
อาจไม่ใช่อย่างที่คิด
โลกออนไลน์นั้นเต็มไปด้วยข้อมูลและข่าวสาร เพียงแต่ต้องชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริง
โลกออนไลน์นั้นเต็มไปด้วยข้อมูลและข่าวสาร เพียงแต่ต้องชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริง
หลายปีมานี้ ผมเห็นแฟนเพจประเภทแฉพฤติกรรมไม่ถูกไม่ควรต่างๆ เกิดขึ้นมากมายหลายเพจ ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เหมาะสม และพฤติกรรมแย่ๆ ของเพื่อนร่วมสังคมอีกมากมาย ซึ่งอันที่จริงผมชื่นชมกับการร่วมกันเป็นหูเป็นตา เป็นพลังทางสังคมที่จะช่วยกันรณรงค์ให้พฤติกรรมแย่ๆ เหล่านี้หมดสิ้นไป เพียงแต่หลายครั้งผมแปลกใจกับการแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นความรู้สึกสุดขั้วของผู้คน ดีก็ชมเสียจนซาบซึ้ง ครั้นเมื่อพบเห็นผู้กระทำผิดก็รุมประณามไม่มีชิ้นดี
ล่าสุดก็กรณีวีออสป้ายแดงที่ปาดหน้ารถตู้ ซึ่งไม่นานหลังเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว ก็มีผู้สืบเสาะรู้ถึงที่มาที่ไปของรถวีออสดังกล่าว มีการเปิดเผยเฟซบุ๊กของคนที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว ผู้คนในโลกออนไลน์เข้าไปโพสต์ประณามพฤติกรรมในเฟซบุ๊กดังกล่าวจนเจ้าของเฟซบุ๊กต้องโพสต์ชี้แจงว่ารถดังกล่าวเป็นของเพื่อน และตัวเขาเองไม่ได้เป็นคนขับที่ก่อเหตุ
เหตุการณ์จบลงด้วยการที่ตำรวจสืบเสาะจนรู้ตัวเจ้าของและคนขับรถที่แท้จริง แต่เจ้าของเฟซบุ๊กที่เป็นเพื่อนของผู้ก่อเหตุก็ถูกรุมประณามอย่างยับเยินไปแล้ว
ผมคิดว่าน่าประหลาดใจอย่างมาก ที่ผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลายไม่ยับยั้งชั่งใจ ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะรุมประณามเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว
ผมตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกัน ในฐานะสื่อมวลชนซึ่งต้องตรวจสอบและเสนอข้อเท็จจริงต่อสังคม การทำหน้าที่ของเรา สื่อมวลชนนั้น ช้ากว่าความรู้สึกของสังคม
ผมเคยส่งข้อความทางเฟซบุ๊กไปถึงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งโพสต์ข้อความกล่าวหาตำรวจจราจรกระชากแขนเธอจนเกือบพลัดตกจากรถมอเตอร์ไซค์ เหตุเพราะคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันนั้นไม่ยอมหยุดให้ตรวจ ผมต้องการข้อเท็จจริง เพราะหากเป็นเรื่องจริง พฤติกรรมดังกล่าวของตำรวจเป็นเรื่องที่ควรลงโทษเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่เธอไม่ติดต่อกลับ ครั้นถามไปยัง สน.ก็ไม่มีใครที่รู้เห็นเรื่องดังกล่าว
ในระยะหลัง สื่อมวลชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเผยแพร่ข้อมูลในโลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งก็ทำให้หวังได้บ้างว่าข้อเท็จจริงจะทำให้ผู้คนใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึก
หลายปีมาแล้ว เพื่อนสาวคนหนึ่งเคยพูดประโยคเท่ๆ ให้ฉุกคิด เมื่อคราวที่ผมลงไปทำข่าวความไม่สงบชายแดนภาคใต้ เธอบอกว่า “ในความขัดแย้ง (สงคราม) ความจริงคือสิ่งแรกที่ถูกทำลาย” ซึ่งผมน้อมจดจำและยึดถือเป็นหลักสำคัญการทำหน้าที่ว่า “แม้ไม่อาจเห็นความจริงทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงอีกด้านก็อาจทำให้สิ่งที่เคยรู้สึกนั้นเปลี่ยนแปลงได้”
เพื่อนมุสลิม ยกนิทานเรื่องหนึ่งมาเป็นอุทาหรณ์ เรื่องมีอยู่ว่า
...เรือสำราญลำหนึ่งเจอมรสุม สามีภรรยาคู่หนึ่งกระเสือกกระสนมาถึงเรือชูชีพ แต่เรือชูชีพเหลือที่สำหรับเพียงคนเดียว สามีผลักภรรยาไปข้างหลังแล้วขึ้นไปบนเรือชูชีพ ภรรยายืนอยู่บนเรือสำราญที่ค่อยๆ จมลง จมลง ก่อนที่จะจมมิดภรรยาตะโกนถ้อยคำประโยคหนึ่งถึงสามี
คุณคิดว่าภรรยาคนนี้จะบอกอะไรถึงสามีที่ขึ้นเรือชูชีพไปอย่างปลอดภัย ขณะที่เธอกำลังจะพบกับความตาย...!!!?
ทุกเรื่องราวในโลกล้วนมีเหตุผล สิ่งที่มองเห็นเป็นเพียงข้อเท็จจริงด้านหนึ่ง
ไม่แปลก และดูมีเหตุผลรองรับอย่างค่อนข้างหนักแน่น หากคาดเดาว่าในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนั้น ภรรยาคงตะโกนด่าทอสามีที่เอาตัวรอดอย่างเห็นแก่ตัว แน่นอนในฐานะผู้ชายซึ่งเป็นสามี เขาควรปกป้องหญิงที่เป็นภรรยา แม้ต้องสละด้วยชีวิตของเขาเอง
แต่แน่หรือว่าเราสามารถตัดสินถูกผิด ดีชั่ว ได้เพียงแค่สิ่งที่ตาเห็น อาจเหมือนหนังที่ไม่มีเสียง แต่หากเห็นภาพและได้ฟังเสียงอย่างสมบูรณ์ ก็จะทำให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ภรรยานั้นป่วยหนักและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนัก สองสามีภรรยาตัดสินใจลงเรือสำราญ หวังให้เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่มีความสุข ความประทับใจต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนความตายจะพรากจาก
“ดูแลลูกเราให้ดีๆ นะคะ” คือประโยคที่เธอตะโกนบอกสามี
นิทานเรื่องนี้ไม่ได้สอนให้เรามองความจริงอย่างรอบด้านเท่านั้น เพื่อนมุสลิมอธิบายว่า นิทานเรื่องนี้สะท้อนให้เราตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบ ซึ่งย่อมมีผลต่อการตัดสินใจในสิ่งที่ “สมควรกระทำ”
ผู้ชายนั้นนอกจากมีหน้าที่ต่อภรรยาแล้ว เขายังมีหน้าที่ต่อลูกอีกด้วย เขาไม่อาจปล่อยให้ลูกอยู่ในภาวะสูญเสียพ่อจากเหตุการณ์เรือจม และสูญเสียแม่ซึ่งแม้จะขึ้นเรือชูชีพรอดชีวิตมาได้ แต่สุดท้ายก็ต้องตายจากโรคร้ายอยู่ดี
เราโชคดีที่อยู่ในยุคแห่งเทคโนโลยีการสื่อสาร ข้อดีของยุคสมัยนี้คือ มีเรื่องราวให้ได้รับรู้มากมาย หลายเรื่องราวกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง แต่สังคมและการสร้างพลังทางสังคมไม่อาจพัฒนาไปได้หากอารมณ์ความรู้สึกนั้นมีฐานะการนำอยู่เหนือเหตุผล
คงไม่ใช่เฉพาะสื่อมวลชนที่คงต้องทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวดและรวดเร็วขึ้น แต่ผู้คนในสังคมเองก็ต้องเยือกเย็นและรอบคอบมากขึ้นเช่นกัน
ก่อนที่ความพลุ่งพล่านของอารมณ์ความรู้สึกจะพุ่งเข้าทำร้ายและทำลายอะไรก็ตาม







