ในห้องลับ ‘ชูการ์เรย์’
ช่วงนี้ได้ยินหลายคนพูดถึง บาร์ไซส์กะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่อย่างลึกลับในซอยแจ่มจันทร์ ทำให้เราอยากลองไปเยือนดูบ้าง
โดย...คีตะ ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ช่วงนี้ได้ยินหลายคนพูดถึง บาร์ไซส์กะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่อย่างลึกลับในซอยแจ่มจันทร์ ทำให้เราอยากลองไปเยือนดูบ้าง บาร์ที่มีชื่อเต็มๆ ยาวๆ ว่า “ชูการ์ เรย์ ยูฟ จัสต์ บีน พอยซันด์” (Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned) เรียกสั้นๆ ว่า “ชูการ์เรย์”
จากปากซอยเอกมัย 21 (หรือทองหล่อ 20) มาไม่กี่สิบเมตร ฝั่งขวามือก่อนถึงโรงเรียนแจ่มจันทร์ เป็นซอยเล็กๆ หัวมุมเป็นร้านอาหารอิตาเลียน เลี้ยวขวาเลียบรั้วโรงเรียนเข้าไปไม่กี่เมตร ฝั่งขวามือจะเห็นอาคารชื่อบ้านเอกมัย ก็ให้เลี้ยวเข้าไปและเดินขึ้นชั้น 2 ชูการ์เรย์ อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องหาป้ายให้ยาก เพราะเจ้าของเขาตั้งใจที่จะไม่ทำ เพื่อให้ชูการ์เรย์เป็นสถานที่พิเศษลับๆ สำหรับคนที่ตั้งใจจะไปเท่านั้น
เปิดให้บริการมาประมาณ 7 เดือนแล้ว และได้รับการตอบรับอย่างดีเกินคาด เหตุผลหลักๆ น่าจะอยู่ที่คอนเซ็ปต์แปลกใหม่ของตัวร้านซึ่งตั้งใจจะให้เป็น “สปีกอีซี” (Speakeasy) ของกรุงเทพฯ สปีกอีซี เป็นคำใช้เรียกสถานที่ลักลอบจำหน่ายแอลกอฮอลล์ในสหรัฐ ระหว่างช่วงทศวรรษ 1920-1930 ในยุคที่แอลกอฮอลล์ยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ต่อมาคำว่า สปีกอีซี ก็ใช้เรียกบาร์ในสไตล์เรโทรแทน
สำหรับชื่อ ชูการ์เรย์ เป็นคำต่อเนื่องเชื่อมโยงมาจากธุรกิจดั้งเดิมของหุ้นส่วนร้านคือเป็นผู้ผลิตไซรัป (น้ำเชื่อมหวานน้ำตาลชูการ์เรย์) ส่วน ยูฟ จัสต์ บีน พอยซันด์ นั้นก็ประมาณว่า “มาถึงที่นี่แล้วล่ะก็ ถูกวางยา (ด้วยเครื่องดื่ม) โดนเข้าแล้ว และไปไหนไม่รอด...”!!!
บาร์แห่งนี้เกิดจากหุ้นส่วนซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาเรื่องเมนูเครื่องดื่มรวมทั้งการจัดการผับคลับบาร์ ชูการ์เรย์จึงอาจจะเรียกได้ว่าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นธุรกิจบาร์อย่างเต็มรูป แต่เป็นออฟฟิศเป็นที่นัดพบคุยงานกับลูกค้าและเป็นร้านตัวอย่างให้ลูกค้าได้ดู สำหรับลูกค้าทั่วไปทางชูการ์เรย์ก็หวังจะให้ที่นี่เป็นประสบการณ์แปลกใหม่รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับ “คลับซีน” ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง
เมื่อย่างกรายเข้าไปภายในชูการ์เรย์ คุณต้องให้เวลาสายตาปรับแสงเล็กน้อย เพราะภายในร้านแสงไฟสลัวมากๆ ตกแต่งร้านด้วยของย้อนยุค ดูแมนๆ อบอุ่น และสบายๆ หันไปทางไหนเราก็จะเห็นขวดเครื่องดื่มโดยเฉพาะขวดไซรัป ด้านซ้ายมือทางเดินเป็นบูธดีเจ อีกด้านเป็นบาร์เครื่องดื่ม ที่นั่งมีอยู่ราว 3 จุดหลัก ทั้งหมดน่าจะจุคนได้ราว 30 คน และอนาคตกำลังจะเปิดอีกหนึ่งเฟส ซึ่งก็คงรับลูกค้าได้อีกสัก 20 คน
มาที่นี่แล้วมีอะไร คำตอบคือ ... ค็อกเทล!!!
ชูการ์เรย์เป็นค็อกเทลบาร์ที่ไม่มีอาหารเสิร์ฟ หนึ่งสัปดาห์เปิดแค่ 3 วัน คือ พุธ ศุกร์ และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มยันตี 2
อินดี้กว่านี้จะมีมั้ย!!!
เมนูค็อกเทลของชูการ์เรย์ มีการเปลี่ยนแปลงใหม่อยู่เสมอ ส่วนผสมคัดสรรอย่างดี มีทั้งค็อกเทลสูตรคลาสสิกและคิดค้นสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ อย่างเช่น แมชีน เอจ แฟชั่น (Machine Age Fashioned) ผสมจากเวเนซุเอลา เอจด์ รัม กับ มาดากาสกา วานิลา ไซรัป, เปลือกส้ม และบิตเทอร์ ตกแต่งด้วยเบคอน อีกหนึ่งเมนูแนะนำชื่อว่า โอดิสซี พันช์ (Oddyssee Punch)ผสมจากโบทานิคัล ยิน, ส้มวาเลนเซีย, ออเรนจ์ คาร์ดามอม ไซรัป, บิตเทอร์, ซิตรัส และช็อกโกแลตสนิกเกอร์ส ถ้าไม่รู้จะสั่งอะไรก็บอกบาร์เทนเดอร์ผู้เชี่ยวชาญ เขาสามารถแนะนำเครื่องดื่มที่เหมาะกับมู้ดคุณได้ นอกจากค็อกเทลแล้วที่นี่ยังมีเบียร์เสิร์ฟ โดยแต่ละวันอาจจะมีต่างชนิดไปต้องสอบถามจากพนักงาน ในอนาคตอันใกล้ทางร้านจะมีไวน์มาเสิร์ฟด้วย
หากมาเยือนที่นี่ในวันพุธดีเจจะเปิดเพลงนีโอโซลและแจ๊ซจากแผ่นไวนิลให้คุณรื่นรมย์ แต่ถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์ก็จะมีอาร์แอนด์บีและเฮาส์มิวสิกให้ได้ฟังแกล้มค็อกเทล ระหว่างชมบรรยากาศร้าน และพูดคุยกับเพื่อนฝูง ถ้าไปไม่ถูกก็โทรสอบถามทางที่ โทร. 094-417-9898
แรกเริ่ม ชูการ์เรย์ เป็นเหมือนสถานที่ลึกลับซึ่งยวนใจให้ค้นหา เมื่อได้พบเจอสัมผัสเสน่ห์ที่ยากจะหาใครเหมือนได้นั้นก็ทำให้รู้สึกอยากจะกลับมาเยือนอีกครั้ง ...แบบว่า “โดนเข้าแล้ว”!!!







