
แฟนเซราะกราวขึ้นป้ายต้านเอสซีจีทั่วบุรีรัมย์
แฟนบอล"เซราะกราว"ขึ้นป้ายต้านเอสซีจี หลังพ่ายเมืองทอง0-1 สังคมออนไลน์สงสัยต้องการอะไร
แฟนบอล"เซราะกราว"ขึ้นป้ายต้านเอสซีจี หลังพ่ายเมืองทอง0-1 สังคมออนไลน์สงสัยต้องการอะไร
เมื่อวันที่ 27 ส.ค.เวลา 13.00 น.ในโซเชียลมีเดีย ได้มีการแชร์ภาพและข้อความ ป้ายขนาดใหญ่ที่ติดไว้ริมถนนในจังหวัดบุรีรัมย์ มีความว่า “คนบุรีรัมย์ ไม่เอาสินค้า เอสซีจี” สืบเนื่องในการแข่งขันฟุตบอล “โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก” เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ระหว่าง ทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งผลการแข่งขัน ทีมเมืองทองฯแพ้ไป 0-1 ทำให้เกิดข้อขัดแย้งกันเองระหว่างแฟนบอลที่เชียร์ทีมบุรีรัมย์
เจ้าของเฟซบุ๊คเพจชื่อ “Ronaldo88” ได้โพสต์ข้อความไว้ว่า
“คนบุรีรัมย์ไม่เอาสินค้า SCG” ป้ายเจ้าปัญหา วิจารณ์ยับเรื่องราวร้อนๆ จากป้ายข้อความข้างถนน ที่มีข้อความว่า "คนบุรีรัมย์ ไม่เอาสินค้า SCG" เรื่องดังกล่าว กลายเป็นประเด็ดฮอตหลังจากที่มีแฟนบอลบุรีรัมย์บางคน ไม่พอใจถึงการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว โดยได้ระบายผ่าน เว็บบอร์ดไทยแลนด์สู้ๆ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก
"ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมท่านถึงคิดเช่นนั้นเพียงเพราะเขาสนับสนุนทีมอริของท่าน ท่านก็เลยไม่สนับสนุน ผมไม่เข้าใจว่าท่านเอาตรรกะแบบนี้มาจากไหน"
"ท่านไม่รู้จักแยกแยะเลยหรือว่าอะไรคืออะไร หรือมันมีเหตุผลอะไรที่ท่านถึงคิดเช่นนั้น ถึงผมจะเชียร์บุรีรัมย์ แต่ผมก็ไม่เห็นควรที่จะต้องคิดในแบบนี้ ผมอยากถามคนที่คิดทำป้ายนี้คือ "ท่านต้องการอะไรจากสังคม ?"
ทั้งนี้ SCG เป็นสปอนต์เซอร์หลักให้กับทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คู่อริร่วมลีกของทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย ส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วยที่จะเอาเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมายุ่งเกี่ยวกับการกีฬา
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มแฟนบอลบุรีรัมย์กว่า 100 คน เดินถือป้ายรณรงค์รอบเขตเทศบาลเมืองเพื่อปลุกกระแสเรียกร้องให้ เอสซีจี บริษัทปูนซิเมนต์ไทยหยุดให้การสนับสนุนสโมสรฟุตบอลที่มีพฤติกรรมใช้แต่อำนาจหรืออิทธิพลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และกรรมการเอาเปรียบทีมคู่แข่งโดยไม่ได้ใช้ฝีมือในการแข่งขันอย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้ทางสมาคมฯ รวมถึงกรรมการได้ให้ความเป็นธรรมกับทุกสโมสรอย่างเท่าเทียมกันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวงการฟุตบอลไทย แต่หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเชื่อว่าจะทำให้วงการฟุตบอลไทยถอยหลังอย่างแน่นอน







