posttoday
อะไรใน ‘เรื่องผมเล่า’ จำลอง ฝั่งชลจิตร

อะไรใน ‘เรื่องผมเล่า’ จำลอง ฝั่งชลจิตร

25 สิงหาคม 2557

โดย...นกขุนทอง

โดย...นกขุนทอง

“เรื่องผมเล่า” ความน่าสนใจที่มีให้กับหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ ไม่เพียงเพราะมีพะยี่ห้อต่อท้ายว่า เป็นหนึ่งในหนังสือจากการประกวดรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ปี 2557 แต่เพราะชื่อชั้นของนักเขียนนาม “จำลอง ฝั่งชลจิตร” ที่สร้างสรรค์งานเรื่องสั้นมาหลายสิบปี ทำให้ผู้อ่านเชื่อมือและตั้งตารอคอยผลงานใหม่ๆ ของเขาอยู่เสมอ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เรื่องผมเล่า ที่จำลองนำมาเขียนสู่กันอ่าน ง่ายงาม จับจิต และได้ฉุกคิด มันมากกว่าเขาเดินเอามือมาแตะไหล่ แล้วบอกว่า “เฮ้ยๆ ฟังกันหน่อย มีเรื่องมาเล่า” แต่มันเป็นการนั่งทอดหุ่ยเล่าอย่างสบายอารมณ์ นำเรื่องสารพันรอบตัวใกล้ไกล มาเล่าอย่างมีชั้นเชิง และผู้คนก็เข้ามารุมล้อมนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ในเรื่อง(ผม)เล่า มันเป็นเช่นนี้เอง

“สิ่งที่ผมต้องการเป็นพิเศษ คือ อยากให้คนทุกระดับชั้นอ่านเรื่องสั้นเล่มนี้ได้ ผมเขียนให้อ่านง่ายๆ ด้วยภาษาง่ายๆ คิดว่า simple is the best เพราะผมเขียนเรื่องสั้นมากว่า 200 เรื่อง ผมฝันอยากจะเขียนเรื่องสั้นให้ยืนอยู่ได้ด้วยศิลปะการประพันธ์อย่าง กุสตาฟ โฟลแบรต์ ซึ่งผมลงมือเขียนแบบนั้นมาตั้งแต่รวมเรื่องสั้นชุด สีของหมา ปี 2531 ผมต้องการให้ผู้อ่านใช้ประสบการณ์มากน้อยของท่านตีความเอาเอง ผมถนัดที่จะใช้ภาษาพื้นๆ เช่น ไม่เป็นไรครับ นั่งตรงนี้ก็ได้ หรือไม่เป็นไร ถูกต้องแล้ว ที่ออกจากปากตัวละคร ซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากกรรมกร แล้วไปกระแทกปมเขื่องของหมอหนุ่มให้แสดงพฤติกรรมหลุดๆ คำพูด ขอบใจ หรือขอโทษ สั้นๆ ของตัวละครไทยในเรื่อง เบอร์ลินกรุงเทพฯ ที่พูดแทนชาวไทย เพราะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองได้อย่างไร ผมจึงยกนิทานอีสปเรื่อง สุนัขกับเงา มาอ้างไว้ในคำนำเหมือนต้องการทำสัญญากับผู้อ่าน ว่าเรื่องสั้นเล่มนี้คุณจะพบแต่ถ้อยคำพื้นๆ แต่ถูกสร้างความหมายหลายนัยไว้ในทุกๆ พื้นที่” จำลองว่าไว้

ปุถุชน ไม่ว่าจะวรรณะไหน สามารถเป็นตัวละครของจำลองได้หมด เพียงให้เขามีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจ มี รักโลภโกรธหลง หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์

“ทุกคนเป็นตัวละครในเรื่องสั้นได้ทั้งสิ้น หรือสิ่งที่สามารถนำเสนอในลักษณะบุคลาธิษฐาน เช่น เก้าอี้ ต้นไม้ จอบ เสียม ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่าเราเขียนเรื่องอะไร ผมชอบตัวละครธรรมดาที่แสดงพฤติกรรมธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ผู้อ่านสามารถมองเห็นความน่าเกลียด ความน่าละอายในสิ่งที่ตัวละครแสดง อย่างเรื่อง “เช้าวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส” ฉากเป็นตัวทำให้เกิดเหตุน่าขบอันและชวนอับอาย เพียงเพราะตัวละครมีความรู้นั่งเก้าอี้บนเครื่องบินผิดเท่านั้น เรื่องนี้ผู้อ่านต้องขยันคิด เพราะเป็นเหตุการณ์ธรรมดาๆ ไม่ใช่จ่อยิงหัวต่อหน้าสาธารณชน หรือการข่มขืนฆ่าเด็ก ความน่าเกลียดหรือน่าละอายที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปกติธรรมดา เช่น ขับรถปาดหน้า ไม่ต่อคิว สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ หรือส่งเสียงดังในสถานที่ที่ต้องการความสงบเป็นสิ่งที่ควรเพิกเฉยหรือ”

ส่วนเรื่องราวที่กระทบความรู้สึกได้ไวแล้วนักเขียนต้องเก็บมาถ่ายทอดต่อ จำลองบอกว่า “สำหรับผมเรื่องการละเมิดกฎเกณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ต้องเคารพร่วมกัน กระทบความรู้สึกได้ไวมาก เช่น การฆ่า กินและค้าสัตว์ป่าหรือสัตว์สงวน ผู้มีหน้าที่ปกป้องกลับกิน ซื้อหรือขายเสียเอง คนรักป่า สร้างภาพนักอนุรักษ์ต่อสาธารณะแต่แอบบุกรุกป่าเอาพื้นที่อุทยานมาเป็นของตนอย่างไม่ละอาย ต่อต้านการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ตนเองปล่อยออกจากท่อรถทุกวัน เรื่องสงครามและสันติภาพก็รู้สึกได้ไว ซากกำแพงเบอร์ลินมีประวัติเข้มข้นเพียงพอที่จะเป็นสิ่งเตือนใจชาวไทยที่ก่อสร้างกำแพงภายในใจขึ้นมา แยกพวกแบ่งพ้องขึ้นมาทำร้ายกัน การทุบทำลายกำแพงเบอร์ลินของชาวเยอรมันน่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดี หรือสภาพหลังสงครามในเรื่อง “ดอกไม้บานที่ฮัมบูร์ก” ก็น่าจะบอกเล่าคุณค่าของสันติภาพได้บ้าง อะไรที่เป็นสิ่งสร้างความเกลียดชังในหมู่คนไทยหรือในมนุษย์นักเขียนต้องรีบส่งสัญญาณให้รู้”

ใน “เรื่องผมเล่า” จำลองตั้งใจเสนอปัญหาปัจจุบัน และปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแม้แต่เรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกตกแต่งประดิษฐ์ขึ้นมา อาจสร้างความเสียให้กับบุคคลและบ้านเมืองได้ อย่างในเรื่อง “ณ ที่ซึ่งกิจกรรมของแบคทีเรียต่ำ” ถ้ารู้รับสารไม่สามารถกรองด้วยตัวเอง

“ผมเป็นแฟนเพลงวงดนตรีครีเดนซ์ เคลียร์วอเทอร์ รีไววอลยุคต้นๆ ปี 1960 มีเพลงๆ หนึ่งชื่อ Wrote a Song for Everyone ผมชอบชื่อนี้มาก ผมเอาชื่อเพลงมาเป็นแนวจัดการเรียบเรียงเรื่องสั้นชุดนี้ เขียนให้ทุกคนอ่านได้หรือเพื่อทุกๆ คน แต่ความเป็นจริงใช่ว่าทุกๆ จะชอบอ่านเรื่องสั้นหรืออ่านเป็น ผมแค่หมายถึงนักอ่านทั่วไป

ผมเข้าใจว่าอารมณ์ขันเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเรื่องเล่าทุกประเภท นอกจากจะทำให้ผู้อ่านสนุก เพลิดเพลิน ยิ้มหรือหัวเราะได้ มันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งในคำถามต้นๆ นอกนั้นมันยังทำหน้าที่มีดโกนเชือดเฉือนเปิดเปลือยเรื่องบางเรื่องให้ดูขบขันไร้สาระ เรื่องสั้นเล่มนี้จึงเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน”

“ผมแค่ยังเขียนเรื่องสั้นอยู่” วลีของ จำลอง ฝั่งชลจิตร

“อยู่ คือ to be เป็น อยู่ คือ เป็นปัจจุบันนะครับ ไม่ลดละเลิก เพราะได้ฝึกฝนมาแล้ว 37 ปี จึงไม่อาจวางมือหรือทรยศต่อสิ่งที่เพียรฝึกฝน ซึ่งอันที่จริงคือทรยศต่อความฝันของตัวเองที่เคยฝันอย่างสวยหรูมาตั้งแต่ปี 2516-2517 ว่าจะเป็นนักเขียนเรื่องสั้นชั้นนำของประเทศไทยให้ได้ เสน่ห์ของเรื่องสั้นก็คือเราไม่อาจทำซ้ำๆ มันท้าทายให้เล่าเรื่องด้วยวิธีใหม่ๆ โดยตัวละครใหม่ๆ ประเด็นใหม่ๆ และมุมมองชีวิตใหม่ๆ เขียนได้ก็มีความสุข วันนี้ผมยังไม่คิดทรยศต่อความฝันของตัวเอง”

“เรื่องผมเล่า” จะคว้ารางวัลซีไรต์ ปี 2557 ไปได้หรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่ากับผู้อ่านอยากฟังเรื่องเล่านี้ และหาหนังสือมาอ่าน...

@@ล้อมกรอบ

เรื่องผมเล่า 1 ใน 7 เล่ม ชิงซีไรต์ 2557

รวมเรื่องสั้นที่อ่านง่าย อ่านสนุก ชวนให้ติดตาม มีอารมณ์ขันให้คนอ่านยิ้ม บ้างหัวเราะในคราวเดียวกัน อาจมีทั้งเรื่องจริงเรื่องแต่งผสมผสานกันอย่างลงตัว อ่านแล้วได้ความคิดต่อเนื่อง

จำลองมีเรื่องราวที่จะเล่าอีกมากมาย ทั้งยังเป็นนักแซวนักเสียดสีตัวเองให้คนอ่านครึกครื้น เขาเป็นนักเขียนเรื่องสั้นอย่างแท้จริง มีข้อมูลจากการพบเห็นหลายด้านมาเล่าเรื่องได้อย่างออกรส หลายเรื่องสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดขึ้น หลายเรื่องทำให้ต้องคิดตาม เรื่องราวด้านพลังงานยิ่งทำให้รู้ให้เข้าใจถึงสภาวะสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว แต่คนเรามักจะละเลยไม่นึกถึง

“เรื่องผมเล่า” ของ “จำลอง ฝั่งชลจิตร” จึงมีเสน่ห์ของนักเล่าเรื่องหลากหลายรสชาติอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ