ศิริสุข โสภาคย์วิจิตร์ ซาวด์สไตลิสต์...สร้างความสุขด้วยเสียงเพลง
ใครว่าผู้หญิงเป็นดีเจตามคลับ โรงแรม ห้องอาหาร หรือตามงานอีเวนต์ไม่ได้
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
ใครว่าผู้หญิงเป็นดีเจตามคลับ โรงแรม ห้องอาหาร หรือตามงานอีเวนต์ไม่ได้
คำกล่าวนี้อาจตกยุคสมัย เพราะเดี๋ยวนี้มีผู้หญิงหันมาเป็นดีเจกันมากขึ้น ดิ ไอดอล วันนี้ เรามีดีเจสาวมากความสามารถ ที่จะมาเผยเส้นทางสู่การเป็นดีเจให้เราได้รับรู้กัน เธอผู้นั้นคือ ดีเจลม ศิริสุข โสภาคย์วิจิตร์
“ลมชอบแทนตัวเองว่าเป็นซาวด์สไตลิสต์ หรือผู้ออกแบบเสียงเพลงในทุกๆ ที่ ในทุกๆ บรรยากาศ ดีเจที่ดีต้องเป็นคนที่ Put the right song in the right time หมายความว่า เปิดเพลงได้ถูกที่ถูกเวลา ลมเชื่อว่าเพลงมันสามารถสร้างบรรยากาศ สร้างอารมณ์ให้คนฟัง ในสถานที่นั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นดีเจในคลับ หรือในร้านอาหาร หรือในโรงแรม ก็ต้องใช้ความสามารถในการผสมเสียง อีกส่วนคือ การฟังเพลง เลือกเพลง และเรียบเรียงเพลงตั้งแต่ต้นจนจบให้เข้ากับผู้คน สถานที่ และบรรยากาศ”
ดีเจลม เผยว่า การเป็นดีเจต้องเริ่มต้นจากการฟังเพลงก่อนเป็นอันดับแรก “ลมฟังเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ ชอบสะสมเทป พอโตขึ้นมาก็ชอบสะสมซีดี ตอนนี้ก็ยังสะสมซีดีและสะสมแผ่นเสียง สมัยเด็กๆ ลมมีเพื่อนสนิทเป็นวิทยุและดีเจ ซึ่งลมจะคอยสังเกตวิธีการทำงานของดีเจ วิธีการเลือกเพลง วิธีการแนะนำเพลงให้แก่ผู้ฟัง แล้วเอามาปรับใช้กับตัวเอง”
ในปัจจุบัน ดีเจจะมีอยู่ 4 ประเภท คือ 1.เรดิโอดีเจ อย่างที่เรารู้จักกัน 2.สแครตช์ดีเจ ดีเจที่ใช้แผ่นเสียงและถูแผ่นเสียง 3.มิกซ์ซิ่งดีเจ หรือคลับดีเจ และ 4.โปรดิวเซอร์ดีเจ คือการทำเพลงสดๆ ให้ฟังบนเวที เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยนี้สามารถทำให้การทำเพลงในสตูดิโอออกมาเป็นไลฟ์ได้
“ตอนนี้ลมทำด้านมิกซ์ซิ่งดีเจ ดีเจประเภทนี้สามารถทำงานได้หลากหลายสถานที่ แต่ถ้ามีงานที่วัยรุ่นหน่อย ก็ค่อยใช้การสแครตช์แผ่นมาผสมผสานในส่วนของการเปิดเพลง ถ้าเป็นคลับที่คนฟังค่อนข้างป๊อปหรือแมส ก็จะเปิดเพลงท็อป 40 โดยใช้จะใช้ท่อนเนื้อร้องที่ติดหูมาทำให้คนฟังสามารถร้องตามได้ แต่ถ้าในโรงแรม มักเปิดเพลงค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น เลานจ์ เฮาส์ หรือจะเป็นเพลงแนวดีพเฮาส์ ใช้เสียงน้อยชิ้น แต่ทำให้เกิดอารมณ์ที่ล้ำลึกกว่า โดยแนวเพลงเหล่านี้จะใช้เมโลดี้เป็นตัวสื่ออารมณ์”
จากการทำงานมา 11 ปี โดยเริ่มต้นเป็นสแครตช์ดีเจตั้งแต่อายุ 17 ดีเจลม เผยว่า ยุคสมัยนั้นการเป็นดีเจผู้หญิงค่อนข้างแปลกใหม่ แต่ตอนนี้ตลาดโลกมีดีเจผู้หญิงเยอะมาก แถมตอนนี้ดีเจเริ่มต้นทำงานกันตั้งแต่ 7 ขวบ หากเราลองค้นหาดูตามยูทูบ จะพบว่ามีดีเจรุ่นเล็กเยอะมาก
“คนที่เป็นดีเจในปัจจุบันก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นในโรงแรม หรือไม่ก็ตามอีเวนต์ต่างๆ ในส่วนของงานอีเวนต์ มักจะเลือกใช้ดีเจที่ขายภาพลักษณ์ได้ด้วย มีการแต่งตัว มีการแสดงบนเวที ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่บางงานเขาซีเรียสเรื่องเพลง เรื่องคิว เรื่องความเป็นมืออาชีพมากกว่า ปัญหาที่เจอบ่อยคือ การสื่อสารของผู้ว่าจ้างและตัวดีเจเอง ซึ่งอาจจะบอกเราอีกอย่าง แต่พอถึงหน้างานกลับต้องการอีกอย่าง ซึ่งเทคนิคการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าคือ ต้องเตรียมสิ่งที่จัดไป และสำรองเพลงในแนวอื่นๆ ไปด้วย”
ใครที่สนใจอาชีพนี้ ดีเจลม กล่าวว่า อย่าหยุดที่จะฟังเพลง อย่าหยุดขวนขวาย เพลงในโลกนี้มันเป็นแฟชั่น มันเวียนไปเรื่อยๆ เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ฮิปฮอปดังมาก แต่มาอีกยุคหนึ่ง การเข้ามาของอิเล็กทรอเฮาส์ หรืออิเล็กทรอนิกส์มิวสิค ก็ทำให้คนห่างจากฮิปฮอปไป ไม่แน่ เทรนด์ปีหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยเพลงแจ๊ซอาจมาแรง ถ้าเราหยุดแค่การฟังเพลงประเภทใดประเภทหนึ่ง เราไม่อาจไล่ตามแฟชั่นไม่ทัน
“ถ้ารักและอยากทำอาชีพนี้จริงๆ สกิลการฟังเพลงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ต้องคอยฟังเพลงใหม่ๆ เรียนรู้ต้นกำเนิดว่าเพลงแต่ละแนวมันมีจุดเริ่มต้นจากตรงที่ใด เดินทางมาถึงตรงนี้ได้ยังไง และคอยดูว่ามันจะไปในทิศทางใด ยิ่งเรารู้รากเหง้าของเพลงมากเท่าไหร่ เราจะเข้าใจอนาคตของเพลงมากขึ้นเท่านั้น”
ดีเจลม บอกว่า ตอนนี้มีดีเจผู้หญิงเท่าๆ ผู้ชาย แต่ความโดดเด่นกลับมีมากกว่า ที่ใครกล่าวว่าดีเจผู้หญิงน่าจะมีข้อจำกัดด้านร่างกายมากกว่า อาจไม่เป็นเช่นนั้น
“ทุกคนแบกคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องเท่ากัน ไม่ต้องแบกเพลงไปเป็นลังๆ เพราะสามารถซื้อเพลงและเก็บเพลงได้ในไอทูนส์ กับแบกตัวคอนโทรลเลอร์เหมือนกัน แต่ลมคิดว่า ผู้หญิงได้เปรียบเรื่องความบอบบาง ความเซ็กซี่ และความน่ามองมากกว่า มันเป็นอาชีพที่น้องๆ ผู้หญิงมั่นใจได้เลยว่าสามารถทำได้ดี แต่ผู้ชายก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ดีเจผู้ชายก็น่ามองเหมือนกัน หากเขามีเอกลักษณ์ หรือมีสไตล์ มีจุดขายที่เป็นที่น่าสนใจ การเป็นดีเจต้องมีจุดขายให้ผู้ว่าจ้างได้พิจารณา จุดขายที่ว่าอาจเป็นเรื่องทักษะการทำงาน การฟังเพลง การเลือกเพลง รวมทั้งรสนิยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ ซื้อหาก็ไม่ได้ ที่สำคัญ การเป็นดีเจต้องมีความสนุกจากอินเนอร์ อย่าลืมว่าดีเจมีส่วนช่วยให้งานสนุกผ่านตัวเรา เราฟัง เราเลือก เราเรียบเรียงเพลง เรากำลังสร้างความสุขให้คนฟัง ถ้าเราไม่สนุก คนฟังจะสนุกได้อย่างไร จริงไหม”
สำหรับคนอยากฝึกเป็นดีเจ ดีเจลม เผยว่า อาจเริ่มต้นฝึกด้วยการนำเพลงมาเรียงในเพลย์ลิสต์ของตัวเอง โดยทำได้ในคอมพิวเตอร์ “การเรียงเพลงจะทำให้เราได้เรียนรู้ว่า การทำให้เพลงต่อเนื่อง ฟังแล้วได้อารมณ์ความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร การเรียงจังหวะเพลงเป็นอย่างไร อันนี้เราฝึกได้ มันจะทำให้เรารู้ว่าจะเอาเพลงไหนมาต่อเพลงใด แล้วมันจะทำให้ภาพรวมสนุกโดนใจคนฟังในท้ายที่สุด”







