
สร้างเสน่ห์เพิ่มบารมีจากมุมมองโค้ชโอลิเวีย ฟ็อกซ์ เคเบน
โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
สัปดาห์ที่แล้วผู้เขียนมิได้นำสาระน่ารู้จากการเข้าร่วมสัมมนาประจำปี 2557 ของ The Society for Human Resource Management (SHRM) มานำเสนอในคอลัมน์ ทั้งนี้เพราะต้องการเขียนเรื่องที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคุณแม่ในวาระที่วันที่ 12 ส.ค. เป็นวันแม่แห่งชาติของไทยเรา
ต้องยอมรับว่าการเข้าสัมมนา SHRM เป็นประจำทุกปีเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์กับผู้เขียนมากเพราะเป็นเวทีใหญ่ระดับโลกของชาว HR จากนานาประเทศที่จะมานำเสนองานวิจัย ประสบการณ์การบริหารและการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคลากรในภาคส่วนต่างๆ นับกว่าร้อยหัวข้อให้เราได้เลือกฟัง ตัวผู้เขียนมีความสนใจเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำ และสนใจในงานเขียนของโอลิเวียมานานแล้ว เธอเป็นคนอเมริกันมีเชื้อชาติฝรั่งเศส พูดได้ 4 ภาษา หน้าตาดี บุคลิกดี ผู้เขียนลองพยายามค้นหาประวัติการศึกษาของเธอแต่ไม่มีข้อมูลแจ้งไว้ หน้าประวัติของเธอบอกแต่เพียงว่าเธอมีพื้นความรู้ด้านจิตวิทยา และเธอรู้จักใช้ความรู้นั้นมาสร้างขั้นตอนกลยุทธ์ต่างๆ ในการโค้ชผู้บริหารให้สามารถสร้าง “Charisma” เพื่อสร้างความประทับใจแก่กลุ่มเป้าหมาย เช่น เพื่อนร่วมงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า เป็นต้น ซึ่งคำว่า “Charisma” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้ค่อนข้างหลากหลายเลยค่ะ แต่ความหมายที่น่าจะตรงกับเรื่องที่โอลิเวียพูดในงานสัมมนา SHRM ก็คือการสร้างเสน่ห์ สร้างบุคลิกภาพพิเศษเฉพาะตัวที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายประทับใจในตัวของท่าน ทั้งนี้เธอมิได้หมายความว่าเราจะ “สร้าง” บุคลิกที่ไม่ใช่ตัวตนของเราแท้ๆ แต่เราจะพยายามทำความเข้าใจคนรอบตัวเราและกลุ่มเป้าหมายของเราว่าเขามีทัศนคติและความต้องการเป็นอย่างไร เพื่อที่ว่าในลำดับต่อไปเราจะสามารถดึงตัวตนและบุคลิกภาพที่เรามีอยู่ออกมานำเสนอให้กลุ่มเป้าหมายของเราตระหนักว่าเราคือคนที่เขามองหา เราคือคนที่เขาสามารถไว้ใจได้ เป็นคนที่มีความสามารถที่เขาสามารถพึ่งพิง หรือแม้แต่เป็นคนที่เขาต้องเคารพและเกรงใจ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เราสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ค่ะ
โอลิเวียเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยชั้นนำต้องจองตัวเธอ เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อสั้นๆ ว่า “MIT” (Massachusetts Institute of Technology) เป็นต้น สถาบันชื่อดังเหล่านี้ต่างเชื้อเชิญเธอมาเป็นผู้บรรยายให้นักศึกษา MBA ฟัง โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างเสน่ห์บารมีและเรื่องของการสร้างอิทธิพลเพื่อจูงใจโน้มน้าวใจคน (Convincing and Persuading Power) อันเป็นทักษะสำคัญของผู้นำ กล่าวกันว่าเมื่อเธอตกลงไปสอนวิชาเหล่านี้ให้กับ MIT ถึงขนาดว่าต้องมีรปภ.หลายคนตั้งที่ขวางและกั้นประตูอย่างเข้มงวดเพื่อกันมิให้นักศึกษาที่มิได้ลงทะเบียนเรียนวิชานี้กับเธอแอบเข้าห้องไปนั่งฟังการบรรยายได้ เพราะวิชานี้มีคนจองเรียนแน่นขนัดเลยค่ะ เมื่อเธอมี “ความดัง” ขนาดนี้ผู้เขียนก็ต้องไม่พลาดการบรรยายของเธอในการสัมมนาที่ SHRM จัดขึ้นน่ะสิคะ
ในเวลาที่จำกัดเพียงชั่วโมงกว่าๆ โอลิเวียเผยหลักการ 3 ประการที่เราสามารถสร้างเสน่ห์หรือบารมีให้เกิดขึ้นกับตัวเราได้ หลัก 3 ประการนี้ คือ เรื่องของการปรากฏตัว การแสดงออกของกิริยาท่าทีที่เธอใช้คำว่า “Presence” หลักต่อไปคือเรื่องของการบริหารและแสดงอำนาจ (Power) ที่เหมาะสม และสุดท้ายคือเรื่องของการสร้างความรู้สึกอบอุ่น (Warmth) ในจิตใจให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึก มาเริ่มลงรายละเอียดของหลัก 3 ประการนี้เลยค่ะว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
Presence หมายถึง การปรากฏตัวให้คนได้เห็นบุคลิกท่าทางของท่านเพื่อสร้างความประทับใจให้เกิดแก่กลุ่มเป้าหมาย โอลิเวียบอกว่าจากงานวิจัยของ MIT พบว่าคนเราโดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 2 วินาทีเท่านั้นที่จะกวาดตาพิจารณาคนแปลกหน้า หรือบุคคลคนหนึ่ง แล้วตัดสินว่าคนคนนั้นเป็นอย่างไร เช่น น่ารัก หยิ่ง จน รวย มีการศึกษา เย็นชา อบอุ่น และที่สำคัญคือไว้ใจได้หรือไม่ 2 วินาทีเท่านั้นค่ะที่เราแต่ละคนมีเวลาสร้างความประทับใจในทางบวกให้แก่กลุ่มเป้าหมายผ่านการปรากฏตัวที่แสดงออกถึงบุคลิกภาพของเรา ดังนั้นโอลิเวียจึงกล่าวว่าเราควรสนใจดูแลบุคลิกภาพภายนอกของเราให้ดูดีเหมาะสมกับภาพลักษณ์ที่เราต้องการสื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จัก เรื่องของเสื้อผ้าหน้าผมควรได้รับการดูแลแนะนำจากมืออาชีพเพื่อช่วยส่งเสริมและสื่อสารตัวตนของท่านออกมาได้ชัดเจนหนักแน่น เช่น สื่อว่าท่านเป็นคนง่ายๆ ไม่ถือตัว อนุรักษนิยม ทันสมัย หรือทรงอำนาจ ถัดจาก “เปลือก” ภายนอกเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมก็เป็นเรื่องของกิริยาท่าทาง ทั้งนี้โอลิเวียได้ให้เทคนิคในการทำให้การปรากฏตัวของเรามีน้ำหนักหรืออิทธิพลมากขึ้นระหว่างกำลังมีบทสนทนากับกลุ่มเป้าหมายด้วย อย่างเช่น มองลึกเข้าไปในลูกนัยน์ตาของคู่สนทนาจนมองเห็นสีของลูกตาของเขาว่าประกอบด้วยสีอะไรบ้าง การมองแบบนี้จะทำให้ท่านฝึกการมองที่ดูเหมือนเจาะลึกเข้าในจิตวิญญาณของคู่สนทนาเลย ซึ่งวิธีการมองแบบนี้เป็นวิธีการมองของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันที่ผู้คนกล่าวขวัญถึง คนที่ถูกมองแบบนี้จะรู้สึกว่าเขาได้รับความสนใจอย่างเต็มที่จากท่าน อย่างไรก็ตามควรฝึกวิธีมองแบบนี้กับคนใกล้ชิดก่อนเพราะถ้าฝึกไม่ดีพอมันจะดูเหมือนท่านกำลัง “จับจ้อง” มากไปจนทำให้คู่สนทนาเกิดอาการอึดอัดได้ จากประสบการณ์ของผู้เขียน ท่านต้องใส่ความรู้สึกดีๆ เช่น ความรู้สึกเป็นมิตร ความรู้สึกอยากรู้จักจากใจจริง สายตาของท่านจึงจะสามารถสื่อความรู้สึกดีๆ จากส่วนลึกในใจของท่านไปสู่ส่วนลึกในใจของคู่สนทนาหรือกลุ่มเป้าหมายได้ ยกเว้นแต่ว่าท่านต้องการค้นความจริงจากดวงตาคู่นั้นจริงๆ ถึงค่อยรวมสมาธิให้มั่นแล้วจ้องลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายค่ะ เคยเห็นแมวบางตัวจ้องจิ้งจกจนหล่นจากเพดานไหมคะ? อิทธิพลของสายตาเป็นสิ่งที่ฝึกกันได้ สำคัญที่ว่าต้องใช้ให้ถูกกาลเทศะด้วย มิฉะนั้นมันอาจทำให้ท่านได้ผลลัพธ์ที่ท่านไม่ต้องการก็ได้
3 หลักการของโอลิเวียเป็นหลักการที่ซ่อนเร้นรายละเอียดมากพอสมควรเลยค่ะในการที่จะทำให้มันเกิดผล ผู้เขียนจึงต้องใช้เนื้อที่มากสักหน่อยในการนำเสนอและยกตัวอย่างให้ท่านผู้อ่านจินตนาการตามได้ สัปดาห์หน้าจะมาคุยกันต่อถึงอีก 2 หลักการที่เหลือนะคะ หากท่านใดอยากเรียนรู้รายละเอียดกลยุทธ์ของโอลิเวียอย่างลึกซึ้ง ลองหาซื้อหนังสือของเธอมาอ่านสิคะ ชื่อเรื่อง “The Charisma Myth : How Anyone Can Master the Art and Science of Personal Magnetism” พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Portfolio Trade เมื่อปีที่แล้วนี้เองค่ะ







