posttoday
ล้วงลึกผู้หญิงเซ็กซี่ เจมี่ บูเฮอร์

ล้วงลึกผู้หญิงเซ็กซี่ เจมี่ บูเฮอร์

09 สิงหาคม 2557

จากนักแสดงสาวที่มักรับบทบาทไม่ร้ายลึกก็ตลกร้ายหรือน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่พอคลิปวิดีโอที่ใช้ชื่อว่า

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

จากนักแสดงสาวที่มักรับบทบาทไม่ร้ายลึกก็ตลกร้ายหรือน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่พอคลิปวิดีโอที่ใช้ชื่อว่า “คลิป เจมี่ บูเฮอร์ ถอดทีละชิ้น” ได้เผยแพร่ผ่านยูทูบ นักแสดงสาวอย่าง “เจมี่ บูเฮอร์” ก็ได้ตกเป็นจำเลยของสังคมไปในทันที หลังจากนั้นชุดวาบหวิวเปิดบั้นท้ายและแหวกจนเห็นจีสตริงที่เธอสวมออกงานก็สร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ยิ่งเมื่อมีภาพเธอระหว่างออกงานอีเวนต์แล้วถูกช่างภาพช้อนกล้องถ่ายชอนไชจนเห็นถึงข้างในออกเผยแพร่ว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต สังคมก็ยิ่งตั้งคำถามกับ เจมี่ บูเฮอร์ มากขึ้น

นักแสดงสาววัย 31 ยืนยันว่าเธอไม่ได้ตั้งใจสร้างกระแส “เจมี่ขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเจมี่ไม่ได้สร้างกระแสอย่างแน่นอน มันไม่ได้เป็นผลดีกับตัวเจมี่เลยแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มันทำให้เจมี่มองอะไรไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อก่อนเจมี่ทำงานแบบระมัดระวังตัวเองน้อย หรือเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป ต่อแต่นี้ไปมันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เหมือนเราตื่นจากฝันมาอยู่ในโลกความจริงที่ทำอะไรเป็นตัวของตัวเองมากเกินไปไม่ได้แล้ว”

เจมี่เผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ทุกๆ งานเซ็กซี่ (ยกเว้นภาพช้อนใต้กระโปรง) ถือเป็นสิ่งที่ทำไปตามหน้าที่ “ทุกงานมีโจทย์หมด พอเจมี่ได้รับโจทย์มา เจมี่ก็ต้องทำตามโจทย์ร่วมกับทีมงานเสื้อผ้าหน้าผมที่มีอยู่ประมาณ 5-6 คน เราช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด เจมี่ถือว่านี่คืออาชีพของเรา เพียงแต่เราไม่คาดคิดว่าการทำงานตามโจทย์จะมีผลออกมาถึงขั้นนี้ ใช่เราอาจมีการวางแผนกันว่าจะให้เจมี่มีชื่อเสียงเพื่อผลประโยชน์แบบนี้ๆๆ แต่จุดที่เราได้รับมามันเกินกว่าที่เราคาดหวังไว้มาก บางทีมันอาจเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ทำให้เราได้รับอะไรมาแบบเกินความคาดหวัง”

18 ปีที่เจมี่ได้อยู่ในวงการบันเทิง เธอเชื่อว่าความสำเร็จเกิดขึ้นจากความสามารถเพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก 50 เปอร์เซ็นต์มาจากปัจจัยภายนอก นั่นคือดวง คือจังหวะ คือโอกาส แม้เราจะทำเต็มที่แล้วมากแค่ไหนก็ตาม “เจมี่รู้ซึ้งถึงจุดนี้มาก บางคนสวย เก่ง ดี ทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะเขาไม่มีดวง ไม่มีโอกาส หรือไม่มีจังหวะนั่นเอง”

สำหรับงานในวงการบันเทิงนับจากนี้ เจมี่เผยว่า ในฐานะที่เธอเป็นนักแสดงคนหนึ่ง เธอสามารถแสดงได้ทุกบทบาท เพียงแต่วิธีคิดในการรับงานแสดงอาจไม่เหมือนตอนที่เธอเป็นเด็กที่เพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ

“เมื่อก่อนเจมี่รับงานได้หมด ตอนนี้วิธีการเลือกรับงานมีเยอะขึ้น ปัจจัยการรับงานมีมากขึ้น ถ้าเราเลือกรับงานผิด ชีวิตเปลี่ยนไปเลยนะ เจมี่อยากบอกว่างานในวงการนี้ไม่มีชิล มีแต่ทำแล้วไม่เกิดก็ดับ เราต้องเลือกรับงานที่เรารู้สึกอยากทำจริงๆ ถ้าใจไม่อยากทำ แต่ฝืนทำเพราะความเกรงใจ หรือเพราะเงินงานนั้นจะทำให้เราสูญเสียความมั่นใจไปเยอะ เจมี่จึงเชื่อในพลังของงานที่มันส่งผลถึงตัวเรา”

เมื่อล้วงเข้าไปให้ลึกถึงเป้าหมายของชีวิตในก้าวเดินต่อไป เจมี่เผยอย่างจริงใจว่า เธออยากทำงานในระดับเอเชีย เธออยากก้าวไปสู่จุดนั้น “เจมี่เชื่อเรื่องโอกาส แต่โอกาสไม่ใช่ได้มาด้วยการที่เรานั่งรอฟ้าดินกำหนด นอกจากเราต้องไขว่คว้าหาโอกาส หรือเป็นผู้สร้างโอกาสให้กับตัวเราเอง เรายังต้องมีศักยภาพมากเพียงพอต่อโอกาสที่เข้ามาหาหรือที่เราคาดหวังเอาไว้ด้วย เหมือนเราวาดฝันถึงโอกาสนั้น แล้วเราต้องดูศักยภาพของเราว่าตอบโจทย์โอกาสนั้นมั้ย ก่อนหน้านี้มีหนังของฮ่องกงติดต่อเจมี่มา แต่มันไม่ใช่บทที่เราอยากเล่น ก็เลยปฏิเสธไป ซึ่งการที่เราปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่สำหรับเรา มันเป็นการตอกย้ำตัวเราว่าเรากำลังจะเดินไปสู่สิ่งที่ใช่ การเซย์เยสหรือเซย์โนกับบางสิ่ง มันมีผลกับตัวเรามากถึงมากที่สุด เจมี่เคยตัดสินใจรับงานที่รู้สึกไม่อยากทำ เพียงเพราะได้เงินเยอะมาก แต่กลายเป็นว่าเราต้องสูญเสียรายได้ไปอีกเยอะมาก เยอะกว่าเงินก้อนนั้นเสียอีก เพราะไม่มีโอกาสไปรับงานอย่างอื่น”

ล้วงลึกผู้หญิงเซ็กซี่ เจมี่ บูเฮอร์

 

สำหรับเรื่องราวความรัก เจมี่เผยว่า ตอนนี้เธอยังโสด ส่วนความรักครั้งเก่าที่จบลงอย่างไม่สวยงาม (กับผู้กำกับละครท่านหนึ่ง) เธอไม่ขอพูดถึงดีกว่า

“เจมี่เชื่อว่าในวิกฤตมักสร้างวีรบุรุษเสมอ ถึงเจมี่จะเจอเรื่องราวความรักที่จบลงแบบไม่ค่อยดี แต่มันก็ทำให้เจมี่เข้มแข็งขึ้น เชื่อไหมว่าเจมี่ได้วิธีการมองโลกแบบนี้จากวิกฤตปัญหา เมื่อก่อนเจมี่ชอบสปอยล์ตัวเอง อยากได้อะไรก็ได้มาง่ายๆ จนกลายเป็นคนเนกาทีฟ ที่ชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทุกคนทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเรา แต่เมื่อเราเจอวิกฤตเยอะๆ วิกฤตช่วยปรับมุมมองและวิธีคิดของเราเยอะมาก คนที่ได้อะไรสมความปรารถนาตลอด เป็นคนน่าสงสารมาก เขาจะเอาแต่ใจตัวเอง เขาจะทำอะไรก็ได้โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด ซึ่งเมื่อก่อนเจมี่เป็นอย่างนั้น”

เท่าที่รู้มาครอบครัวของเธอนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก แต่ตัวเธอได้หันมานับถือศาสนาพุทธตั้งแต่อายุ 18 ปี เจมี่เผยว่าธรรมะมีส่วนช่วยในชีวิตของเธอมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความรัก “ความรักที่เลวร้ายทำให้เจมี่เข้าหาธรรมะได้เร็วมาก ถ้าไม่มีแรงผลักดันจากตรงนี้ คงไม่ทำให้เจมี่เจริญในธรรมได้ขนาดนี้”

ในมุมมองความคิดของเจมี่ เธอคิดว่าธรรมะคือเรื่องธรรมชาติ ที่อย่าทำให้ยาก อย่าทำให้ไกลตัว และอย่าทำให้มันเป็นเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีสวยงาม แต่ในภาพลักษณ์นั้นกลับทำลายคนอื่นเพื่อชูว่าเราเป็นคนดี

“ก่อนหน้านี้เจมี่เคยบวชชีพราหมณ์เกือบทุกเดือน จนมีคนพูดกันว่าเราสร้างกระแสด้วยการบวช เจมี่อยากบอกว่าคนที่อยู่ในวงการบันเทิงที่เป็นมืออาชีพ เขาไม่สร้างกระแสด้วยอะไรแบบนี้ เขาข้ามจุดนั้นไปแล้ว เขาทำอะไรเขาทำด้วยความจริง กระแสมันเกิดจากการที่เราไปปฏิบัติธรรม แล้วมันเปลี่ยนแปลงชีวิตเราให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ พอคนเห็นก็ไปปฏิบัติตามจนกลายเป็นกระแสมากกว่า”

แน่นอนว่าอาจมีคนแอบคิดว่าเจมี่ได้เรียนรู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรม แต่ทำไมเลือกทำงานแบบนี้ แต่งตัวล่อแหลมให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้ ทำไมไม่แต่งตัวมิดชิดเรียบร้อย

ล้วงลึกผู้หญิงเซ็กซี่ เจมี่ บูเฮอร์

 

“เจมี่อยากให้เข้าใจว่าคนแต่งตัวเซ็กซี่ เขาก็มีหลักธรรมะในใจ ไม่ใช่ตรรกะที่ว่าคนแต่งตัวโป๊ คือคนที่ไม่มีธรรมะ ถ้าเจมี่นุ่งขาวห่มขาวแต่งตัวเรียบร้อยแล้วมาทำงานในวงการบันเทิง เจมี่ย่อมไม่สามารถดำเนินชีวิตของเจมี่ได้ เจมี่ไม่อาจมีรายได้มาจุนเจือชีวิตของเจมี่ได้ ถามว่าพระพุทธศาสนาจะตั้งอยู่ในใจเจมี่ได้มั้ย เจมี่จะมีแรงไปนั่งสวดมนต์ทำสมาธิได้มั้ย เราก็เกิดความเครียด เราต้องทำแบบโลกไม่ช้ำ ธรรมไม่เสีย ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง อย่าลืมว่าธรรมะอยู่ที่เจตนา”

เจมี่เผยว่า ช่วงเวลาที่เธอเงียบหายไปจากวงการ เธอกลับไปเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไปใช้ชีวิตธรรมดาๆ พอกลับมาทำงานในวงการอีกครั้ง เธอก็ทิ้งชีวิตธรรมดาไปเพื่อมาใช้ชีวิตแบบนี้ให้เต็มที่

“ตอนที่กลับไปสู่การใช้ชีวิตแบบผู้หญิงธรรมดาๆ เป็นเพราะช่วงที่เราทำงาน เราใช้พลังไปกับงานจนหมดก๊อกสองก๊อกสาม ช่วงที่ทำงานมากๆ เราใส่เต็ม อย่างเล่นละคร เจมี่จะคิดว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะได้เล่น เลยเล่นสุดตัว เล่นจนหมดหน้าตัก พอมีเรื่องต่อไป เราก็คิดอย่างนี้อีก จนมาถึงจุดที่เรามีข่าวแรงๆ ว่าท้องกับผู้กำกับคนนั้น ยิ่งทำให้เราตัดสินใจพักเบรกชีวิตได้เร็วขึ้น แต่ขอบอกว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริงเลย เราเลิกรากับผู้กำกับคนนั้นมาปีกว่าแล้ว”

การที่เธอเบรกชีวิตการทำงานไปพร้อมกับข่าวแรงๆ แบบนี้ ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการที่คนอาจเข้าใจไปต่างๆ นานาได้ แต่ผู้หญิงคนนี้เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดหรือความเข้าใจของใครได้ ขอเพียงเราเชื่อมั่นพลังแห่งความจริง เราก็จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข

“ความจริงมันมีพลังมากที่สุด เจมี่เชื่ออย่างนั้น ต่อให้เขาคิดดีกับเรา เชิดชูเราแบบเลิศหรู แต่ถ้าเราเลว เราก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น อย่างชุดเดรสสีส้มที่ช่างภาพถ่ายออกมาแล้วเห็นอะไรข้างใน เจมี่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ คนรอบตัวเจมี่เองก็ยังไม่เชื่อ แต่ความจริงคือความจริง ความจริงมันจะส่งผลออกมาทางบุคลิก ท่าทาง อุปนิสัย และการกระทำ ซึ่งเจมี่อยากฝากบอกถึงคนในสังคมว่าดูเจมี่ให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย ให้เวลาเจมี่ใช้ความจริงพิสูจน์ตัวเจมี่อีกสักนิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินอะไร”

ไม่ว่าต่อไปจากนี้ เส้นทางเดินของ เจมี่ บูเฮอร์ จะมีอะไรแปลกเปลี่ยนไปจนทำให้เราตื่นตาตื่นใจ หรือเงียบสงบราวกับทะเลนิ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังยืนยันว่า ทุกงานที่เธอทำ เธอจะทำให้มันสุดๆ

“เจมี่เป็นคนทำอะไรต้องทำให้ถึงที่สุด ถ้าไม่สุด เจมี่ไม่ทำ เจมี่เชื่อว่าถ้าเราทำอะไรไม่สุด คนจะไม่สามารถสัมผัสถึงสิ่งที่เราทำได้ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของเจมี่ด้วยนะคะ อาจมีงานด้านเซ็กซี่ทางนิตยสารบ้าง และไม่แน่อาจทำโฟโต้บุ๊ก ซึ่งกำลังคุยๆ กันอยู่ค่ะ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท