posttoday
โปร่งใส...หัวใจแห่งยุติธรรม

โปร่งใส...หัวใจแห่งยุติธรรม

11 สิงหาคม 2557

กลายเป็นประเด็นพอสมควรกรณีโทษแบนโลกลืมของ คาร์เมโล กอนซาเลซ กองกลางชาวสแปนิช

โดย...มิวโกโตะ

กลายเป็นประเด็นพอสมควรกรณีโทษแบนโลกลืมของ คาร์เมโล กอนซาเลซ กองกลางชาวสแปนิชแห่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถูกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยืนกรานลงดาบห้ามลงแข่งทั้งซีซั่น ข้อหาเจตนาทำร้ายผู้ตัดสิน

ก่อนหน้านี้ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” พยายามยื่นหนังสือขออุทธรณ์ลดโทษแบนไร้กำหนด ทว่า พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงยืนยันโทษเดิม โดยให้เหตุผลว่าได้พิจารณาแล้วว่าการเตะขวดน้ำและหวดลูกบอลไปทางผู้ตัดสิน ในเกมโตโยต้า ลีกคัพ 2014 รอบรองชนะเลิศ มันไปผิดกฎของฟีฟ่า และเอเอฟซี ข้อ 49B

“สมาคมฟุตบอลฯ พิจารณาแล้วว่า คาร์เมโล กอนซาเลซ มีเจตนาทำร้ายผู้ตัดสิน มีความผิดตาม กฎระเบียบของฟีฟ่า (สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ) และ เอเอฟซี (สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย) ข้อ 49B ว่าด้วยการมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน มีโทษสูงสุดคือแบน 6 เดือน และในกรณีนี้แม้นักเตะจะไม่ได้เตะลูกบอลโดนตัวผู้ตัดสิน แต่จากภาพที่ปรากฏออกมาเจ้าตัว มีเจตนาชัดเจนเข้าข่ายความผิดข้ออื่นๆ จึงถูกลงโทษแบนตลอดฤดูกาลนี้” ผู้การหลอ เผย

โปร่งใส...หัวใจแห่งยุติธรรม

 

การเคารพผู้ตัดสินเป็นเรื่องที่นักกีฬาทุกคนพึงกระทำ อันนี้ไม่มีใครเถียง แต่ตามกฎที่กล่าวอ้างว่ามีกิริยาที่ก้าวร้าว รุนแรง และเจตนาทำร้ายผู้ตัดสิน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ที่ไม่อาจยอมรับได้ จึงมีสิทธิโทษสูงสุดแบน 6 เดือน พิจารณาถี่ถ้วนแล้วจริงหรือ เหตุใดกระแสแฟนบอลกลับอื้ออึง

ทันทีที่อุทธรณ์โทษไม่ผ่าน ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที โดยนอนยันเลยว่าดาวเตะเลือดกระทิงไม่มีเจตนา ทำร้ายผู้ตัดสินแน่นอน หากพิจารณาเทปถึงทิศทาง ลูกฟุตบอลและขวดน้ำที่เตะ จะพบว่าเป็นการระบายอารมณ์เท่านั้น ส่วนที่นักเตะเดินไปหาผู้ตัดสินเห็นชัดว่าไม่ได้ไปเอาเรื่อง เพียงแค่ไปถามเรื่องการตัดสิน

พร้อมกันนี้ยังยิงหมัดเด็ดยกเคสตัวอย่างมาทวงถามสมาคมว่าเหตุใด ลีซังโฮ แข้งทีมสิงห์ท่าเรือจึงถูกแบนเพียง 6 เกม และปรับแค่ 2 หมื่นบาท กรณีจ้องทำร้ายกรรมการชัดเจน ในเกมพ่ายชัยนาท 12 หรือการถ่มน้ำลายใส่หน้าคู่ต่อสู้ และการกระชากคอเสื้อเอาเรื่องกันในสนาม กลับไม่ถูกคาดโทษหนักเช่นนี้

โปร่งใส...หัวใจแห่งยุติธรรม

 

“ความผิดคาร์เมโลแตกต่างจากกรณีของลีซังโฮ ที่โดนแบน 6 นัด เพราะว่ากรณีของคาร์เมโลมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ และภาพออกทางสื่อต่างๆ มากกว่า” พ.อ.วรวุฒิ ตอบสั้นๆ แต่แฝงความงุนงงไว้มากมายถึงมาตรฐานการตัดสิน

หากสมาคมฟุตบอลฯ อยากเดินตามรอยมาตรฐานโทษที่สากลตั้งไว้ สิ่งแรกคือต้องหามาตรฐานการตัดสินให้ได้เสียก่อน ก่อนจะลงโทษใครต้องบอกให้ได้ว่าเขาผิดอะไร โทษที่ตั้งไว้ขนาดไหน ต้องพูดให้ชัดและแบ่งระดับความรุนแรงให้เห็นภาพ อย่าใช้คำว่า ดุลพินิจมาสร้างช่องโหว่

โอเค ... ถึงเรื่องนี้จะผ่านไปตามสไตล์พี่ไทยลืมง่าย แต่อย่าลืมการลงดาบวันนี้มันจะมีผลถึงอนาคต ต่อไปถ้าเกิดเหตุการณ์นี้อีก เท่ากับจะไล่แบนกันเช่นนี้เลยหรือ ถ้าโชคร้ายเกิดนัดเปิดฤดูกาล โทษแบน 6 เดือนเท่ากับนักเตะอดลงสนามทั้งฤดูกาลเลยนะเออ

ถ้าจะเอาเรื่องการถ่ายทอดมาวิเคราะห์ว่ามันส่งผลรุนแรงกว่าเกมทั่วไป ส่วนตัวผมคิดว่ากรณี กีรติ เขียวสมบัติ กองหน้า ปตท.ระยอง ตั้งใจยันเข้าที่ใบหน้า ชุติพนธ์ ทองแท้ (ราชบุรี มิตรผล) ในเกมลีกคัพ ยังดูดิบดุเถื่อนกว่านี้เยอะ สมาคมกลับแบน 1 เกม และห้ามเล่นในบ้านแค่ 1 นัด ทั้งที่ถ่ายทอดสดทั่วประเทศเช่นกัน

ด้าน “เปาอั๋น” ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ อดีตผู้ตัดสินฟุตบอลระดับนานาชาติชาวไทย ที่เคยเป่าปรี๊ดในฟุตบอลโลกมาแล้ว มีความเห็นว่าโทษดังกล่าวรุนแรงเกินไป พร้อมยกตัวอย่างกรณี ลีซังโฮ ดูส่อเจตนาทำร้ายเปาในสนามชัดเจนกว่านี้ โทษกลับไม่สอดคล้องกัน

“ผมออกตัวเลยนะว่าไม่ได้เข้าข้างบุรีรัมย์ และไม่ได้เป็นคนของสมาคม แต่กับเคสนี้ผมรับไม่ได้จริงๆ ในเมืองนอกถ้าเกิดเหตุลักษณะนี้อาจแค่ถูกปรับ เพราะเนื้อแท้เจตนาไม่ได้คิดทำร้าย หน้าที่ของสมาคมควรจะยกระดับไทยลีกให้เป็นที่น่าสนใจ คาร์เมโลถือเป็น นักเตะแม่เหล็กที่ยกระดับลีกไทย” เปาอั๋น กล่าว

โปร่งใส...หัวใจแห่งยุติธรรม

 

นอกจากนี้ แฟนบอลไอดี : narttrang ได้โพสต์กระทู้เว็บไซต์ thailandsusu.com ให้มองมุมกลับ ว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับฟุตบอลไทย

“มันเป็นผลเสียต่อคาร์เมโล และต้นสังกัดอย่างแน่นอน แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับฟุตบอลไทยนะครับ ที่มีคำตัดสินออกมาเช่นนี้ เพราะคนไทยจะได้เห็นอะไรต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้น ได้เห็นถึงมาตรฐานการตัดสินและการลงโทษว่ามีมาตรฐานแค่ไหน ปล.ผมไม่ได้บอกว่าคาร์เมโลไม่ผิดนะครับ แค่ถามถึงมาตรฐาน”

ขณะที่คอมเมนต์ต่างๆ ก็ดุเดือดถึงขนาดวิเคราะห์เป็นฉากๆ ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นเรื่องของการเตะตัดขาให้บางทีมมีลุ้นเบียดแชมป์ ส่วนนี้เราไม่มีหลักฐานก็ฟังหูไว้หูกันไป แต่ในเว็บไซต์โกลดอทคอมมีการทำแบบสอบถามว่าโทษแบนกอนซาเลซรุนแรงหรือไม่ ปรากฏ 95.5% บอกว่าลงโทษโหดเกินไป ตัวเลขนี้มันกำลังสะท้อนอะไรบางอย่าง? ไปคิดเอง

สุดท้ายอยากฝากถึงผู้ใหญ่ในวงการลูกหนังบ้านเราให้รีบแก้โจทย์สำคัญเรื่องการตัดสินและบทลงโทษ เนื่องจากมันกำลังกัดกร่อนกระแสฟุตบอลไทยไป พอสมควร อย่าปล่อยให้แฟนบอลมีข้อกังขาและเกิดอคติกับคำตัดสินจนชินชา เพราะถึงวันนั้นต่อให้มาตรฐานเป๊ะเว่อร์ คุณก็เรียกศรัทธาพวกเขาคืนมาไม่ได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท