
ลายแทงแห่งความรวย (2)
รักษาดี หมายถึง เมื่อทำมาหากินได้เงินมาแล้ว ต้องรู้จักเก็บ รู้จักออม รู้จักบริหารจัดการให้เป็น คนที่หาเงินเก่ง
โดย....ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
รักษาดี หมายถึง เมื่อทำมาหากินได้เงินมาแล้ว ต้องรู้จักเก็บ รู้จักออม รู้จักบริหารจัดการให้เป็น คนที่หาเงินเก่ง แต่รักษาไม่ดี บริหารไม่เป็น ถึงหาเงินเก่ง หาเงินง่ายอย่างไร เงินที่เข้ามามือซ้ายก็คงย้ายออกไปมือขวาอยู่วันยังค่ำ
บทความชื่อ “เคล็ดลับความรวยหลังเกษียณ” ของคุณพิษณุ นิลกลัด ในหนังสือพิมพ์มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 2127 มี.ค. 2557 ชี้ให้เห็นว่า คนที่มีความสามารถ มีชื่อเสียงระดับโลก สามารถหาเงินได้ง่ายๆ จากชื่อเสียงและความสามารถของตนเองได้อย่างมหาศาล แต่หากบริหารไม่ดี รักษาไม่เป็นนั้น ต่อให้มีเงินเป็นพันล้าน หมื่นล้าน วันหนึ่งก็อาจร่วงหล่นจากฐานะมหาเศรษฐีมาสู่ความยากจนเข็ญใจได้เหมือนกัน
คุณพิษณุ นิลกลัด ยกตัวอย่างการหาเงินและการบริหารเงินของคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกไว้ดังนี้
“หลังจากเลิกราออกจากวงการแค่สองสามปี นักกีฬาอาชีพในอเมริกาจำนวนไม่น้อยกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว แต่มีสุดยอดนักกีฬาระดับโลก 3 คนที่ยังมีรายได้มหาศาลหลังเลิกเล่น
เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ได้ประกาศอันดับรายชื่อนักกีฬาที่ยังทำเงินมหาศาลหลังจากรีไทร์ไปแล้ว โดยคำนวณรายได้ในรอบปีที่ผ่านมาจากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าและการกระทำธุรกิจต่างๆ
นักกีฬาอาชีพที่ผันตัวเป็นนักธุรกิจและทำรายได้มหาศาลทั้ง 3 คน อันดับ 1 คือ ไมเคิล จอร์แดน (บาสเกตบอล) อันดับ 2 อาร์โนลด์ พาลเมอร์ (กอล์ฟ) และอันดับ 3 เดวิค เบคแคม (ฟุตบอล)
ไมเคิล จอร์แดน เลิกเล่นบาสเกตบอลเอ็นบีเอตั้งแต่ปี 2003 หรือ 10 ปีมาแล้ว แต่ยังมีรายได้ต่อปีหลายพันล้านบาท
เมื่อปีที่แล้ว จอร์แดนมีรายได้ 90 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการเซ็นสัญญากับรองเท้าบาสเกตบอลของไนกี้รุ่นแอร์ จอร์แดน (Air Jordan) รวมถึงเสื้อผ้าของไนกี้ที่มีโลโก้แอร์ จอร์แดน ซึ่งเป็นรูปจอร์แดนกระโดดกางขาเตรียมดั๊งลูกบาสเกตบอล
นับตั้งแต่ไนกี้วางตลาดรองเท้าบาสเกตบอลรุ่นแอร์ จอร์แดน ในปี 1985 ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และดีไซน์ใหม่เป็นประจำ ทำให้เวลาผ่านไป 29 ปี รองเท้ารุ่นแอร์ จอร์แดน ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
เฉพาะในอเมริกาประเทศเดียว ยอดขายรองเท้ารุ่นแอร์ จอร์แดน สูงถึง 2,700 ล้านดอลลาร์ ส่วนเสื้อผ้าที่มีโลโก้แอร์ จอร์แดน ก็มียอดขาย 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรองเท้าแอร์ จอร์แดน และเสื้อผ้าทุกตัวที่มีโลโก้แอร์ จอร์แดน ที่ขายออกไป ไมเคิล จอร์แดน จะได้รับส่วนแบ่งทุกชิ้น
ธุรกิจนอกเหนือจากนี้ของจอร์แดน มีร้านอาหาร 7 แห่ง ศูนย์ขายรถยนต์ และเป็นหุ้นส่วนทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอ ทีมชาร์ล็อตต์ บ๊อบแคตส์
ไม่เพียงแต่ธุรกิจของจอร์แดนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เรื่องครอบครัวของจอร์แดนก็เติบโตขยายใหญ่ขึ้นเช่นกัน เพราะเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา จอร์แดนและอีฟเว็ตต์ (Yvette) ภรรรยาคนที่สอง วัย 35 ปี ได้ให้กำเนิดลูกแฝดหญิง นับเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าให้กับไมเคิล จอร์แดน ซึ่งมีอายุครบ 51 ปี เมื่อวันที่ 17 ก.พ.
นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่า ปัจจุบัน ไมเคิล จอร์แดน มีทรัพย์สินเงินทองมูลค่าราว 750 ล้านดอลลาร์ หรือ 24,000 ล้านบาท
นักกีฬาอีกคนที่เลิกเล่นไปนานแล้วยังทำรายได้มหาศาล คือ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ยอดนักกอล์ฟวัย 84 ปี เจ้าของแชมป์เมเจอร์ 7 รายการ
อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ลงแข่งขันกอล์ฟอาชีพครั้งสุดท้ายปี 2006 ด้วยวัย 75 ปี เหตุผลที่เลิกแข่งเพราะเล่นไม่ได้ดั่งใจเลยไม่อยากลงแข่งขันอีก
ปีที่แล้วนิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่า อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ทำรายได้ 40 ล้านดอลลาร์ หรือ 1,200 ล้านบาท จากการขายชามะนาวเย็นและเสื้อผ้า
ชามะนาวเย็นยี่ห้อ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ซึ่งผลิตใส่กระป๋องขาย เกือบทุกซูเปอร์มาร์เก็ตในอเมริกา คือสินค้ายอดนิยมของแม่บ้านพ่อบ้านอเมริกัน
ชามะนาวเย็น สูตร อาร์โนลด์ พาลเมอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงการแข่งขันกอล์ฟยูเอสโอเพ่นปี 1960 ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก โดยพาลเมอร์ได้เข้าไปสั่งเครื่องดื่นที่บาร์ในคลับเขาที่ตัวเขาชื่นชอบ คือ น้ำชาครึ่งหนึ่ง ผสมน้ำมะนาวอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินจึงบอกบาร์เทนเดอร์ว่า เธอขอสั่งเหมือนกันอีกแก้ว
นับจากนั้นมา ชามะนาวที่ประกอบด้วยน้ำชาครึ่งหนึ่งและน้ำมะนาวอีกครึ่งหนึ่งกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายในอเมริกา และบรรจุกระป๋องหรือขวดแกลลอนขาย โดยมีใบหน้าอาร์โนลด์ พาลเมอร์ ติดอยู่ และรู้จักในชื่อ ฮาล์ฟ แอนด์ ฮาล์ฟ (Half & Half) หรือ ครึ่ง ครึ่ง
นอกจากนี้ เสื้อผ้ากอล์ฟยี่ห้อ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ที่มีโลโก้เป็นร่มกอล์ฟสีลูกกวาดก็เป็นยี่ห้อที่มีจำหน่ายทั่วโลก เฉพาะในเอเชียมีร้านขายเสื้อผ้ายี่ห้ออาร์โนลด์ พาลเมอร์ ถึง 400 สาขา
ประเมินว่า อาร์โนลด์ พาลเมอร์ มีทรัพย์สินเงินทองประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ หรือ 21,000 ล้านบาท
สำหรับยอดนักกีฬาอันดับที่ 3 ที่ร่ำรวยตามมาติดๆ คือ เดวิด เบคแคม ยอดนักฟุตบอลชาวอังกฤษ
นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่า ปีที่แล้ว เบคแคม วัย 38 ปี มีรายได้ 37 ล้านดอลลาร์ หรือ 1,185 ล้านบาท
เบคแคมอำลาสนามเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ปีที่แล้ว แต่ความนิยมในตัวเบคแคมยังไม่ลดลง เขาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าต่างๆ หลายชิ้น เช่น ชุดชั้นในชายยี่ห้อ เอช แอนด์ เอ็ม อาดิดาส และซัมซุม
ประเมินว่า เดวิด เบคแคม มีทรัพย์สินเงินทองรวม 300 ล้านดอลลาร์ หรือ 9,700 ล้านบาท
ไมเคิล จอร์แดน ให้คำแนะนำนักกีฬารุ่นน้องในการจะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จหลังเลิกเป็นนักกีฬาอาชีพว่า ต้องรู้จักเอาตัวให้ห่างจากอบายมุข อย่าท้อถอยในชีวิตแม้จะทำในสิ่งที่ตั้งใจไม่สำเร็จ
เพราะก่อนจะเรียนรู้ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเรียนรู้ที่จะล้มเหลวก่อน
แต่นักกีฬาอาชีพที่ร่ำรวย ประสบความสำเร็จหลังรีไทร์ อย่าง ไมเคิล จอร์แดน อาร์โนลด์ พาลเมอร์ เดวิด เบคแคม นั้นมีน้อย
สัดส่วนของนักกีฬาที่หมดตัวหลังจากเลิกเล่นเป็นนักกีฬาอาชีพนั้นสูงอย่างน่าเป็นห่วง
จากสถิติพบว่า นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอจำนวน 60 เปอร์เซ็นต์ หมดตัวหลังจากเลิกเล่นได้ 5 ปี ทั้งๆ ที่โดยเฉลี่ยนักบาสเกตบอลได้เงินฤดูกาลละ 5.15 ล้านดอลลาร์ หรือ 155 ล้านบาท
ส่วนนักอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล จำนวน 78 เปอร์เซ็นต์ หมดตัวหลังจากเลิกแข่งเพียง 2 ปี
โดยเฉลี่ยนักอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลได้ค่าตัวฤดูกาลแข่งขันละ 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 33 ล้านบาท
ความล้มเหลวมาจากต้นตอที่ไม่แตกต่างกัน นับตั้งแต่ความฟุ่มเฟือย อวดร่ำอวดรวย มั่นใจในตัวเองสูง ไม่ฟังใคร ไม่ศึกษาธุรกิจให้ถ่องแท้ ไม่มีความสามารถในธุรกิจนั้นๆ
ไมค์ ไทสัน อดีตนักมวยที่โด่งดังคับฟ้าถลุงเงินนับหมื่นล้านบาทจนหมดเนื้อหมดตัวในเวลาไม่กี่ปีไปกับเหล้ายาและผู้หญิง ต้องติดหนี้ติดสินกว่าจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีอย่างในปัจจุบันก็เกือบสาย
บียอห์น บอร์ก อดีตนักเทนนิสหมายเลข 1 ของโลกชาวสวีเดน ลงทุนทำธุรกิจหลากหลายประเภทที่ตนไม่ถนัดจนหมดเงินที่มีหลายพันบาท
อาชีพนักกีฬาและทุกอาชีพ ถ้าทำอย่างสุจริต กว่าจะร่ำรวยต้องทำงานหนักมากเหนื่อยมากด้วยกันทุกคน ดังนั้น ต้องดูแลสิ่งที่หามาด้วยความลำบากอย่างรอบคอบและมีสติ”
วิธีการรักษาเงินนั้น พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ในพระไตรปิฎกว่า หากมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง สมมติว่าก้อนหนึ่งนั้นมี 100 บาท ให้แบ่งเงินนั้นออกเป็น 4 ส่วน และใช้แต่ละส่วนเพื่อความงอกเงยของเงินและเพื่อความงอกงามของชีวิตดังนี้
25% เก็บไว้เพื่อการจับจ่ายใช้สอยรายวัน
50% เก็บไว้เพื่อการลงทุนประกอบสัมมาชีพ
25% เก็บไว้เพื่อความมั่นคงในชีวิต
หากพิจารณาวิธีรักษาเงินที่ตรัสไว้นี้ ก็จะพบว่า คำว่า รักษาดี ไม่ได้หมายความว่าให้เก็บเงินไว้อยู่เฉยๆ ที่ห้องหับที่แสนมิดชิดหรือในธนาคารที่มีความมั่นคงทางการเงินเท่านั้น แต่หมายรวมถึงวิธีทำเงินให้งอกเงยเพิ่มพูนขึ้นมามากกว่าเดิมอีกด้วย เพราะการรักษาเงินไว้เฉยๆ นั้นไม่ได้ทำให้เงินเพิ่มขึ้น มีแต่จะร่อยหรอลงทุกวัน ต่อให้ใช้เงินนั้นประหยัดอย่างไรก็ตาม ไม่วันใดก็วันหนึ่งเงินนั้นก็ต้องหมดไป การรักษาเงินเมื่อกล่าวให้ถูกต้องจึงย่อมหมายถึง การรู้จักใช้เงินอย่างฉลาด การรู้จักออมเงิน และการรู้จักทำให้เงินงอกงามทุกคืนวันด้วยวิธีการที่ชอบธรรมด้วยอาชีพที่สุจริตอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว ในอาทิยสูตร พระพุทธเจ้ายังตรัสแนะนำวิธีการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีก 5 ประการ ดังต่อไปนี้
1.เลี้ยงตน มารดา บิดา บุตรภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข
2.เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข
3.บำบัดอันตรายที่เกิดแต่เหตุต่างๆ
4.ทำพลีห้าอย่าง คือ
ก.ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
ข.อติถีพลี ต้อนรับแขก
ค.เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้เทวดา
ง.บุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย
จ.ราชพลี เสียภาษีอากร
5.บริจาคทานแก่สมณพราหมณ์ผู้มีศีลมีธรรม
ผู้ที่หาเงินได้แล้ว รู้จักเก็บเงิน บริหารเงิน ตามพุทธวิธีย่อมจะมีทั้งเงินที่งอกงามและธรรมที่งอกเงย (เงินก็เพิ่ม คุณภาพชีวิตก็พูน) จึงเป็นทั้งคนดีและคนมีเงิน สมกับที่คนโบราณของไทยท่านเรียกเศรษฐีว่าเป็นคนใจบุญ
การเป็นเศรษฐีมีเงินที่นำเงินมาจุนเจือสังคมด้วยการทำสังคมสงเคราะห์ คือ สาระสำคัญของการเป็นเศรษฐี หรือคือแก่นสารของการมีความมั่งคั่งทางการเงิน ใครที่เป็นเศรษฐีจึงต้องก้าวไปเป็นคนใจบุญอีกขั้นหนึ่ง จึงจะนับว่าเป็นผู้รู้จักเอาประโยชน์จากทรัพย์ด้วยการเปลี่ยนโลกิยทรัพย์ให้เป็นอริยทรัพย์
บิล เกตส์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ร่วมกันก่อตั้งโครงการ “สัญญาว่าจะให้ (The Give Pledge)” และมวลมหาประดาเศรษฐีอีกเกือบร้อยคนทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการนี้กำลังเป็นผู้เดินเข้าไปใกล้ความหมายของการเป็นทั้งเศรษฐีและคนใจบุญอย่างสง่างาม







