ชีวิตดีด้วยอินเทอร์เน็ต
เท่าที่สังเกตดูแม่ของผม แม่หันมาเล่นอินเทอร์เน็ตได้เกือบหนึ่งปีแล้ว เป็นหนึ่งปีที่ผมในฐานะลูกเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างจากแม่
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร / คลังภาพโพสต์ทูเดย์
เท่าที่สังเกตดูแม่ของผม
แม่หันมาเล่นอินเทอร์เน็ตได้เกือบหนึ่งปีแล้ว เป็นหนึ่งปีที่ผมในฐานะลูกเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างจากแม่ นั่นคือแม่สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านทางกูเกิลได้เป็นอย่างดี (ยิ่งช่วงนี้ต้องช่วยหลานชายทำการบ้าน ยิ่งต้องใช้งานกูเกิลอย่างหนักหน่วง) ค้นหาคลิปวิดีโอต่างๆ จากทางยูทูบเป็น มีความสุขกับการเล่นเฟซบุ๊ก ทั้งกดไลค์ ทั้งคอมเมนต์ กับเพื่อนเก่า กับลูกหลาน และสามารถโพสต์ แชร์ และแท็กหาคนนั้นคนนี้ได้อีกด้วย
แม่ในวัยเกษียณอายุราชการ
ไม่เหงา มีอะไรให้ทำ
และเป็นคนมีความรู้กว้างขวางมากขึ้น
ยิ่งเมื่อผมได้มาทำความรู้จักกับผู้หญิงเก่งถึง 6 คน ที่ต่างกรรมต่างวาระ แต่มาเดินบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการมีความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยอินเทอร์เน็ต ยิ่งทำให้ผม (ในฐานะผู้ชาย) รู้สึกว่า นี่คือการเปิดโลกครั้งยิ่งใหญ่ของผู้หญิง ที่ไม่ว่าวัยไหน ฐานะชนชั้นใด มีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และได้ประโยชน์อันมากมายมหาศาลจากมัน
โครงการ “Women Will เธอทำได้ด้วยอินเทอร์เน็ต” ที่เป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งจากกระทรวงแรงงาน บริษัท กูเกิล ประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จึงเป็นโครงการที่ผู้หญิงทั้ง 6 คนนี้ ได้มีส่วนร่วมด้วย
และวันนี้ เธอจะมาเผยถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นจากการได้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต
เธอเองก็ทำได้
“อินเทอร์เน็ต คือแพลตฟอร์มสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา ทุกระดับการศึกษา และทุกฐานะ”
พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท กูเกิล ประเทศไทย ได้บอกเล่าให้ผมฟังถึงการเชื่อมโยงระหว่างอินเทอร์เน็ตกับลักษณะของคนที่เป็นผู้ใช้งาน ซึ่งในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเห็นว่าในประเทศไทยยังมีช่องโหว่และช่องว่างระหว่างผู้หญิงกับอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนไม่น้อย
“ผู้หญิงที่ใช้อินเทอร์เน็ตมักจะเป็นผู้หญิงอายุน้อยๆ ที่สามารถใช้งานได้จากในห้องเรียน แต่ผู้หญิงที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือมีอายุมากหน่อยมักเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้น้อย ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนถึง 10 ล้านคน ทำให้เราเห็นว่าน่าเสียดายถ้าเธอเหล่านี้จะไม่มีโอกาสเข้าถึง ใช้งาน และได้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต”
พรทิพย์ เผยว่า ทางกูเกิลได้มีโอกาสสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงทั่วประเทศแบบตัวต่อตัว รวมทั้งทำแบบสอบถามแบบสุ่มเลือกผู้หญิงทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยผลการสอบถามออกมาว่าผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ต้องทำงาน เลี้ยงลูก ขายของ ทำนั่นโน่นนี่ ไม่มีเวลาไปเรียนรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ต่อมาคือคิดว่าไม่จำเป็น ถึงมีอินเทอร์เน็ตก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร ส่วนที่สาม ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่มีแท็บเล็ต ไม่มีสมาร์ทโฟน และสุดท้าย ไม่อยากใช้อินเทอร์เน็ตเพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
“ตรงนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ช้า หรือยังเข้าถึงได้น้อยอยู่ ดังนั้นเราจึงมีวิธีการที่ทำให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นจาก 3 ช่องทาง นั่นคือ หนึ่ง การสนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงหรือใช้อินเทอร์เน็ตได้จากลูกหลานหรือคนในครอบครัว รองลงมาคือ สนับสนุนให้ผู้หญิงได้เรียนรู้อินเทอร์เน็ตได้ด้วยตัวเองในรูปแบบต่างๆ อย่างง่ายดายผ่านทางออนไลน์ และสุดท้าย สนับสนุนให้ผู้หญิงได้เรียนรู้อินเทอร์เน็ตผ่านคอร์สอบรมต่างๆ ที่สามารถไปเรียนได้อย่างสะดวก”
จากวิธีการดังกล่าว ทำให้พรทิพย์เป็นแกนนำสำคัญในการสร้างโครงการ “Women Will เธอทำได้ด้วยอินเทอร์เน็ต” นี้ขึ้นมา โดยมุ่งเน้นที่พันธกิจหลัก 4 ประการ คือ หนึ่ง สนับสนุนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย “เรามีการสอนเรื่องเวลาใช้งานแล้วเจอไวรัสต้องทำอย่างไร คือใช้งานแล้วปลอดภัย ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก สอง สร้างการตระหนักและรับรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ต่างๆ ของการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อที่ผู้หญิงจะได้ความรู้ ทักษะการทำงาน หรือโอกาสในชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น สาม เราให้ความรู้และเทคนิคการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีการสอนการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางออนไลน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และประสบการณ์มาสอนหรือแนะนำให้
สุดท้าย เราอยากให้โครงการนี้ดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน เราจึงสร้างชุมชนที่เป็นเครือข่ายของผู้หญิงที่ใช้อินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ โดยมีผู้หญิงที่เป็นต้นแบบในการใช้อินเทอร์เน็ตมาสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นมาเป็นแกนนำสำคัญ อีกทั้งเรายังมีเว็บไซต์ www.womenwill.com/connectforward/ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้อีกด้วย”
5 ต้นแบบ ชีวิตดีขึ้นด้วยอินเทอร์เน็ต
พิมใจ อินทะมูล คือผู้หญิงที่พลิกชีวิตด้วยอินเทอร์เน็ตจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีสู่การเป็นนักพัฒนาอาชีพของคนในชุมชน
“วันที่รู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวีจากสามีมาใหม่ๆ เวลานั่งรถสองแถวไปตลาด ชาวบ้านไม่อยากให้เรานั่งหัวลม บอกให้เราไปนั่งข้างหลัง เราก็รู้สึกแย่ว่าขนาดลมหายใจของเราเขายังรังเกียจ ในเมื่อสังคมไม่ยอมรับ เราต้องหาโอกาสทำให้สังคมยอมรับ และทำให้เรามีความสุขให้ได้ ดิฉันมองเห็นว่าอินเทอร์เน็ตน่าจะทำให้เรามีโอกาสทำให้สังคมยอมรับ และทำให้เรามีความสุข ดิฉันจึงเข้าไปขอทุนจากหน่วยงานราชการ เพื่อให้ชุมชนมีเครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ทำให้เราและคนในชุมชนสามารถหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโรคนี้ รวมทั้งยาต้านไวรัส ทำให้คนที่ติดเชื้อและคนในชุมชนเข้าใจกันและกันได้มากขึ้น หลังจากนั้นก็ผันตัวเองมาเป็นอาสาสมัคร ทำโครงการต่างๆ เช่น ไปเยี่ยมบ้านผู้ติดเชื้อ รวมกลุ่มสร้างกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งให้ผู้ติดเชื้อมาร่วมกันทำงานฝีมือแล้วจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ติดเชื้อมีรายได้ มีเงินมาซื้อยามารักษาตนเอง และจุนเจือในครอบครัว”
พิมใจ บอกเล่าว่า แม้เธอจะเรียนแค่ชั้น ป.4 แต่เธอไม่เคยยอมแพ้ต่อสิ่งเหล่านี้ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะทำให้คนในชุมชนเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง การดูแลสุขภาพ และความรู้ในการประกอบอาชีพ “พอมาทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ ยิ่งทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ อ่านทางอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น โดยเฉพาะงานวิจัยเกี่ยวกับโรคเอดส์ ยิ่งมีคนที่ติดเชื้อมาถามเราเกี่ยวกับโรคนี้ เราก็ยิ่งหาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ตเพื่อไปตอบคำถามเขา เมื่อเราเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยใช้ให้ถูก ใช้ให้เป็น และใช้อย่างไม่ทำร้ายสังคม ทำให้ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขมากๆ ค่ะ”
มาที่ สุวิมล พวงสุยะ เธอคือผู้หญิงที่เกิดมาไม่มีแขนทั้งสองข้างและขาข้างหนึ่งพิการ แต่เธอก็สู้ชีวิตจนได้เป็นคุณครูผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสร้างโอกาสให้กับเด็กๆ ที่เธอรักมาแล้วรุ่นต่อรุ่น
“แม้เราจะพิการ แต่เราอยากเป็นครู จึงมุ่งมั่นเรียนครู พอเรียนจบจะสอบบรรจุครู ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์มาประกอบการบรรจุ แต่แพทย์มองว่าเราเป็นผู้พิการ จึงไม่สามารถออกใบรับรองแพทย์ให้ได้ เราเลยกลับบ้านมือเปล่า เสียใจแค่ไหน แต่ก็ต้องรีบเยียวยาจิตใจตนเอง พอหายดีก็ฮึดสู้อีกครั้ง โดยไปขอใบรับรองแพทย์ที่ใหม่ แพทย์ท่านนี้ให้เราลองขีดเขียนโดยใช้เท้า ซึ่งเราก็ทำได้ เมื่อแพทย์เห็นว่าเราสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ท่านก็ออกใบรับรองแพทย์ให้ จนทำให้เราเป็นครูสอนนักเรียนมาได้จนทุกวันนี้”
สุวิมล เผยว่า ทุกวันนี้เธอได้ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนเข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างเป็นประโยชน์ สอนตั้งแต่การสืบค้นข้อมูลเพื่อทำรายงานและดูสิ่งบันเทิงผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งเธอเชื่อว่าอินเทอร์เน็ตถ้าใช้งานให้เป็นประโยชน์มันก็จะเกิดประโยชน์ต่อเยาวชนของชาตินั่นเอง
สำหรับ เพชร สนิท แม่บ้านจากบริษัท กู๊ดธิงแฮพเพ่น (จีทีเอช) เธอเป็นแม่บ้านธรรมดาคนหนึ่งที่บังเอิญได้รับการร้องขอจากพนักงานในบริษัทว่าอยากกินแกงส้มบ้าง แต่เธอทำแกงส้มไม่เป็น โชคดีที่ลูกสาวให้โทรศัพท์มือถือมา แล้วบอกให้ลองค้นหาในยูทูบดู เธอจึงลองทำตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเหมือนกับเป็นการเปิดประตูสู่โลกใหม่ของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ฝึกฝนทำอาหารแปลกๆ โดยดูวิธีการจากยูทูบ ทำให้ทุกวันนี้เธอกลายเป็นขวัญใจของคนทั้งบริษัท ในฐานะแม่ครัวมือหนึ่ง
“จำได้ว่าครั้งแรกที่พิมพ์คำว่าแกงส้ม เราพบเจอแต่แกงส้ม เดอะสตาร์ (หัวเราะ) ลูกเลยสอนให้เราลองพิมพ์คำว่าเมนูอาหารแกงส้ม ก็ทำให้เราเจอเมนูแกงส้มเยอะแยะมากมาย พอทำแกงส้มชะอมชุบไข่ คนกินเขาก็บอกว่าทำแกงส้มเป็นครั้งแรก แต่ทำได้อร่อยมาก เราเลยปลื้มมาจนถึงทุกวันนี้ (ยิ้ม)”
มาที่นักวิเคราะห์หุ้นคุณแม่ลูกสี่ วิลาสินี บุญมาสูงทรง ที่เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากเว็บไซต์มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ลูกคนแรกจนมาถึงลูกคนที่สี่ เธอค้นพบว่าอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเรื่องนมแม่จากเว็บไซต์แห่งนี้ ทำให้ลูกทุกคนดื่มนมแม่ได้เป็นหลายปี บางคนดื่มนมแม่จนถึงอายุ 4 ขวบ โดยเธอมีความเชื่อว่า การที่ลูกได้ดื่มนมแม่ได้นานที่สุด ถือเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด
“นอกจากนี้ เรายังได้เพื่อนที่เป็นแม่ๆ ด้วยกัน ได้แลกเปลี่ยนปัญหาอันหลากหลายด้วยกันผ่านทางเว็บไซต์ เราเชื่อว่าคนที่เป็นแม่ด้วยกันจะรู้ปัญหาแม่ลูกอ่อนด้วยกันเอง คนเป็นแม่ด้วยกันคุยกันรู้เรื่อง เราเลยคิดว่าถ้าความรู้ของเราช่วยคนอื่นได้ถือเป็นสิ่งที่ดี เราเลยมาเป็นแม่อาสาเข้าไปช่วยงานกับทางมูลนิธิ แต่เราเป็นแม่อาสาทางออนไลน์ ซึ่งก็ทำมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ”
สำหรับ สุภารัตน์ โนโชติ จากข้าราชการครูธรรมดาๆ ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย เธอจึงเริ่มค้นหาข้อมูลการทำธุรกิจจากอินเทอร์เน็ต เริ่มทำธุรกิจขายของออนไลน์จนขยับขยายมาเป็นโรงเรียนสอนภาษาเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจที่ใหญ่โตขึ้นจากอินเทอร์เน็ตอยู่เหมือนเดิม
“บอกเลยว่าตอนเริ่มทำธุรกิจนั้น เริ่มจากศูนย์จริงๆ พอมีปัญหาก็ถามคนในอินเทอร์เน็ต เวลาไม่รู้อะไรก็ค้นหาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ต ตอนขายของก็ขายบนอินเทอร์เน็ต เราคงไม่สามารถมีวันนี้ได้หากไม่มีอินเทอร์เน็ต ก็เลยอยากบอกผู้หญิงไทยทุกคนว่า โอกาสคุณสร้างได้ ขอให้ตั้งใจและใช้อินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์”







