เปิดหลักสูตร ‘พยาบาล’ ศตวรรษ 21แห่งแรกในโลก ที่ ‘รามาธิบดี’
กระแสโลกาภิวัตน์เชื่อมต่อโลกรวมเป็นหนึ่ง นั่นทำให้เมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพจึงกินความไปถึง “สุขภาพข้ามพรมแดน”
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
กระแสโลกาภิวัตน์เชื่อมต่อโลกรวมเป็นหนึ่ง นั่นทำให้เมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพจึงกินความไปถึง “สุขภาพข้ามพรมแดน”
ไม่แปลกที่ทุกการดำเนินการขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) จะพุ่งเป้าเจาะจงปัญหา “สุขภาพโลก” ในที่นี้หมายถึงการให้น้ำหนักกับปัญหาสุขภาพที่ “มนุษย์” ต้องร่วมกันแก้ไข ไม่ใช่ภาระของประเทศใดประเทศหนึ่งเหมือนในอดีต
ความกังวลในระดับโลกฉายภาพผ่านภารกิจของดับเบิ้ลยูเอชโอ โดยเฉพาะการตั้งรับกลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ปอดเรื้อรัง และโรคเบาหวาน
Global Health หรือภัยคุกคามด้านสุขภาพใหม่ ตามที่ดับเบิ้ลยูเอชโอได้นิยามไว้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย 1.โรคอุบัติใหม่โรคอุบัติซ้ำ 2.โรคระบาดจากการติดเชื้อ 3.โรคที่เกิดจากพฤติกรรมหรือโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 4.โรคที่เกิดแล้วยังหาทางแก้ไขไม่ได้
ภัยคุกคามด้านสุขภาพข้างต้นไม่ละเว้นขนาดศักยภาพของประเทศ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา
ว่ากันเฉพาะประเทศไทย การตั้งรับความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกมีให้เห็นบ้างแล้ว แม้จะเพิ่งเริ่มต้น
ล่าสุดแวดวงวิชาชีพ “พยาบาล” มีการปรับตัวที่จับต้องได้ โดยโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ยกเครื่องหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ เรียกได้ว่าเป็น “หลักสูตรต้นแบบ” สำหรับระดับปริญญาตรี โท และเอก
เฉพาะเจาะจงที่ “การพยาบาลรับมือภัยคุกคามใหม่ด้านสุขภาพ”
จริยา วิทยะศุภร ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี บอกว่า หลักสูตรใหม่เน้นที่จะพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน โดยหลักสูตรปริญญาตรีเน้นไปที่การเป็นพยาบาลผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) เน้นการจัดการเรียนการสอนจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ เตรียมพร้อมก่อนปฏิบัติในสถานการณ์จริงด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริง โดยจะดำเนินการภายในปี 2559-2560
สำหรับหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก จะมุ่งเน้นการผลิตพยาบาลที่เน้นการวิจัย และจะขยายไปสู่การสร้างพยาบาลที่เน้นปฏิบัติ หรือ “พยาบาลผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก” และ “พยาบาลผู้เชี่ยวชาญทางเวชปฏิบัติ” ในหลักสูตรฝึกอบรมวุฒิบัตรผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง
หลักสูตร Residency Training ที่เน้นการปฏิบัติ ถือเป็น “หลักสูตรแรกในโลก” ซึ่งสามารถเสนอขอเทียบวุฒิระดับปริญญาเอกได้ โดยใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี (จากเดิมใช้เวลาประมาณ 4-10 ปี)
อย่างไรก็ดี ในปี 2557 ได้เปิดหลักสูตร Residency Training แล้ว แต่นำร่องกับสาขาอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ ซึ่งครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยในระยะวิกฤต และผู้ป่วยอุบัติเหตุและบาดเจ็บ ส่วนในปี 2558 จะขยายไปสู่สาขาเด็กและสาขาเวชปฏิบัติชุมชน
“เชื่อว่าหลักสูตรนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการผลิตพยาบาลเชี่ยวชาญทางคลินิกและพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเวชปฏิบัติให้มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งในการประเมินของสภาการพยาบาลที่ผ่านมา ระบุว่า ประเทศไทยควรมีพยาบาลเชี่ยวชาญในสัดส่วน 10% ของพยาบาลทั้งหมดกว่า 1 แสนคนทั่วประเทศ ทว่าปัจจุบันกลับมีเพียงไม่ถึง 2%” จริยา ระบุ
“ปัจจุบันมีสถาบันที่ผลิตพยาบาลได้ 84 แห่ง เฉลี่ยผลิตได้ปีละ 7,000 คน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งหลังจากนี้โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดียังคงช่วยผลิตพยาบาลปริญญาตรี ซึ่งเป็นพยาบาลพื้นฐานต่อไป แต่ก็จะเน้นในหลักสูตรปริญญาโทและเอกด้วย เนื่องจากใน 84 แห่ง มีเพียง 7 แห่งเท่านั้นที่มีศักยภาพในการผลิตพยาบาลในระดับนี้”
“ยืนยันว่าเราไม่ได้มีแนวคิดที่จะผลิตพยาบาลเพื่อส่งออก แต่จะปรับให้โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีกลายเป็น EducationHub ซึ่งแน่นอนว่าจะมีชาวต่างชาติสนใจเข้ามาเรียน และเมื่อเรียนจบเขาก็จะกลับออกไปทำงานในประเทศของเขา” จริยา อธิบาย







