
Update
โดย...มิยาโตะ [email protected]
โดย...มิยาโตะ [email protected]
Green Tea Yuzu Fragrance
กรีนที ยูสุ ฟราแกรนซ์ น้ำหอมใหม่จาก เอลิซาเบธ อาร์เดน (Elizabeth Arden) พัฒนาจากกลุ่มน้ำหอม กรีนที ผสานกลิ่นหอมสดชื่นของส้มยูสุ บวกกับมะกรูดและเลมอน กลายเป็นความนุ่มนวลแห่งไอชาเขียวและน้ำมันหอมระเหยจากต้นเลมอน
เริ่มต้น Top Notes ด้วยสารสกัดเข้มข้นจากผลส้มยูสุ มะกรูด เลมอน ไอชาเขียว และน้ำมันหอมระเหยจากต้นเลมอน ตามด้วย Middle Notes เนื้อผลส้มยูสุ ใบไธม์ป่า สเปียร์มินต์ ต้นอ่อนแบล็กเคอร์แรนต์ ใบชาเขียว และน้ำมันหอมระเหยดอกส้ม ปิดท้ายกับ Base Notes ซอฟต์มัสก์ เมล็ดแอมเบรท และต้นเบิร์ชขาว
กรีนที ยูสุ ฟราแกรนซ์ ขวดสเปรย์ขนาด 50 มล. ราคา 1,600 บาท ขวดสเปรย์ขนาด 100 มล. ราคา 2,250 บาท
หาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง และเคาน์เตอร์น้ำหอมเอลิซาเบธ อาร์เดน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
Misty Mynx – F/W 2014
มิสตี้ มิ้งซ์ (Misty Mynx) คอลเลกชั่นใหม่ประจำฤดูใบไม้ร่วงฤดูหนาว ปี 2014 แรงบันดาลใจจากความเชื่อมั่นในจิตวิญญาณส่วนลึกของผู้หญิง ว่าทุกคนสามารถทำทุกสิ่งได้ตามที่เธอปรารถนา คอลเลกชั่นนี้จึงต้องการสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตหนึ่งของผู้หญิงที่มีบุคลิกและมุมมองของคนรุ่นใหม่ ที่กล้าคิดกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจ
มิสตี้ มิ้งซ์ ได้แบ่งประเภทของชุดไว้ 2 กลุ่ม ได้แก่ มิสตี้ มิ้งซ์ คอลเลกชั่นไลฟ์สไตล์ แวร์ รีสอร์ท ชุดเดรสแบบยาว สะท้อนถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สบายแต่หรูหรา คอลเลกชั่นล่าสุดเน้นเนื้อผ้าที่ให้ความแวววาว โดยเลือกสีสันในโทนอ่อน ซึ่งให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้าน และเพิ่มความโดดเด่นให้ดูสะดุดตาด้วยงานปักจากช่างฝีมือที่ต้องใช้ความประณีตสูง
ด้าน มิสตี้ มิ้งซ์ คอลเลกชั่นไลฟ์สไตล์ แวร์ แคชชวล คงรักษาการดีไซน์ให้รู้สึกถึงความเรียบง่าย ด้วยการเล่นลวดลายของเส้นตรงลายทาง นำมาบวกเข้ากับความสนุกสนานสไตล์สาวมิ้งซ์ ด้วยลูกเล่นของสีสันที่ฉูดฉาดตัดกันกับคู่สีที่มีความขัดแย้งแต่ลงตัว
สำหรับ มิสตี้ มิ้งซ์ คอลเลกชั่นมูฟเมนต์ ออกแบบมาเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวในการออกกำลังกาย โดยยังไม่ละทิ้งความเป็นแฟชั่น จึงได้เลือกใช้เนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ให้ความยืดหยุ่น กระชับ ช่วยระงับและต่อต้านแบคทีเรีย อีกทั้งยังระบายความชื้นได้ดี โดดเด่นด้วยความนุ่มของเนื้อผ้าจากเส้นใย Nylon Micro Fiber และคุณสมบัติพิเศษจาก UV Protection ในเนื้อผ้าช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง เน้นคอนเซ็ปต์ความโมเดิร์นด้วยลายกราฟฟิก
เลือกชมได้ที่ร้านมิสตี้ มิ้งซ์ ทุกสาขา
เทศกาลงานวิวาห์ Love To Plan
67 ก.ย.นี้ อมารี พัทยา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานเทศกาลงานวิวาห์ Love To Plan ณ ห้องแกรนด์บอลรูม อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ ในงานพบการจัดเตรียมงานแต่งในแบบไทยและอินเดีย ให้ได้ชมความสวยงาม พร้อมเมนูอาหารอินเดียสุดพิเศษนำเสนอภายในงาน
ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น ทุกท่านจะได้พบกับเจ้าหน้าที่มืออาชีพ ที่คอยให้คำแนะนำแบบครบวงจร เพื่อเนรมิตงานวิวาห์ในฝันของคุณให้เป็นจริง ซึ่งรวมไปถึงห้องพัก การตกแต่งสถานที่สำหรับงานเลี้ยงและพิธีการต่างๆ ความบันเทิงเพื่อสร้างความรื่นเริงให้กับงาน ช่างภาพ ช่างแต่งหน้าสำหรับเจ้าสาว และอื่นๆ อีกมากมาย
เยี่ยมบูธ อมารี พัทยา วันเสาร์ที่ 6 ก.ย. เวลา 09.00-21.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. เวลา 09.0016.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 03-841-8418
งานวิจัยชี้อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในไทยเพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชนชาย
งานวิจัยล่าสุด ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาระลอกใหม่ จากกรณีที่มีเยาวชนติดเชื้อเอชไอวี และเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มสูงขึ้น โดย 70% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่ในกลุ่มประชากรอายุระหว่าง 1524 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เยาวชนที่ขายบริการทางเพศ และเยาวชนที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
จากการศึกษาเรื่อง “วิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มเยาวชนในประเทศไทย” เก็บข้อมูลจากเยาวชนประมาณ 2,000 คน ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย สาวประเภทสอง เยาวชนหญิงที่ขายบริการทางเพศ แรงงานต่างด้าว และเยาวชนที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา และอุบลราชธานี จัดทำโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยการสนับสนุนจากยูนิเซฟ ใช้วิธีการสัมภาษณ์และวิธีสุ่มข้อมูลแบบแกนนำเริ่มต้น เพื่อศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชน ตลอดจนทบทวนนโยบายและบริการต่างๆ ที่มีอยู่สำหรับเยาวชนกลุ่มนี้
“เยาวชนเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากกว่าในการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เนื่องจากมักขาดทักษะในการควบคุมสถานการณ์เสี่ยง ประกอบกับการดื่มแอลกอฮล์และการใช้สารเสพติด” โรเบิร์ต แกส หัวหน้าแผนกเอชไอวี/เอดส์ ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวอีกว่า โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์หาคู่ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในมือถือ เอื้อให้เยาวชนพบปะกันเพื่อมีเพศสัมพันธ์กันได้ง่ายขึ้น
การศึกษาครั้งนี้ระบุว่า 41% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในประเทศไทย คือ กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และชี้ให้เห็นว่าเยาวชนชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มชายหญิง
พงศ์ธร จันทร์เลื่อน ผู้อำนวยการมูลนิธิเอ็มพลัส ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางเพศในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสองใน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า แม้เยาวชนจะทราบดีถึงความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศ แต่เยาวชนจำนวนมากมักอายที่จะไปซื้อถุงยาง หรือไม่ก็ไม่ใช้ถุงยางเมื่อถึงเวลามีเพศสัมพันธ์จริงๆ
เยาวชนทุกกลุ่มจากการศึกษา ยังสะท้อนถึงประสบการณ์ด้านลบจากการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลของรัฐ หลายคนระบุว่าข้อมูลของพวกเขาไม่ถูกปกปิดเป็นความลับ และเจ้าหน้าที่ไม่เป็นมิตรหรือแสดงความรังเกียจต่อพฤติกรรมของเยาวชน ทำให้เยาวชนไม่อยากไปใช้บริการในโรงพยาบาลหรือศูนย์บริการของรัฐ
สามารถดาวน์โหลดรายงานได้ที่ http://uni.cf/1vD63t1 หรือ www.unicef.or.th และชมวิดีโอสัมภาษณ์เยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้ที่ http://bit.ly/1l6WBgu







