
ยอมได้ขนาดไหน
โดย...ราตรีแต่ง
โดย...ราตรีแต่ง
สถานการณ์ : “เพิ่งคบกับแฟนได้ไม่ถึง 1 ปี เป็นช่วงที่ตัดสินใจ ถ้ามองเรื่องคุณสมบัติเขาดีหลายๆ เรื่องฐานะการศึกษาหน้าที่การงานดี แต่ข้อเสียเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่ายมาก ขี้หงุดหงิด พูดอะไรไม่เข้าหูจะขึ้นเสียงหรือด่าก่อนเลย (เริ่มรับไม่ได้!) พอคบไปสักพักเริ่มปาข้าวของใส่ซึ่งดูอาจไม่หนักหนาอะไร เพราะเป็นแค่ของเล็กๆ น้อยๆ ไม่ถึงกับรุนแรงเป็นของเบาๆ ไม่ตกแตกกระจายแล้วก็เป็นของส่วนตัวของเขา แต่หลังๆ เริ่มมีหยิบมือถือจากมือ เขวี้ยงกระเป๋าเราไปปาลงพื้น” แอนนี่ บอกเล่าประสบการณ์ถึงคน (เคย) รัก ที่เคยคิดว่าเขาอาจเป็นผู้สวมแหวนแต่งงานในอนาคต
แนะนำ : เรื่องกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ในเวลานี้! พอกลายมาเป็นเรื่องของเราเข้าบ้าง? กลับกลายเป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียวเชียว เพราะอะไรน่ะหรือ? ...ก็นิสัยผู้ชายประเภทนี้น่ะนะ ก็บอกรักแต่ปากนั่นล่ะ แต่ที่แสดงการกระทำออกมาหลังจากเหตุการณ์รุนแรงเบาๆ เขวี้ยงข้าวของใส่ไปจนถึงลงไม้ลงมือทุบตีหนักๆ ผู้หญิงหลายๆ คนที่ตกอยู่ในสถานนี้ก็จะยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า คำพูดของผู้ชายที่ทำร้ายเธอ ก็คือ... ผมเป็นห่วงคุณว่าเป็นอะไรไหม? ผมขอโทษ!! “บอกเลยค่ะ มันคือคำพูดเสแสร้งแกล้งทำเพื่อจะให้ผู้หญิงเราใจอ่อนไงคะ? เพื่อจะได้ยกโทษให้เขากลับมาทำผิดกับเราซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่แผลกายและใจตอนนี้มันก็ยังไม่หาย เลิกได้เธอเลิกไปซะค่ะ!!!” แอนนี่ แนะนำชัดเจน
“แต่ในตอนแรกๆ เราพยายามบอกเลิกหลายทีแล้วเขาไม่ให้เลิก เราก็โง่ค่ะ ตอนนั้นไม่กล้าบอกที่บ้าน กลัวพ่อแม่เครียด จนวันสถานการณ์แตกหักจากที่ทำท่าแค่จะทำร้าย ขว้างปาสิ่งของใส่ เขากระชากผมเราก็ร้องไห้กรี๊ดแหกปากโวยวาย เขายอมปล่อย แต่จากนั้นก็โทรขู่เราตลอดว่าถ้าเลิกกันเรากับที่บ้านต้องตาย เราเลยต้องบอกที่บ้านให้พาไปโรงพักทำบันทึกประจำวัน เขาถึงยอมเลิกค่ะ”
ปัญหานี้ส่วนใหญ่เพราะผู้หญิงไม่อยากเปิดเผยความจริงให้คนอื่นรู้ ทำให้ผู้ชายไม่กลัว ติดนิสัยเสพติดความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่กลับเป็นเรื่องปกติ จนบางสถานการณ์ก็ทำเพียงแค่ถูกขัดใจ จากประสบการณ์พูดคุยกับ “ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อ” หลายราย พบว่าผู้ชายจะทุบตีรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และข่มขู่ว่าหากบอกคนอื่นจะโดนหนักกว่าเดิม
แล้วผู้หญิงเคยถามตัวเองบ้างไหม ว่าสถานการณ์อะไรที่นำพาไปสู่ความรุนแรงอย่างนั้น?!!! คุณพึงรู้ไว้ว่าผู้ชายเป็นเพศมีความอดทนที่มีขีดจำกัดนะ และเรื่องสำคัญที่เขาจะไม่ยอมอดทนเลยคือคำว่า “ศักดิ์ศรี”
“อดีตแฟนผมเป็นคนน่ารักบ้องแบ๊ว แต่ผมตกใจมากๆ แค่ผมไปดื่มกับเพื่อนๆ ผู้ชายย้ำว่ากลุ่มเพื่อนซี้ที่เป็นผู้ชายทั้งนั้นเลยนะครับ แต่วันนั้นผมไม่ได้บอกเธอว่าไปไหน เธอก็เข้าใจว่าผมอยู่บ้าน แต่พอเธอรู้ (ไม่รู้มีใครคาบข่าว) บอกว่าผมดูบอลและดื่มอยู่กับเพื่อนๆ เธอรี่เข้ามาที่นั่นและด่าทอผมต่อหน้าเพื่อนหยาบๆ คายๆ หาว่าโกหกเธอ?!!” มิค สารภาพว่าครั้งแรกทนได้ แต่ความที่เขาเป็นผู้ชายเงียบๆ ไม่พูด ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 และครั้งนั้นเขาลงมือกับผู้หญิงที่เขารักเป็นครั้งแรก เขารู้สึกอับอายเพื่อนๆ รู้สึกโดนหยามศักดิ์ศรี แต่หลังจากนั้นเขาก็ทนความสัมพันธ์ดิ่งเหวแบบนี้ไม่ได้ ขอเลิกรากับฝ่ายหญิงไปเสียเอง ให้ยอมกันแค่ไหนแต่เรื่องนี้ยากมากที่ผู้ชายจะเป็นฝ่ายยอมรับ ผู้หญิงก็ควรรับรู้ไว้ว่าเราอย่าเป็นฝ่ายเปิดประเด็น เปิดรอยแผล
สรุปการยุติความรุนแรง ควรเริ่มจากทุกๆ คนไม่ควรมองวัฒนธรรมเงียบ คนไทยคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องช่วยกันรณรงค์ว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว สังคมต้องช่วยกัน ไม่อยากให้คนทั่วไปละเลยปัญหาความรุนแรง และผู้หญิงที่ถูกกระทำก็น่าจะดูแลตัวเองให้ออกจากวงจรนี้ได้ด้วย “หลายครั้งผู้ชายทำร้ายผู้หญิง และ...หลายครั้งผู้หญิงก็เป็นฝ่ายทำร้ายตัวเอง!!!?”
Ask the Expert....
Q.สามีวัย 40 กว่า หลังๆ หน้าที่การงานดีขึ้นมั่นคงขึ้นเขาติดสังสรรค์บ่อย เริ่มดื่มจัด ดิฉันเกรงว่าเขาจะติด แม้ไม่ออกงานก็เริ่มดื่มที่บ้าน ถ้าแค่แก้ว 2 แก้ว ก็โอเค แต่ดูว่าจะเริ่มหนักขึ้นทุกวัน จะเริ่มหยุดหรือเตือนเขาไงดีค่ะ?
A.พญ.จิราภรณ์ ครุพานิช สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัว (วัยทอง) เวชธานี ตามปกติการสังสรรค์แล้วดื่มสุรานั้น ในสังคมไทยยังเป็นที่ยอมรับกันได้เพื่อผ่อนคลายและเพื่อการติดต่อทางธุรกิจบ้าง แต่ในบางคนที่ประสบความสำเร็จในการงานโดยไม่ดื่มสุราก็มีนะคะ กรณีนี้คุณก็ทราบดีอยู่แล้วว่าสุราเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง เมื่อดื่มมากๆ จนถึงดื่มคนเดียวก็เป็นขั้นเสพติดแล้วค่ะ คุณควรชวนเขาคุยแบบทีเล่นทีจริงถึงพิษภัยของสุรา และอันตรายต่อร่างกายต่างๆ โดยอาจนำเขาไปตรวจสุขภาพประจำปีบ้าง ดูการทำงานของตับว่าเสื่อมถอยอย่างไร บางครั้งต้องใช้ทางการแพทย์ช่วยเตือนค่ะ เพราะจะมีเหตุผลสมควรมากกว่า เพื่อเป็นการป้องกันดูแลตรวจสุขภาพของเขาให้ได้อยู่ร่วมกับครอบครัวได้นานๆ โดยปราศจากโรค ถ้าเขาได้รับการดูแลเอาใจใส่ทั้งจิตใจและร่างกายจากคุณแล้วน่าจะเป็นการแก้ไขได้ดีขึ้นได้ค่ะ
He Said / She Said
โมทย์ธุรกิจส่วนตัว
“ผมชอบสาวที่ดูแลตัวเองดีครับ ใส่ใจตัวเอง ให้ความสำคัญกับตัวเอง และก็รักตัวเอง เมื่อนั้นเธอจะเข้าใจคนอื่นตามไปด้วยครับ”
กิ๊กพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มที่ดูสะอาดสะอ้าน พูดเพราะ และเทกแคร์เก่ง ถ้ายิ่งได้ขาวๆ ตี๋ๆ นี่สเปกเลยค่ะ”
Quote
“ตอนที่ฉันไว้ผมยาว ฉันก็ดึงดูดผู้ชายส่วนใหญ่ให้หันมามองได้ จนเมื่อลองหันมาตัดผมสั้นๆ ดูบ้าง ก็กลายเป็นผู้ชายอีกประเภทหนึ่งที่จะหันมามอง เป็นการทดลองที่แปลกดีค่ะ”
แอชลีย์ สก๊อตต์ นักแสดงฮอลลีวู้ด







