ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นักแข่งรถอนาคตไกล
อาชีพนักแข่งรถดูเหมือนจะเป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว แต่มีเพียงนักแข่งรถไม่กี่คนที่จะประสบความสำเร็จ
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
อาชีพนักแข่งรถดูเหมือนจะเป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว แต่มีเพียงนักแข่งรถไม่กี่คนที่จะประสบความสำเร็จบนสนามแข่งรถทั้งในและต่างประเทศ และหนึ่งในนั้นก็มีรายชื่อของหนุ่มนักแข่งรถรุ่นใหม่อย่าง แมนณัฐพงษ์ ห่อทองคำ วัย 32 ปี ร่วมอยู่ด้วย ปัจจุบันเขาทำตามความฝันและความชอบได้ด้วยการเป็นทั้งคุณครูสอนขับรถแข่งให้กับน้องๆ ในทีม “โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล” และยังเป็นหนึ่งในนักแข่งรถอนาคตไกลของทีม “โตโยต้า ทีมไทยแลนด์” แต่กว่าณัฐพงษ์จะมีฝีมือที่ฉกาจเช่นนี้ได้ ไม่ได้ได้มาด้วยความฟลุก แต่เป็นเพราะด้วยฝีมือในการฝึกซ้อมและมีจิตใจที่มุ่งมั่นแน่วแน่ล้วนๆ
แรงบันดาลใจอยากเป็นนักแข่งรถ
การเป็นนักแข่งรถของณัฐพงษ์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อบางส่วน เพราะคุณพ่อสมัยหนุ่มๆ ชอบแข่งรถมากๆ แต่คุณย่าห่วงลูกชายมากๆ คุณพ่อจึงไม่ได้ทำตามความฝัน แต่พอมีลูกชาย คุณพ่อสนับสนุนให้ได้ขับรถเต็มที่ ฝึกให้ณัฐพงษ์ลองแข่งรถโกคาร์ตตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ แม้ต้องใช้สตางค์ในการซัพพอร์ตปีละนับล้านบาท คุณพ่อก็สู้เต็มที่ ซึ่งลูกชายก็ทำผลงานได้ดี รถแข่งโกคาร์ตรุ่นผู้ใหญ่ครั้งแรกในเมืองไทยก็ได้ถ้วยรางวัลเลยในวัยเพียง 12 ขวบ
กว่า 20 ปีในวงการนักแข่งรถ ณัฐพงษ์รู้สึกประทับใจกับการแข่งขันเมื่อราวเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ณัฐพงษ์เพิ่งเสร็จสิ้นการแข่งรถที่เยอรมนี เขาได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 4 นักแข่งคนไทยไปแข่งรถในระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งถือว่าเป็นรายการที่มีสนามโหดและขับยากที่สุดของโลก ที่โหดหินและพิสูจน์ฝีมือที่สุดคือ ต้องขับที่ความสนาม 27 ยาว ขับด้วยรถยนต์ โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต มีโค้งมากถึง 73 โค้ง และเป็นสนามที่มี “เซฟตี้ แอเรีย” น้อยมาก หลุดโค้งออกไปหมายถึงความปลอดภัย แม้รถแข่งจะมีความปลอดภัยสูงอยู่แล้ว ดังนั้นการขับรถจึงต้องเต็มไปด้วยความระมัดระวัง และการตัดสินใจต้องดี
“สนามมีทางขึ้นเนินลงเนินตลอด และต้องขับที่ความเร็ว 200 กว่าขึ้นไป นอกจากความระมัดระวังในการขับแล้ว ต้องมีสติในการดูสัญญาณธงให้ดี ดังนั้นขับรถแข่งต้องมีไหวพริบ สมาธิในระหว่างที่เราขับ เยอรมันกับไทยภูมิอากาศไม่เหมือนกัน ฤดูฝน หมอก หนาว ทำให้การขับยากขึ้นไปอีก ในรายการขับ 24 ชั่วโมง ผลัดกันขับ 4 คน คนหนึ่งขับ 3 ชั่วโมงแล้วเปลี่ยนคน การแข่งขันแบบนี้ต้องเป็นทีมเวิร์ก ยิ่งขับตอนกลางคืนควรเป็นคนที่อายุน้อยสุด เพราะต้องยอมรับว่าสายตาจะดีกว่า เพราะในสนามไม่มีไฟ ขับวน 99 รอบ ผลออกมา เราจบที่ 7 ในรุ่น และจบในอันดับ 109 จากรถทั้งหมด 241 คัน ถือเป็นความพอใจ เพราะเราไปแข่งครั้งแรก เราจบภายใน 24 ได้”
เสน่ห์ของกีฬาแข่งรถ
“แข่งรถ” ถือเป็นกีฬาผู้ชายที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะบางครั้งคนก็ควบคุมรถไม่ได้ทั้งหมด ต้องเป็นการปรับตัวระหว่างคนกับรถ ดังนั้นการจะเป็นนักแข่งรถที่เก่งและดี อย่างแรกคือจะต้องชอบกีฬาชนิดนี้ก่อนแล้วค่อยลองขับ เมื่อมีโอกาสต้องขยันซ้อม ศึกษาหาความรู้เรื่องเทคนิคการขับ ศึกษาสนามแต่ละสนาม ซึ่งขยันซ้อมสำคัญที่สุด มากกว่านั้นคือร่างกายต้องแข็งแรง มีระเบียบในการฟิตซ้อมร่างกายด้วยการออกกำลังกาย จะช่วยทำให้เราควบคุมรถได้ง่าย เพราะรถแข่งขับไม่ง่ายเหมือนรถทั่วไป ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์ ไม่มีแอร์คอนดิชั่นเนอร์ ไม่มีเครื่องเสียง ใจต้องรักล้วนๆ เพราะรถทำเพื่อความเร็ว ยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ยิ่งเจอรถแข่ง ความร้อนยิ่งเยอะ ดังนั้นรักเป็นนักแข่งรถ ต้องอดทน แข็งแรง ต้องมีกล้ามแขน หัวไหล่กว้างใหญ่ และที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องมีไหวพริบที่ไว ตัดสินใจต้องเร็ว ซ้อมเยอะๆ เพื่อให้นักแข่งจำสนามและคุ้นเคยกับเราเป็นอย่างดี เพื่อการหลบหลีกและควบคุมรถที่มีประสิทธิภาพ
กีฬาแข่งรถไม่ใช่กีฬาง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เช่น การไปร่วมทีมประเทศอังกฤษ ที่มีแต่นักแข่งรถที่เก่งระดับโลกอยู่หลายคน ก็ต้องอาศัยการฟันฝ่า อดทน เพื่อทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และให้คิดเสมอว่ากีฬาทุกอย่างมีแพ้ชนะ กีฬาทุกชนิดไม่ได้แข่งคนเดียว ต้องมีคู่ต่อสู้อีกมากมาย
แนะนำเด็กรุ่นใหม่
ณัฐพงษ์แนะนำน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักแข่งรถก็คือควรเริ่มตั้งแต่ยังเป็นเด็กราว 11 ขวบ ดีกว่ามาเริ่มตอนโต เพราะประสบการณ์จะสั่งสมไปเรื่อยๆ โดยควรเริ่มจากการขับโกคาร์ตก่อน
“จะเริ่มแข่งรถตอน 25 ปีก็ได้ แต่จะไม่มีความพร้อมของร่างกาย จะสู้คนเริ่มเด็กๆ ไม่ได้ เพราะในมุมมองของผมช่วงฮอตสุดๆ ของนักแข่งอยู่ที่ 20 ต้นๆ อย่างผม 17 เป็นช่วงไม่คิดอะไร ไม่มีภาระ ลูกก็ไม่มีในตอนนั้น ไม่มีอะไรต้องเสีย เราสามารถไปได้เต็มที่ แล้วผมก็ทำผลงานออกมาได้ดีมาก เราจะขับได้เต็มศักยภาพของเรา ทำให้ผมได้แชมป์ตอนอายุ 19 ในปี 1999 และถือเป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้แชมป์”
การจะเป็นนักแข่งรถที่ดี นอกจากฝีมือจากการขยันฝึกซ้อมแล้ว ผู้สนับสนุนส่งเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ ก็สำคัญมาก เพราะการแข่งรถต้องใช้เงินทุนสนับสนุนค่อนข้างมาก
“ผมสังกัดโตโยต้าซึ่งเป็นทีมที่สนับสนุนให้เราได้ขับรถแข่งตามที่เราใฝ่ฝันได้ ที่สำคัญทำให้ผมมีรายได้ มีเบี้ยเลี้ยงที่ดี สามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย แต่กว่าจะมีตรงนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพยายาม ยิ่งเป็นนักแข่งอาชีพยิ่งต้องใช้เงิน อย่างทีมโตโยต้าปีหนึ่งรับ 2 คนเท่านั้น คนนั้นก็ต้องเก่งจริงๆ ยิ่งน้องๆ ที่ได้คัดตัวร่วมทีมโตโยต้า เรซซิ่ง สคูล จะได้รับการสนับสนุนเยอะแยะมากมาย ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่สนับสนุนให้เรามีฝีมือที่เชี่ยวชาญในการแข่ง หากใครฝีมือดีจะได้ร่วมทีมแข่ง โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ อย่างผมก็ถือว่าเป็นนักแข่งที่มีอายุยังน้อยในทีม ในฐานะรุ่นพี่เราก็ต้องรักษาฝีมือให้ดี ฟิตร่างกายให้พร้อมเสมอแล้วเราก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพเอง”
แมนณัฐพงษ์ ห่อทองคำ อายุ 32 ปี
การศึกษา : ปวส. เทคโนโลยีสยาม
งานอดิเรก : วิ่ง/ว่ายน้ำ
อาชีพ : นักแข่งรถ/ผู้สอนขับรถแข่ง
คติพจน์ประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ผลงานที่ผ่านมา : ปี 19901996 เริ่มเข้าสู่วงการกับการแข่งขันรถโกคาร์ต
ปี 19971998 เข้าร่วมการแข่งขันรายการ เอเซียน ฟอร์มูล่า 2000
ปี 2000 รองชนะเลิศอันดับ 1 รายการ ซูเปอร์คาร์ สังกัดทีม “Prodrive”
ปี 2003 รองชนะเลิศอันดับ 4 รายการ ฟอร์มูล่า บีเอ็มดับเบิลยู
ปี 20072009 เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ซูเปอร์คาร์ ไทยแลนด์ รุ่นซูเปอร์คาร์ สังกัด “โตโยต้า ทีมอาร์โต”
ปี 2010 รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคล รายการ ซูเปอร์คาร์ ไทยแลนด์ รุ่นซูเปอร์คาร์ สังกัด “โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ บาย อาร์โต”
ปี 2011 รองชนะเลิศอันดับ 4 ประเภทบุคคล รายการ ซูเปอร์คาร์ ไทยแลนด์ รุ่นซูเปอร์คาร์ สังกัด “ โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ”
ปี 2012 เข้าร่วมการแข่งขัน รายการ ซูเปอร์คาร์ ไทยแลนด์ รุ่น ซูเปอร์คาร์ สังกัด “โตโยต้า ทีมไทยแลนด์”
ปี 2012 เข้าร่วมการแข่งขันรายการ เรซ ออฟ แชมเปี้ยน 2012 (R.O.C) สังกัด “โตโยต้า ทีมไทยแลนด์”







