posttoday
อินทรีเหล็กเล่นของ

อินทรีเหล็กเล่นของ

31 พฤษภาคม 2553

หนึ่งในชาติที่เป็นทีมเต็งแชมป์อันดับต้นๆ ในศึกเวิลด์คัพทุกยุคทุกสมัยคือ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี

หนึ่งในชาติที่เป็นทีมเต็งแชมป์อันดับต้นๆ ในศึกเวิลด์คัพทุกยุคทุกสมัยคือ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี

 

อินทรีเหล็กเล่นของ

ศึกเวิลด์คัพหนนี้ แข้งเมืองเบียร์อาจจะดูเงียบๆ ไปหน่อย ไม่ได้ถูกพูดถึงมากนักเหมือนทีมเต็งอย่าง บราซิล สเปน หรือ อังกฤษ แต่เมื่อพะยี่ห้อ “เมด อิน เยอรมนี” แล้ว ฝ่ายตรงข้ามประมาทเมื่อใดเป็นได้น้ำตาตกเมื่อนั้น

อย่างไรก็ตาม การเตรียมทีมก่อนลุยแอฟริกาใต้ของเยอรมนีหนนี้ดูจะมีอุปสรรคไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องของตัวผู้เล่น

เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ชาวดอยช์ได้ช็อกกันทั้งประเทศ เมื่อ โรเบิร์ต เอ็งเค นายทวารมือ 1 ตัดสินใจฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้า และหลังจากนั้นมีนักเตะหลายคนต้องอกหักชวดลุยเวิลด์คัพไปอย่างน่าเสียดายจากอาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็น เรเน อาดเลอร์, ไซมอน โรลเฟส, คริสเตียน แทรช โดยเฉพาะ “กัปตันทีม” มิชาเอล บัลลัก ที่เจ็บข้อเท้ามาจากเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ

ในสีเสื้อของ “สิงห์บลู” เชลซี บัลลักอาจจะไม่โดดเด่นเท่าใดนัก แต่เมื่อมาสวมยูนิฟอร์มรับใช้ชาติ บัลลักเปรียบเสมือนกล่องดวงใจของทีมอินทรีเหล็กยังไงยังงั้น

หลังจากบัลลักเดี้ยงไป โธมัส มุลเลอร์ ก็เกือบดวงแตกอีกคน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองหน้าของบาเยิร์น มิวนิก รายนี้ปั่นจักรยานล้มคางแตกจนต้องเย็บ แต่โชคดีที่ไม่เจ็บหนักถึงขั้นต้องถอนตัว

ถ้าเป็นที่เมืองไทย แล้วมีนักเตะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานระนาวอย่างนี้ เผลอๆ อาจได้มีการทำบุญสะเดาะเคราะห์ล้างซวยกันไปแล้ว

แต่ใช่ว่าเยอรมนีจะไม่มี “ความเชื่อ”

แข้งซูเปอร์สตาร์ของทีมอินทรีเหล็กหลายคนมีพฤติกรรมที่ต้องทำเป็นประจำ ด้วยความเชื่อว่าจะนำโชคดีมาสู่ตัวเองหรือเพื่อสร้างแรงกระตุ้นก่อนลงฟาดแข้ง

เริ่มกันที่ ฟิลิปป์ ลาห์ม กองหลังจากบาเยิร์น ที่จะได้สวมปลอกแขนกัปตันนำเพื่อนร่วมทีมลงสู่สนามแทนบัลลัก

“สิ่งที่ผมชอบทำก่อนเริ่มเกมทุกครั้งคือ การให้ผู้เล่นทุกคนมายืนรวมกันเป็นวงกลม เพราะมันสร้างแรงกระตุ้นให้ผมได้เยอะเลย” ลาห์ม กล่าว

ขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู จากการเสียชีวิตของเอ็งเค และการถอนตัวของอาดเลอร์ ทำให้ มานูเอล นอยเออร์ ถูกดันขึ้นมาครองมือ 1 แบบส้มหล่น ซึ่งเขาก็มีเคล็ดของตัวเองเช่นกัน

“ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น ผมจะเดินไปแตะเสาประตูทั้ง 2 ข้างและคานประตูอย่างละครั้ง มันดูง่ายๆ แต่มันทำให้ผมรู้สึกดีนะ” จอมหนึบจากชาลเก กล่าว

การมายืนจับกลุ่มรวมพลังกันของนักเตะหรือการสัมผัสเสาประตูของนายทวาร อาจเป็นสิ่งที่เราเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะแปลกขึ้นมาบ้างกับความเชื่อของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

“สำหรับในเกมทีมชาติ ผมจะเป็นคนสุดท้ายทุกครั้งที่ลงจากรถบัสและจะวิ่งลงสนามเป็นคนสุดท้ายด้วย นอกจากนี้ผมจะใส่สตั๊ดสีขาวเสมอ เพราะเมื่อผมก้มลงไปมองเท้าตัวเองแล้วเห็นรองเท้าสีขาว ผมรู้สึกดียังไงไม่รู้” มิดฟิลด์จากบาเยิร์น มิวนิก กล่าว

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา ไม่มีใครแปลกเกิน เพอร์ แมร์เตซักเกอร์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่างโย่งจากแวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งปฏิเสธที่จะโกนหนวดก่อนลงสนาม 23 วัน

“ใครโกนหนวด คนนั้นแหละแพ้”

ดังนั้นถ้าเห็น แมร์เตซักเกอร์ ชูถ้วยแชมป์บอลโลกพร้อมกับหนวดเคราอันรุงรังก็ไม่ต้องแปลกใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท