posttoday
‘อีโบลา’ ลัลลา คนไทยไม่ต้องกลัว...จิ๊บๆ

‘อีโบลา’ ลัลลา คนไทยไม่ต้องกลัว...จิ๊บๆ

09 สิงหาคม 2557

ขึ้นชื่อว่า “ไวรัสมรณะ” ไม่แปลกที่จะหวาดวิตกหรือตื่นตระหนกกันไปทั่ว

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ขึ้นชื่อว่า “ไวรัสมรณะ” ไม่แปลกที่จะหวาดวิตกหรือตื่นตระหนกกันไปทั่ว ยิ่งสถานการณ์โลกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาหมุนรอบ “อีโบลา” ด้วยแล้ว ทำเอาใครหลายคนสั่นเทิ้มชนิดข้ามทวีป

เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านคงได้ยินได้ฟังเรื่อง “อีโบลา” จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือข้อมูลที่ไหลหลั่งมาทางเว็บไซต์มาบ้างแล้ว และเชื่ออีกว่าท่านๆ อาจรับฟังเพียงผ่านๆ หรือรับรู้เพียงว่า “อีโบลา” ป่วยแล้วตายไม่มียารักษากำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรง

ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านๆ เข้าใจนั่นแหละครับ คือ 90% ของผู้ป่วย “อีโบลา” นี้ ต้องตายโดยไม่มีทางรักษา

แต่ถามว่าน่ากลัวขนาดไหน? แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างยืนยันตรงกันว่า สำหรับคนไทย “ไม่เลย”

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า “อีโบลา” คืออะไร อธิบายง่ายๆ “อีโบลา” คือเชื้อชนิดหนึ่งที่ติดต่อกันผ่าน “สารคัดหลั่ง” ของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น อ้วก ฉี่ อึ น้ำตา น้ำลาย เลือด ถามว่าในชีวิตประจำวันของเราได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้จากผู้อื่นมากเพียงใด

โดยปกติแล้ว ร่างกายของเรามี “ผิวหนัง” ที่เป็นด่านหน้าป้องกันสารคัดหลั่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย นอกเสียจากผิวหนังเรา “เป็นแผล” หรือมือของเราไปสัมผัสสารคัดหลั่งผู้ป่วยแล้วนำมาแคะจมูก แคะปาก ขยี้ตา ก็มีโอกาสติดเชื้อได้

นอกจากนั้น “หมดสิทธิ” ติดเชื้อ หนำซ้ำยังไม่มีการพบว่า “อีโบลา” จะติดต่อกันผ่านทางเดินหายใจอากาศได้ ดังนั้นการเดินสวนกัน การพูดคุยกัน ไม่ทำให้ติดเชื้อ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกไว้ว่า โอกาสติดเชื้อ “อีโบลา” น้อยกว่าติด “ไข้หวัด” เสียอีก

ว่ากันเฉพาะสถานการณ์การระบาด ขณะนี้เข้าสู่เดือนที่ 5 ของการระบาดแล้ว ยังติดกันแค่ 3 ประเทศ ในแอฟริกาตะวันตกเท่านั้น ถามว่ามากไหม? คำตอบก็คือ “ไม่เลย” อีกนั่นแหละ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คุณหมอยง อธิบายว่า ธรรมชาติของผู้ป่วย “อีโบลา” ถ้าเป็นแล้วจะทรุดหนักนอนซมอยู่ที่บ้าน ไปไหนไม่ได้ กลายเป็นการ “จำกัด” พื้นที่การระบาดโดยปริยาย ซึ่งแตกต่างกับ “ซาร์” ที่ผู้ป่วยยังเคลื่อนไหวได้ เดินทางไปโน่นนี่ได้ การระบาดจึงรวดเร็ว

ดังนั้น หากท่านผู้อ่านจินตนาการว่า “อีโบลา” จะระบาดเหมือนกับไวรัสในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ผู้ป่วยติดกันงอมแงมและล้มตายทั้งเมืองนั้น เป็นการ “มโน” ชัดๆ เพราะข้อเท็จจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ขอยืนยันตรงนี้อีกครั้งว่า ไม่ต้องกลัวไม่ต้องหวาดวิตกไม่ต้องตื่นตระหนก ใช้ชีวิตประจำวันไปตามปกติ แต่ก็อย่าประมาท

สำหรับอาการป่วยของ “อีโบลา” คล้ายคลึงกับไข้เลือดออก คือมีเลือดออกตามตัว มีน้ำเหลืองไหลจากเลือด มีระยะฟักตัวของโรค 2-21 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย

“โรคอีโบลาไม่ไช่โรคใหม่ มีมาเกือบ 40 ปี มีการระบาดแล้วกว่า 20 ครั้ง แต่ละครั้งมีผู้ป่วย 500-600 คนเท่านั้น” ศ.นพ.ยง ระบุ

ขณะที่มาตรการการป้องกันของประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เข้มงวดกับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่เกิดการระบาด ทั้งกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน

ผู้ที่เดินทางเข้ามาต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง ตามประกาศของกรมควบคุมโรค และมีการตั้งด่านควบคุมโรคที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย

เมื่อเข้าใจ “อีโบลา” กันแล้ว ก็ ลัลลา กันต่อได้ ไม่ต้องกลัว

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย