
ธุรกิจความงามไม่ง่ายต้องใส่ใจใกล้ชิด
โดย....อนุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย....อนุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ธุรกิจความงามถือว่าเบิกบานราวกับดอกเห็ด แต่ก็ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก จากเดิมที่เป็นธุรกิจที่คุณหมอมักมาเปิดเอง ต่อมาก็เป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นดาวสังคมมาเปิด ระยะหลังคือดารามาเปิดเอง ดังนั้นการสร้างความน่าเชื่อถือให้เป็นที่ยอมรับ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก มีหลายรายที่เข้ามาในธุรกิจนี้เพียง 34 ปี แล้วก็หายไป ดังนั้นผู้ที่อยู่ได้ต้องมีจุดเด่นเคล็ดลับอย่างไร
กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย กรรมการบริหารเดซี่ ดีว่า และอิมเมจินี่ คลินิก ที่มีสาขารวมกันทั้งสองแห่งเกือบ 10 สาขา เธอเล่าถึงหลักการบริหารงานว่า จุดเด่นเป็นคนตั้งใจและมุ่งมั่นในการทำงาน ใส่ใจในรายละเอียดและคอยติดตามงาน ผลการรักษารวมถึงความพึงพอใจของลูกค้าในด้านการให้บริการ เพราะมีหลักปรัชญาในการทำงานว่า ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีที่สุด และไม่ทำขอไปที หรือไม่ทำแบบครึ่งๆ กลางๆ
ผู้บริหารที่ดีควรทำ
1.รู้จักลำดับความสำคัญของงานและจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมตามความสำคัญนั้น งานบางอย่างมีความสำคัญมากต่อองค์กร แต่ยังไม่มีความเร่งด่วนในตอนนี้ เช่น การขยายกำลังผลิต หรือขยายสาขา ในขณะที่งานบางอย่างมีความสำคัญน้อย
2.กำหนดเป้าหมายให้พนักงานให้ชัดเจนและสามารถวัดหรือประเมินเป็นรูปธรรมได้ เช่น เพิ่มยอดขายสินค้า 5% ใน 3 เดือน หรือลดค่าใช้จ่ายในด้านโฆษณาลง 15% ใน 3 เดือน
3.มอบหมายงานให้เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงาน เพราะพนักงานแต่ละคนจะมีทักษะที่ต่างกัน บางคนถนัดเรื่องตัวเลข บางคนถนัดเรื่องสื่อสารกับคน บางคนความคิดสร้างสรรค์ และบางคนจะเดินแต่ในกรอบ
4.ประเมินตัวเอง เนื่องจากการตัดสินใจของผู้บริหารมีความสำคัญต่อองค์กร ดังนั้นจึงสำคัญว่าผู้บริหารจะต้องรู้จุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง เพราะบางทีเรามี bias บางเรื่องซึ่งเราอาจจะมองไม่เห็น ต้องคอยหาคำแนะนำและคอยตรวจสอบและปรับปรุงตัวเอง คำติชมบางทีอาจมาจากคนร่วมงาน หรือคนที่รู้จักเราดี หรือระบบประเมินที่มีในองค์กรใหญ่ๆ
5.ให้อาหารสมองอยู่เสมอ การหมั่นศึกษา เรื่องของสุขภาพความงาม รวมถึงเวชภัณฑ์และนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่เป็นที่นิยมจากแพทย์ในต่างประเทศ และข้อมูล งานวิจัย ที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องและผลการรักษา
สิ่งไม่ควรทำ
1.ใช้ความรู้สึก ในการตัดสินใจในการทำงาน หรือในการประเมินผลงาน วิธีนี้จะเกิดการลำเอียงและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถูกจุด การตัดสินใจควรจะต้องตั้งอยู่บนข้อมูล สถิติ
2.ตำหนิพนักงานโดยไม่บอกหรือแนะนำ วิธีการแก้ไข หรือวิธีการปรับปรุง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับองค์กรเลยและพนักงานเลย เพราะจะไม่มีการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด
เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคมีวิธีการรับมืออย่างไรคือ ก่อนอื่นจะถามตัวเองว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาอุปสรรคหรือเปล่าหลายครั้งจะพบว่าหลายเรื่องไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคจริงๆ ถ้าเป็นปัญหาและอุปสรรคมันมีความด่วนและสำคัญแค่ไหนที่เราจะต้องทำการแก้ไข พูดอีกอย่างคือให้ลำดับความสำคัญของปัญหา บางปัญหาไม่ต้องแก้ตอนนี้ แต่เป็นอีกนานเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า บางทีจะเป็นการง่ายในการแก้ปัญหา ถ้าเราสามารถแตกย่อยประเด็นปัญหาออกเป็นส่วนๆ และแก้ไขส่วนนั้นๆ ถ้าปัญหาเป็นเรื่องที่เราไม่คุ้นเคย เราจะขอความเห็นกับผู้รู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ







