วิธีป้องกันดูแลสุขภาพช่วงฤดูฝนในประเทศไทย # 3
ในช่วงที่มีสภาวะอากาศร้อนชื้นนั้น เราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติขับร้อนชื้นเพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
โดย...แพทย์จีน อู๋ลี่ฉวิน แปล แพทย์จีนต้นสกุล สังข์ทอง คลินิกหัวเฉียวแพทย์จีน
อาหารบำรุงร่างกายในช่วงฤดูฝน
ในช่วงที่มีสภาวะอากาศร้อนชื้นนั้น เราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติขับร้อนชื้นเพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น โดยเน้นอาหารที่มีรสจืดเป็นหลัก รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงจำพวกเนื้อปลา เนื้อไม่ติดมัน ถั่วชนิดต่างๆ นมประเภทต่างๆ เป็นต้น โดยเลือกอาหารรสจืดและมีสารอาหารที่มีประโยชน์เป็นหลัก และเลือกผักที่ช่วยบำรุงร่างกายขจัดความร้อนชื้นในร่างกายได้ เช่น ถั่วงอก เต้าหู้ เห็ดหอม เห็ดหูหนู สาหร่าย มะเขือม่วง มะเขือเทศ รวมไปถึงผักใบเขียวต่างๆ เป็นต้น ส่วนอาหารที่มีรสเผ็ด เช่น พริก เป็นต้น อาหารทะเล ของทอดของมัน อาหารที่มีฤทธิ์เย็น ควรรับประทานแต่น้อยหรืองดรับประทาน รวมไปถึง ไอศกรีม น้ำอัดลม ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเย็นก็ควรรับประทานแต่น้อยหรืองดรับประทาน เพราะว่าอาหารที่มีฤทธิ์เย็นนั้นไม่เพียงแต่ไม่มีประโยชน์ แต่ยังมีแคลอรีเยอะ ทำให้บั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะม้ามกระเพาะอาหาร และเพิ่มความชื้นให้สะสมอยู่ในร่างกายอีกด้วย
ตำรับอาหารช่วยขจัดความชื้น
1.ตำรับขจัดร้อนชื้น เสริมม้าม
ส่วนผสม : พุทราเชื่อม ถั่วแดง ขิง ลูกเดือย ถั่วแระญี่ปุ่น มันสำปะหลัง ผักแพว (ยวี่จู๋) เปลือกส้ม
คุณสมบัติ : ช่วยขับความร้อนชื้น ลมแดด ปรับสมดุลให้ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย
2.ตำรับซุปลิลลี่รากบัว
ส่วนผสม รากบัว 100 กรัม ดอกลิลลี่ 50 กรัม น้ำตาลก้อน 80 กรัม
ขั้นตอนการปรุง
(1) นำรากบัวมาล้างให้สะอาด ลอกเปลือกออก หั่นเป็นเส้นบาง ดอกลิลลี่แกะเตรียมเป็นแผ่นเล็กๆ บางๆ
(2) ขณะน้ำกำลังใกล้เดือด ให้ใส่สมุนไพรทั้งสองชนิดลงไป จนกระทั่งน้ำเดือดแล้วต้มต่อด้วยไฟอ่อน จนกระทั่งสมุนไพรทั้งสองอ่อนนุ่มลงคล้ายโจ๊ก จากนั้นค่อยใส่น้ำตาลก้อนลงไป
3.โจ๊กถั่วเขียว ลิลลี่ และลูกเดือย
ส่วนผสม ถั่วเขียว 30 กรัม ดอกลิลลี่สด 30 กรัม ลูกเดือย 50 กรัม เมล็ดข้าวเหนียว 100 กรัม น้ำตาลก้อน 80 กรัม
ขั้นตอนการปรุง
(1) นำเมล็ดบัว ถั่วเขียว เมล็ดข้าวเหนียว แช่น้ำ 20 นาที นำดอกลิลลี่ล้างสะอาด หั่นเป็นแผ่นเล็กๆ
(2) ใส่ถั่วเขียวและเมล็ดบัวลงไปในน้ำเดือด ต้มให้เดือด 23 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นไฟอ่อน จนเมล็ดเริ่มแตกออกจนหมด จากนั้น ใส่เมล็ดข้าวเหนียว และดอกลิลลี่ ต้มจนเป็นโจ๊ก จึงใส่น้ำตาลก้อนลงไปทีหลัง
ฤดูฝนเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจ
ช่วงฤดูฝนนั้นเป็นช่วงบรรยากาศที่อึมครึม ท้องฟ้าที่ดูมืดมนนั้นบางครั้งทำให้ความรู้สึกของคนเราดูซึมลง ซึ่งสภาพจิตใจของคนเรานั้นจะเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศตอนฝนตกด้วย มีคนกล่าวว่า เมื่อฝนตกความกดอากาศต่ำ มนุษย์เราจะรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่โล่ง สภาพจิตใจก็จะเปลี่ยนเป็นซึมลง นอกจากนี้ ช่วงที่ฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ในร่างกายรวมไปถึงฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตจะลดลง ทำให้ความสามารถในการทำงานของเซลล์ในร่างกายอ่อนลง ก่อให้เกิดความวิตกกังวล หงุดหงิด เครียด ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจโดยตรง เป็นต้น
บทเสริม
1.หางานอดิเรกหรือสิ่งที่ตัวเองชอบทำ มีส่วนช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้นและปล่อยวางได้มากขึ้น
2.หันมาออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือบริเวณลานกว้าง ออกกำลังกาย เช่น เดินเล่น วิ่งจ๊อกกิ้ง รำไทเก๊ก กระโดดเชือกเป็นต้น
3.ทำความรู้จักกับคนภายนอก เชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีให้มากขึ้น
4.เพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือดเล็กน้อย (ยกเว้นผู้ป่วยเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูง) ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล เพิ่มกิจกรรมที่ผ่อนคลายในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น ช่วยผ่อนคลายลดความเครียดได้ นอกจากนี้ควรรับประทาน วิตามินบีคอมเพล็กซ์ oryzanol เพื่อปรับสภาพจิตใจและอารมณ์ให้ดียิ่งขึ้น
ยาจีนแช่เท้าช่วยขจัดความชื้น
ตัวยา 1.ดอกคำฝอย เชียงหัว ตู๋หัว เวยหลิงเซียน ขิงแห้ง โกฐจุฬาลัมพา
2.หรืออาจใช้ขิงแก่เพียงอย่างเดียวในการแช่น้ำอุ่นเพื่อขับความชื้นก็ได้เช่นกัน
หากท่านเปียกฝนกลับมาถึงบ้าน นอกจากการอาบน้ำอุ่นเพื่อขับความเย็นออกจากร่างกายแล้ว แนะนำให้ดื่มน้ำขิงสักแก้ว เนื่องจากขิงมีคุณสมบัติในการขับไล่ความเย็น ความชื้น อาจเพิ่มยาจีนจำพวก หนิวซี ตู๋หัว เป็นต้น ซึ่งยาเหล่านี้ก็มีคุณสมบัติที่ดีในการขับความชื้นเช่นกัน
ทำกวาซา ขับร้อนระบายความชื้น
กวาซาคือ การใช้แผ่นกวาซาที่ทำจากหิน เขาสัตว์หรือหยก ขูดลงไปบริเวณเส้นลมปราณ ช่วยกระตุ้นบริเวณเส้นลมปราณจนเกิดเป็นรอยแดงขึ้นบริเวณผิวหนัง ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริเวณต่างๆ ที่ขูดลงไปมีการไหลเวียนของเลือดและเส้นลมปราณที่ดีขึ้น ช่วยขับพิษของเสีย ขับไล่ความเย็นและความชื้น ชี่และเลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดบวมลงได้ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรามีความแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน สามารถต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้และถือเป็นการป้องกันโรคอีกทางหนึ่งด้วย ในปัจจุบันมีการทำวิจัยพบว่า การทำกวาซา ช่วยให้หลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เป็นลมแดด หรืออาการปวดเมื่อยตามตัวซึ่งมาจากความเย็นสะสมค่อนข้างเห็นผลได้ชัดเจน ซึ่งในสภาพอากาศที่ชื้นอบอ้าว ส่งผลให้คนทั่วไปมีอาการเวียนศีรษะ นอนไม่หลับ แน่นหน้าอก กระเพาะอาหารไม่ย่อยเป็นต้น ซึ่งในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีนนั้น การทำกวาซาช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้ และสามารถลดอาการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นได้
ครอบแก้ว ขับความชื้น
การครอบแก้ว คือ วิธีการรักษาและป้องกันโรคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งมีการสืบทอดมาอย่างยาวนานในประเทศจีน มีคุณสมบัติในการขับไล่ความเย็นและความชื้น ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดบวม ขจัดพิษระบายความร้อนในร่างกาย โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับความชื้นจากภายนอกผลการรักษาจะชัดเจนกว่าผู้ที่มีความชื้นเดิมอยู่ภายในซึ่งอาจต้องใช้ยาจีนควบคู่กันด้วย การครอบแก้วนั้นต้องดูความเหมาะสมของแต่ละบุคคล หากจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการครอบแก้ว ผู้ทำการรักษาควรแยกประเภทของผู้ป่วยให้ออกว่า ความชื้นนั้นเกิดจากภายนอกหรือภายในเป็นหลัก
รมยา ขับความชื้น
การทำรมยาคือ การเผาสมุนไพรโกฏจุฬาลัมพาแล้วนำสมุนไพรมาทำการรมยาบนบริเวณตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ให้เกิดความร้อน ความอบอุ่น ทำให้เกิดพลังงานเข้าซึมตามจุดต่างๆ ส่งผลให้เส้นลมปราณและเลือดลมในร่างกายเกิดการไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยขับความเย็นและความชื้น เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงได้ วิธีการรมยานั้นมีประวัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามชุนชิว สมัยโบราณกล่าวว่า หากมีสมุนไพรโกฏจุฬาลัมพาสามปี ไม่ต้องไปพบแพทย์ ในตำราเมิ่งจื่อก็เคยมีบันทึกไว้เช่นกันว่า ใช้โกฏจุฬาลัมพาที่เก็บมาสามปี รักษาโรคเรื้อรังที่มีมาเจ็ดปีได้ ขงจื่อก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า ไม่มีโรคภัยเพราะใช้โกฏจุฬาลัมพา
การรักษาที่เหมาะสมในการขับความชื้นคือ รมยา
โกฏจุฬาลัมพานั้น มีฤทธิ์อุ่น มีสรรพคุณในการอุ่นประจำเดือนห้ามเลือด ขับความเย็นแก้ปวด “ครั้นเมื่อเกิดไฟ ความร้อนก็สามารถเข้าเส้นลมปราณรักษาได้เป็นร้อยโรค” ดังนั้น จึงส่งผลให้เส้นลมปราณและเลือดลมในร่างกายเกิดการไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยขับความเย็นและความชื้น เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงได้ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนจึงค่อนข้างเหมาะสมกับการขับไล่ความชื้นออกจากร่างกาย นับเป็นวิธีที่ดีที่สุดยากที่จะหาวิธีอื่นรักษาแทนได้
เมื่อมีอาการปวดหัวมึนงง รู้สึกไม่มีชีวิตชีวา
1.ก่อนนอนแนะนำให้นำน้ำอุ่นมาแช่เท้า 10 นาที หลังจากเช็ดเท้าแห้งแล้ว ให้นวดบริเวณฝ่าเท้า (อุ้งเท้า) 100 ครั้ง
2.หากมีอาการปวดฝ่าเท้า สามารถทำการรมยาด้วยตนเองได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1520 นาที วันละ 1 ครั้ง สามารถเห็นผลได้ใน 7 ครั้ง
หมายเหตุ : เอกสารนี้เป็นลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของหัวเฉียว แพทย์จีน ใช้เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานความรู้แก่ประชาชน ห้ามมิให้คัดลอกในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตทุกกรณี







