เปิดตัวหนังสือ...ในดินแดนภารต ตามคำขอของรัฐมนตรีแห่งรัฐพิหาร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา อาตมานั่งเขียนต้นฉบับ “ธรรมส่องโลก”
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา อาตมานั่งเขียนต้นฉบับ “ธรรมส่องโลก” ที่กำลังดำเนินอยู่เป็นปีที่ ๗ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ เมืองหลวงในอดีตของอาณาจักรมคธ ที่ได้อนุวัตไปตามโลก เพื่อสืบเนื่องส่งต่อท่ามกลางความผันแปรอันอยู่ภายใต้กฎอนิจจัง ดังการเข้าสู่ความเป็นรัฐพิหาร แห่งสาธารณรัฐอินเดียของแผ่นดินพุทธศาสนาในอดีต
การอนุวัตตามกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอันเป็นไปตามอิทธิพลของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และลัทธิความเชื่อต่างๆ จึงทำให้ชมพูทวีป ที่ต่อมาชาวท้องถิ่นเรียกว่า “แดนภารต” ซึ่งส่วนใหญ่นั่นคือ ศาสนาพราหมณ์ได้ปรับตัวไปตามกระแสสังคมในแต่ละยุคสมัย เพื่อความดำรงอยู่อย่างสืบเนื่องดังร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ในกระแสโลกที่แสดงอยู่ในรูปแบบต่างๆ นานาอันสะท้อนให้เห็นโครงสร้างของสังคมในแต่ละยุคสมัยนั้น
พระพุทธศาสนาได้อุบัติเกิดขึ้นบนแผ่นดินที่เรียกชื่อดั้งเดิมว่า ชมพูทวีป อันมีมหาชนบทใหญ่น้อยมากมาย แต่ที่ปรากฏในพุทธประวัติให้ศึกษานั้น มีอยู่ ๑๖ มหาชนบท ที่แสดงถึงความทรงพลังเข้มแข็ง มีอาณาบริเวณชัดเจนมั่นคง มีอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง และการศึกษาพอสมควร โดยมีแผ่นดินแห่งอาณาจักร มคธ โกศล วังสะอวันตี และวัชชี อยู่ในระดับแนวหน้าที่เป็นมหาชนบท ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา อันปรากฏหลักฐานอยู่ในพุทธประวัติ ๔๕ พรรษา ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แม้ว่าล่วงเลยมาจนเข้าสู่ ๒๖ พุทธศตวรรษ ที่แสดงถึงอายุกาลแห่งพระพุทธศาสนาที่ส่งสืบต่อมามากกว่า ๒,๖๐๐ ปี แต่ร่องรอยแห่งเรื่องราวที่เล่าเรื่องเบื้องหลังในเชิงภูมิศาสตร์ สังคม ตลอดจนวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องยังคงปรากฏมีอยู่... โดยเฉพาะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงความเป็นโบราณสถาน ซากสิ่งก่อสร้างอันสัมพันธ์กับพุทธประวัติในพระพุทธศาสนา ที่กลายมาเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาวอินเดีย ที่สำคัญยังปรากฏเป็นมรดกธรรมให้ผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้ภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในความมีอยู่จริงของพระพุทธศาสนา เพื่อโน้มเข้าไปหาพระพุทธธรรม อันเป็นขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ที่ทรงคุณประโยชน์โดยธรรมอย่างแท้จริง อันให้เป็นไปเพื่อสันติภาพ สันติสุข และอิสรภาพโดยธรรม ของมวลมนุษยชาติ ที่มุ่งสืบเสาะหาแสงสว่างแห่งธรรมให้กับชีวิต อันเป็นไปตามคติของวิถีพุทธอย่างแท้จริง!!
ศาสนสัมพันธ์ระหว่างพุทธประวัติ... พระพุทธธรรม พุทธสถาน ในพระพุทธศาสนาจึงยังปรากฏให้ผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้า เพื่อเข้าให้ถึงประโยชน์แห่งพระพุทธวจนะที่ปรากฏให้ศึกษาเป็นหลักฐานถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ อันปรากฏมีอยู่ในพระไตรปิฎกที่พระสงฆ์สาวกในพระศาสนาได้เรียบเรียงร้อยเรื่องราวไว้เป็นหมวดหมู่ดีแล้ว ที่เป็นไปตามกระบวนการที่เรียกว่าการสังคายนา
อาตมาได้รับคำขอจากรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลท้องถิ่น (Local Government) แห่งรัฐพิหาร (Bihar State) ของสาธารณรัฐอินเดีย ให้ช่วยร้อยเรียงเรื่องราวความสำคัญที่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏมีอยู่ในเขตดั้งเดิมของอดีตพระนครราชคฤห์ปัจจุบันคือตำบลราชกีร์ กับประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาที่ปรากฏอยู่ในพุทธประวัติ ๔๕ พรรษา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อประมวลเรื่องราวจัดทำเป็นหนังสือในเชิงวิเคราะห์วิพากษ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในบางตอนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Site of Buddhist) ที่ปรากฏมีอยู่ในราชคฤห์นาลันทา บนแผ่นดินมคธรัฐในอดีตแห่งนี้ โดยทางรัฐบาลแห่งรัฐพิหารจะได้นำต้นฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษไปแปลเป็นภาษาฮินดี เพื่อเผยแผ่ให้ชาวอินเดียได้ศึกษา ได้รู้เข้าใจในความสำคัญของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนาที่ปรากฏมีอยู่ในแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐอินเดียในปัจจุบัน เพื่อจะได้เห็นคุณค่าในทรัพย์สินทางปัญญาที่ปรากฏมีอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้
แม้ว่าดูเหมือนเจตนาของอาตมาและทางรัฐบาลของรัฐพิหาร/อินเดีย จะต่างกัน แต่ก็มีจุดสบประโยชน์ตรงกัน อาตมาจึงยินดีร้อยเรียงเรื่องราวในพุทธประวัติโดยเฉพาะ ๕ พรรษา ที่ทรงประทับ ณ เวฬุวันมหาวิหารในรูปแบบการวิเคราะห์วิพากษ์ เพื่อนำเข้าสู่การศึกษาค้นคว้าให้เห็นถึงความสำคัญที่สัมพันธ์ระหว่างสังคม สิ่งแวดล้อม และโบราณสถานในเขตแดนกับพุทธประวัติ ตลอดจนถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอันสำคัญยิ่งที่ได้สอดแทรกให้ปรากฏอยู่ในทุกตอน และมิได้ละเลยการกล่าวถึงความสัมพันธ์ในพรรษาอื่นๆ ที่ปรากฏอยู่ในพุทธประวัติ ๔๕ พรรษาด้วย
การร้อยเรียงประมวลธรรม เพื่อจัดทำเป็นหนังสือศึกษาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนากับความสัมพันธ์กับพื้นที่ในแคว้นมคธ จากพุทธประวัติ ๕ พรรษาที่ทรงประทับ ณเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ บัดนี้ได้เสร็จสิ้นในเบื้องต้นแล้ว รอการตรวจทานและเขียนบทธรรมวิพากษ์ ตลอดจนถึงคำปรารภลงไปก็คงสมบูรณ์ โดยจะมีภาพที่แสดงพื้นที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อันมีประจักษ์อยู่ประกอบตลอดเรื่อง ซึ่งคาดว่าคณะศรัทธาจะได้ดำเนินการจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย และจะมีผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อส่งต่อให้คณะผู้แปลจากอังกฤษเป็นฮินดี มอบให้กับรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลของรัฐพิหาร เพื่อจะได้จัดพิมพ์และได้กล่าวไว้ว่าจะทำการเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ที่นครปัตนะ รัฐพิหาร/อินเดีย โดยจะเชิญมุขมนตรีของรัฐฯ (Chief Minister) มาเป็นประธานในงานดังกล่าว
ขอนำเรื่องนี้มาแจ้งให้สาธุชนทราบ เพื่อจะได้อนุโมทนาร่วมกัน หากกอง บก.โพสต์ทูเดย์จัดพิมพ์ถวาย ท่านผู้อ่านก็คงจะได้รับแจกฟรีดังเช่นทุกปี เรื่องนี้ยังไม่ได้ถามใจของโยมณ กาฬ เลาหะวิไลย และภัทระ คำพิทักษ์ หากญาติโยมที่ติดตามอ่านได้พบบุคคลทั้งสอง กรุณาสอบถามด้วย เพราะอาตมาไม่ได้พบกันมานานแล้ว โดยเฉพาะโยมภัทระ!! n
เจริญพร







