กำลังใจซึ่งกันและกันด้วยสายใยความรักของความเป็นพี่น้อง สามารถผลักดันให้ธุรกิจที่ปั้นมากับมือเดินไปสู่เป้าหมายได้
อยากให้ใหม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด
อรณธนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยไดมอนด์ ฟู้ด เจ้าของธุรกิจเอพริล เบเกอรี่ และพี่สาวคนเก่ง ผู้คิดสูตรพายหมูแดงรสเด็ด กล่าวว่า ที่ผ่านมาพยายามปลูกฝังให้น้องใหม่เติบโต อยากเห็นเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และประสบความสำเร็จในทุกก้าวย่าง ในฐานะพี่พร้อมที่จะสนับสนุนทุกอย่าง โดยในส่วนของธุรกิจ เราสองคนช่วยกันทำตั้งแต่เริ่มต้น ในช่วงแรกที่ยังเป็นธุรกิจขนาดเล็กมากๆ จำหน่ายในตู้เบเกอรี่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตในศูนย์การค้าเพียง 1 สาขา อรจะเป็นเหมือนฝ่ายผลิต คิดสูตร ลงมือทำขนมเอง ส่วนน้องก็จะช่วยเป็นลูกมือ และช่วยเรื่องการขาย การทำตลาด
จนเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต เริ่มขยายสาขา เริ่มมีคนสนใจซื้อแฟรนไชส์ ทุกอย่างเริ่มเป็นระบบมากขึ้น เริ่มมีโรงงานผลิตที่เป็นมาตรฐาน อรก็เริ่มดูภาพรวมทั้งหมด ทั้งเรื่องคุณภาพในการผลิต และเรื่องภาพรวมในการทำตลาด แต่ในรายละเอียดการทำตลาด การขยายสาขาต่างๆ ได้ยกหน้าที่ให้น้องใหม่ดูแล ทั้งการเปิดขายแฟรนไชส์ เจรจากับลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ เจรจากับผู้ดูแลศูนย์การค้าสาขานั้นๆ เพื่อล็อกพื้นที่ให้กับลูกค้าแฟรนไชส์
“อรอยากให้เขารู้จักเรียนรู้ ฝึกฝน และอดทน โดยเฉพาะกับการต้องประสานทั้งฝั่งศูนย์การค้าและลูกค้าแฟรนไชส์ ที่มีความหลากหลาย ซึ่งน้องใหม่ก็ทำได้ดี โดยเฉพาะเรื่องค่าแฟรนไชส์ต่างๆ น้องใหม่จะใจแข็งมากเวลามีคนมาต่อรอง ถ้าไม่ได้ ก็คือไม่ได้ เพราะต้องการให้มีมาตรฐานเดียวกัน ต้องยอมรับว่าเลยว่าส่วนหนึ่งที่มีวันนี้ได้ ก็เพราะแรงสนับสนุนจากน้องใหม่”
อรณธนพร กล่าวต่ออีกว่า เอพริล เบเกอรี่ เริ่มต้นจากพายหมูแดงสูตรฮ่องกง แต่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีหลากหลายกว่า 13 รสชาติ โดยรสชาติที่ขายดีมากๆ เช่น พายหมูแดง พายไก่อบน้ำผึ้ง พายเผือกแปะก๊วย พายสับปะรด พายมะพร้าว ฯลฯ ส่วนสาขาในไทยมีทั้งหมด 58 สาขา ส่วนใหญ่เป็นสาขาแฟรนไชส์ ยอดขายในช่วงปี 2554 ประมาณ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านบาท ในปี 2555 และในปี 2556 ที่ผ่านมา แตะหลัก 100 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วเติบโตประมาณปีละ 1015%
นอกจากนี้ เริ่มมีนักลงทุนต่างชาติสนใจซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุนในประเทศของตัวเอง เช่น สิงคโปร์ โดยการนำส่งผลิตภัณฑ์ หากเป็นในไทยบริษัทจะส่งแบบอบสำเร็จพร้อมรับประทานในช่วงเช้าของทุกวัน แต่ในต่างประเทศจะผลิตในไทย ผ่านกระบวนการโฟรเซ่นแล้วส่งทางเรือ เพื่อไปอบยังปลายทาง และยังมีแผนส่งออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เป็นขนมไส้ทุเรียน ไส้สับปะรดไปยังต่างประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ฯลฯ
ในส่วนนี้น้องใหม่ก็เข้ามาช่วยดูแลด้วย วันนี้ไม่ว่าน้องจะโตแค่ไหน น้องยังเป็นน้องในสายตาของพี่เสมอ ยังเป็นห่วงไม่เปลี่ยน และอยากให้น้องใหม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด
พี่อรคือไอดอลของใหม่
ใหม่มุกมณี กล่าวว่า สำหรับใหม่แล้ว พี่อรหรือเจ้อรที่ใหม่เรียกจนติดปาก เป็นทั้งพี่สาวเป็นเหมือนแม่ ใหม่จะเชื่อฟังเสมอ พี่อรจะดูแล สอนทุกอย่าง อะไรที่ควร ไม่ควร ดีไม่ดี ต้องแก้ไขยังไงทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน พี่อรจะเอาใจใส่ เป็นห่วงใหม่ทุกอย่าง เหตุผลที่ใหม่รักและเคารพพี่อรมากๆ นอกจากเพราะป๋าสอนเสมอให้เคารพพี่ๆ ทุกคนแล้ว อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะพี่อร เป็นแบบอย่างที่ดี เรียกได้ว่า พี่อรเป็นไอดอลของใหม่เลย
“พี่อรเป็นคนที่เก่งมาก เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ได้เรียนทำขนมจากโรงแรม แต่พี่อรเรียนรู้การทำขนมจากอินเทอร์เน็ต และฝึกทำ เริ่มจากให้คนรอบข้างชิมก่อน แล้วเริ่มขาย ตอนแรกๆ ที่ทำขายผ่านตู้เบเกอรรี่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตในศูนย์การค้า ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องเปลี่ยนรูปแบบขนมไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เคยท้อเลย พยายามคิดไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำเสนอศูนย์ตลอด”
ใหม่ เล่าอีกว่า จนเราได้ชิมพายหมูแดงที่ฮ่องกง แล้วรู้สึกว่าใช่เลย ใหม่ก็บอกเลยว่าพี่อรต้องทำได้ ใหม่เชื่อมั่นว่าพี่อรทำได้ ถ้าที่ฮ่องกงขายราคา 80 บาท/ชิ้น แล้วคนไทยยังซื้อ เราขายที่เมืองไทย ชิ้นละประมาณ 30 บาท คุณภาพเหมือนกันก็ต้องขายได้ เมื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ เรื่องช่องทางจัดจำหน่ายก็เป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนนี้ใหม่รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยพี่อร
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกัน ถ้าวันนี้ต้องให้คะแนนตัวเอง ใหม่มองว่า ใหม่ยังเก่งไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพี่อรเลย ใหม่อยากเป็นแบบพี่อร ที่ทั้งเก่งและเพอร์เฟกต์
อาจกล่าวได้ว่า หนึ่งในหัวใจแห่งความสำเร็จของพายร้อยล้านอย่าง “เอพริล เบเกอรี่” เกิดขึ้นได้จากสายใยแห่งความรักของสองสาวพี่น้องแห่งบ้าน “เอื้อวันทนาคูณ” นั่นเอง







