ส่องกล้องมองแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2014
เหลือเพียงแค่สัปดาห์เดียว ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-2015 จะได้ฤกษ์รูดม่านเปิดฉากกันแล้ว
โดย...ราชันเบอร์23
เหลือเพียงแค่สัปดาห์เดียว ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-2015 จะได้ฤกษ์รูดม่านเปิดฉากกันแล้ว แต่ละทีมต่างเสริมทัพกันอย่างเต็มที่เพื่อไขว่คว้าหาความสำเร็จ ฤดูกาลนี้คาดกันว่าตัวเต็งแชมป์คงหนีไม่พ้น 5 ทีมยักษ์ใหญ่ เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์เก่า ที่ได้รับการยกให้เป็นเต็ง 1 ในปีนี้ ถัดมาคือ เชลซี เต็ง 2 ส่วน ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่า อยู่เต็ง 3 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล รั้งอันดับ 4-5 ตามลำดับ
แมนเชสเตอร์ ซิตี
ลดขนาดทีม แต่ไม่ลดคุณภาพ
ได้รับการยกย่องจากร้านพนันถูกกฎหมายในอังกฤษให้รั้งเต็ง 1 “เรือใบสีฟ้า” เน้นนักเตะชุดแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนมากกว่าจะทุ่มซื้อนักเตะแบบบ้าเลือดเหมือนเดิม เพราะถูกยูฟ่าลงดาบให้ลดขนาดของทีมเพื่อรองรับ “กฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์” เสริมทัพไม่กี่ราย และยังไม่มีดาวดังตบเท้าเข้ามาสักราย มีแต่ขายออก ซาบี การ์เซีย ไปอยู่กับ เซนิตฯ โจลีออน เลสคอตต์ ย้ายไป เวสต์บรอมวิช อัลเบียน แจ็ค ร็อดเวลล์ ย้ายไป ซันเดอร์แลนด์ และ แกเรธ แบร์รี ย้ายไปเล่นกับ เอฟเวอร์ตัน แบบถาวร หลังร่วมทีมแบบยืมตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว
คีย์แมน : แซร์จิโอ อกูเอโร หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา ยังเป็นตัวทีเด็ดในการทำประตูของทีม แม้ว่าสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แต่ความอันตรายในการทำประตูยังมีอยู่เต็มเปี่ยม นอกนั้นยังมี ดาบิด ซิลบา และ ซามีร์ นาสรี ที่เป็นกำลังหลักในการพาทีมป้องกันแชมป์
กุนซือ : มานูเอล เปเยกรินี วัย 60 ปี โชว์ฟอร์มคุมทีมฤดูกาลแรกก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ ย่อมไม่ธรรมดาแน่สำหรับฝีมือ แต่แชมป์ว่ายากแล้ว ป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่า ต้องดูว่าอดีตกุนซือบียาร์เรอัล จะทำทีมได้ดีแค่ไหน ภายใต้ทรัพยากรจำกัด
ความน่าจะเป็น : เสริมทัพน้อยเกินไป อาจทำให้ไปไม่ถึงแชมป์
เชลซี
มูรินโญโชว์ของทวงแชมป์
ขุมกำลังอยู่ในระดับ 5 ดาว ทั้งของเก่าและของใหม่ โดยเฉพาะนักเตะที่ซื้อมาเสริมเขี้ยวเล็บทั้งแนวรับและแนวรุก ไม่ว่าจะเป็น เฟลิเป หลุยส์ กองหลังจาก แอต.มาดริด แชมป์ลาลีกา สเปน หรือ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนของบาร์เซโลนา และ ดีเอโก คอสตา กองหน้า แอต.มาดริด แถม ดิดีเยร์ ดร็อกบา ก็กลับมาร่วมงานในถิ่นเก่าอีกครั้ง อาจจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับ “สิงโตน้ำเงิน” ฤดูกาลนี้ แม้จะปล่อยแข้งเก๋าอย่าง แฟรงก์ แลมพาร์ด หรือการขาย ดาวิด ลุยซ์ ให้ ปารีสฯ
คีย์แมน : ดีเอโก คอสตา ซัดไป 64 ประตู จาก 135 นัด ที่ลงเล่นให้ทีมตราหมีทุกรายการในช่วงเวลา 4 ปี ที่อยู่ในถิ่นบิเซนเต กัลเดรอน ทำให้เป็นตัวความหวังที่จะช่วยถล่มประตูให้กับทีมสิงโตน้ำเงิน หลังจากฤดูกาลก่อนกองหน้าถือเป็นจุดอ่อน
กุนซือ : โจเซ มูรินโญ พาทีมได้แค่อันดับ 3 ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวัง ทำให้ในฤดูกาลนี้จัดการคว้าแข้งดังๆ มาเสริมทีมหลายคน เพื่อหวังจะกลับมาคว้าแชมป์ลีกให้ได้ ซึ่งส่วนผสมที่ลงตัวดูลงตัวเสียด้วย บวกกับกึ๋นอันสุดยอดของมูรินโญ ต้องแชมป์สถานเดียว ถ้าน้อยกว่านี้มีหวังเจ้าของทีมอย่าง โรมัน อับราโมวิช คงต้องคอนเวิร์สกับ “เฮียมู” อีกครั้ง
ความน่าจะเป็น : มีลุ้นแชมป์มากกว่าฤดูกาลก่อน หาก คอสตา ปรับตัวได้เร็ว
ลิเวอร์พูล
เน้นยังเติร์กบวกสปิริตทีมพิชิตฝัน
การเสีย หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งให้บาร์เซโลนา น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของทีม เพราะผลงานอันโดดเด่นฤดูกาลที่แล้วต้องยกเครดิตให้กองหน้าจอมกัด ปีนี้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ต้องแบกความกดดันมหาศาลของทีม หาก “หงส์แดง” ยังไม่ซื้อกองหน้าบิ๊กเนมที่มีข่าวอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา หรือ เอดิสัน คาวานี น่าจะเป็นปีที่ลำบากของ “หงส์แดง” ในการไล่ล่าแชมป์ แม้จะได้ เอ็มเร คาน (เลเวอร์คูเซน) อดัม ลัลลานา, ริคกี แลมเบิร์ต (เซาแธมป์ตัน) ลาซาร์ มาร์โควิช (เบนฟิกา) แต่ยังไม่ถือว่าถูกตาต้องใจบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” เท่าใด
คีย์แมน : ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ รองดาวซัลโวของทีมเมื่อฤดูกาลก่อน ยังคงเป็นตัวความหวังหลักในการนำชัยชนะมาสู่ทีม ส่วน สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมหัวใจหลักของทีมก็ยังเป็นศูนย์รวมใจได้อย่างดีเช่นเคย
กุนซือ : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคงยึดมั่นในดาวรุ่งมากกว่าที่จะควักเงินซื้อซูเปอร์สตาร์ แม้ว่าฤดูกาลก่อนจะแสดงฝีมือให้เห็นไปแล้วว่าทำได้เหนือความคาดหมาย แต่ในฤดูกาลนี้ต้องเจองานหนักแน่นอน
ความน่าจะเป็น : เป็นบททดสอบ ร็อดเจอร์ส และนักเตะลิเวอร์พูลว่าการเสีย ซัวเรซ จะส่งผลต่อทีมแค่ไหน จบท็อปโฟว์ได้ก็น่าจะโอเคแล้ว
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ลบความช้ำทวงบัลลังก์แชมป์
ต้องบอกว่า “ผีแดง” เหมือนคนไข้ได้ยาดี เมื่อได้ หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือ พร้อมกับรื้อระบบใหม่เป็น 3-5-2 และดูเหมือนว่าจะลงตัวเสียด้วย เพราะช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาบรรดาแข้ง “ผีแดง” เล่นฟุตบอลด้วยความมีชีวิตชีวา มีมิติ มีทรง สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอล “กินเนสส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ” ที่สหรัฐ เรียกบรรยากาศเก่าๆ กลับมายังแคมป์ “ผีแดง” ได้ นอกจากนั้นยังเตรียมโละแข้งส่วนเกินหลายคนพ้นทีม เหมือนกับการถ่ายเลือดใหม่ให้ร่างกายที่อ่อนล้า แมนฯ ยูไนเต็ด เสริมทัพด้วยการคว้า อังเดร์ เอร์เรรา (แอธ.บิลเบา) วันยา มิลินโควิช (วอจโวดินา) ลุค ชอว์ (เซาแธมป์ตัน) ถือว่าเป็นของดีราคาไม่แพง เพราะเล่นเข้ากับแท็กติกของ ฟาน กัล ได้อย่างรวดเร็ว
คีย์แมน : คงต้องยกให้ เวย์น รูนีย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ยังคงมีความมุ่งมั่นจะนำทีมกลับมาคว้าแชมป์ลีกให้ได้ ถ้าไม่เจ็บบ่อย ตำแหน่งตัวจริงไม่หนีไปไหน เช่นเดียวกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่เปรียบเสมือนลูกรักของ ฟาน กัล
กุนซือ : หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ วัย 62 ปี เซ็นสัญญาคุมทัพ “ผีแดง” ตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลกยังไม่จบ ตอนนี้ได้คุมทีมเต็มตัวและช่วยให้ “ผีแดง” ดูดีมีฐานะและน่าเกรงขามเหมือนเดิม โดยเฉพาะกฎระเบียบต้องเข้ม เรียกว่าความเฮี้ยบน้องๆ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ความน่าจะเป็น : หากดูเพียงการเสริมทีมคงหวังแชมป์ยาก ฟาน กัล คงไม่ใช่เทพที่จะมาพลิกชะตาของ “ผีแดง” ให้ได้แชมป์ภายในฤดูกาลเดียว ติดท็อปโฟร์ไปเล่นถ้วยยุโรปก็น่าจะพอใจ
อาร์เซนอล
ปืนโฉมใหม่ไม่ขายนักเตะ
“ปืนโต” ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่ปั้นดาวรุ่งขายมาโดยตลอด แต่ปีนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส มาในมาดใหม่ไม่ขายนักเตะตัวหลักออกจากทีมไปเหมือนอย่างฤดูกาลก่อนๆ มีเพียง บาการี ซานญา ที่ขายให้แมนฯ ซิตี เท่านั้น ส่วนขุมกำลังคนอื่นยังอยู่ครบ แถมยังได้ อเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลีมาจี๊ดจ๊าดในเกมรุกอีกต่างหาก ทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ มาธิว เดอ บูชี กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส จากนิวคาสเซิลมาขันแนวรับ
“สิ่งที่ทำให้เหนื่อยคือการเสียนักเตะไปให้ทีมอื่น สำหรับผมแล้วมันก็เหมือนกัน แน่นอนว่าเราจะอ่อนแอน้อยลงแน่ หลายปีที่ผ่านมาเราเสียนักเตะระดับท็อปโดยไม่สามารถซื้อนักเตะระดับเดียวกันมาแทนได้ใน 2 ปีหลัง เราซื้อ โอซิล และ ซานเชซ เมื่อ 5 ปีก่อน เราคงขาย โอซิล และ ซานเชซ วันนี้เราสามารถแข่งขันได้มากขึ้นกับการซื้อนักเตะระดับท็อปในตลาดซื้อขาย” เวนเกอร์ บอกถึงปรัชญาการทำทีมใหม่
คีย์แมน : อเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลี แจ้งเกิดในศึกฟุตบอลโลกได้อย่างสวยงาม แต่ถือว่าพลิกโผพอสมควรที่ย้ายออกจากทีมบาร์เซโลนา มาเล่นในอังกฤษ ถ้าปรับตัวได้เร็วก็ไปโลด แต่ถ้างัดฟอร์มเก่งและปรับตัวไม่ได้ ก็ต้องบอกว่าตัวใครตัวมันแล้วกัน
กุนซือ : อาร์แซน เวนเกอร์ อยู่กับทีมมานานถึง 18 ปี แต่ไฟและความกระหายในการคว้าแชมป์ไม่ได้มอดลงแม้แต่น้อย หวังที่จะนำทัพปืนใหญ่คว้าแชมป์ลีกให้ได้ หลังจากเคยทำได้มาแล้ว 3 สมัย (1997, 2001, 2003)
ความน่าจะเป็น : ปีที่แล้วนำเป็นจ่าฝูงยาวนานถึง 4 เดือน แต่ก็แผ่วปลายตามเคย ปีนี้หากไม่สะดุดขาตัวเองมีลุ้นแชมป์แน่นอน อย่างแย่ไม่น่าต่ำกว่าอันดับ 3
ทีมใดจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้ไปครอง ต้องลุ้นกันยาวๆ
แต่ที่แน่ๆ ไม่มีคำว่าง่ายแน่นอน เพราะมาตรฐานของแต่ละทีมสูสีเหลือเกิน!!


