
ดวงแตก
(* *) “พี่ครับคนเรามีดวงแตกมั้ยครับ” น้องทีมงานโทรมาสัมภาษณ์ เพราะต้องการให้ปูไปออกรายการทอล์กโชว์รายการหนึ่ง
โดย...ปู โลกเบี้ยว
(* *) “พี่ครับคนเรามีดวงแตกมั้ยครับ” น้องทีมงานโทรมาสัมภาษณ์ เพราะต้องการให้ปูไปออกรายการทอล์กโชว์รายการหนึ่ง คือให้ไปดูดวงคนคนหนึ่งที่เคยประสบความสำเร็จตอนหนุ่มๆ พุ่งปรี๊ดแบบฉุดไม่อยู่ แต่แล้ว ณ ปัจจุบันนี้ ทำอะไรก็ล้มเหลว วายวอด ผลาญเงินผลาญทองทั้งของตัวเองและพาลไปถึงเงินเมียและลูกหลานด้วยอะดิ เฮ้ย! ดวงที่หมายถึงชะตาชีวิตใช่มั้ย? ไม่ใช่ดวงวิญญาณนะจะได้แตกดับได้อะ (>_<);
คนเราอะมีชีวิตที่ขึ้นลงไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลานันแหละ เรามีชีวิตที่ดีขึ้นๆ ถ้าไม่ประมาทอย่างมากก็ทรงตัว คงไม่มีใครอยากถอยหลังลงคลองหรอกเนอะ ในขณะที่เรากำลังดีขึ้น อีกหลายๆ คนรอบๆ ตัวเราเขาอาจจะกำลังตกลงหรือแย่ก็ได้ แล้วในขณะที่เรากำลังแย่ แต่คนรอบๆ ข้างเขากลับเจริญเอ๊าเจริญเอาก็ได้เหมือนกันไง ก็เพราะว่าจังหวะชีวิตของคนเราไม่เท่าและไม่เหมือนกันไง ถ้าดีขึ้นพร้อมๆ กัน ก็คงประสบความสำเร็จกันทั้งโลก ไม่มีใครล้มเหลวแล้วดิ หรือถ้าแย่พร้อมๆ กัน คราวนี้แหละโลกแตกของจริงล่ะ ชิมิ แล้วยังมีพวกปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุม สถานการณ์ที่คาดไม่ถึงอีกล่ะ มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของเราอย่างเดียวเสียเมื่อไรกันล่ะ (^_^;) ปูเลยเล่าให้น้องฟังว่า ไอ้คนที่ดวงกำลังแย่ ทำอะไรก็เจ๊ง ตกงานเดินเตะฝุ่นทั้งวันไม่มีข้าวจะกินน่ะมีเยอะ แต่อย่าไปโทษดวงเลย ลองหันไปมองและพิจารณาตัวเองดูสิ ว่าทำไมเหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิดซ้ำๆ แล้วทำไมไม่ได้รับการแก้ไขไม่รู้จักเข็ดรึ? ในโลกนี้มักมีเหตุและผลเสมอแหละ เมื่อมีเหตุ ผลก็มักจะตามมาให้เห็น ...ทุกอย่างมักขึ้นอยู่กับตัวเรากระทำทั้งนั้นแหละ มันอยู่ที่เราจะรับหรือปรับตัวกับมันได้หรือเปล่าล่ะ? (_^) บวกกับนิสัยของตัวเราด้วยว่าเป็นอย่างไร
อย่างคุณพี่ที่ปูไปผ่านิสัยเขาในรายการวันนั้น เขามีนิสัยไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย และชอบทำการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาทำอย่างนี้ไม่สำเร็จเขาก็ทำอย่างอื่นต่อ พอล้มก็ลุกใหม่ อ้าว.! กลายเป็นว่าเขาล้มเหลว ล้มละลายไปซะอย่างนั้น (^..^) .o0 เขาก็บอกว่าเราทำตัวเองไม่โทษใครหรอก ล้มเองก็ลุกขึ้นเองได้ ไม่ยอมแพ้เสียอย่าง โห! สุดยอดอ่ะ...ไม่มีท้ออ่ะคุณพี่ (*_,*)
มีอยู่วันหนึ่งปูไปเยี่ยมศูนย์ไทยธรรมของพี่เปิ้ลจารุณี สุขสวัสดิ์ ไปสรรหาอาหารเสริมเพื่อสุขภาพมารับประทาน แถวๆ ซอยนวลจันทร์ เจอน้องผู้ชายคนหนึ่งนั่งจ๋องๆ เงียบๆ อยู่มุมหนึ่ง ฝนก็ตกปรอยๆ ปูเลยเข้าไปทักทายว่ามาทำอะไรแถวนี้ น้องเขาบอกว่า “มาหางานทำครับ” ปูกำลังจะเดินผ่านไปอยู่แล้ว แต่ใจกลับคิดว่าดูให้เขาหน่อยสิว่าจะได้งานมั้ย จากสภาพภายนอกตัวค่อนข้างสีเข้มหน้าดำคล้ำ ไม่ค่อยมีราศีเอาเสียเลย น่าสงสารจัง! ในใจคิดนะ (TT) พอได้ตรวจดวงชะตาปั๊บ “เออ! น้องตกงานมานานหรือยัง?” จะปีหนึ่งแล้วครับ “อ้าว! แล้วทำไมออกจากที่เก่าล่ะ” “บริษัทเขาปิดตัวไปครับ เงินที่เขาให้ไว้ก็กำลังจะหมดครับ” (>_<;) แต่ตามวันเดือนปีเกิดเราเก่งด้านคอมพ์ชิมิ? ใช่ครับมีบริษัทแถวนี้เขาเรียกมาสัมภาษณ์ครับ ผู้จัดการรับแต่เจ้าของบริษัทไม่รับเพราะทัศนคติไม่ตรงกันครับ ดูดิ!!!! คนเราเก่งแต่ไม่เฮงไง ดวงคนมันจะตกงานอ่ะนะ หางานให้ตายยังไงก็ตกงานอยู่ดีน่ะซิ “บ้านอยู่ไหนล่ะเราอ่ะ” “บ้านอยู่ จ.เลยครับ แต่มาอาศัยห้องเช่าน้องอยู่แถวประชาอุทิศ รัชดาครับ”
เออ.! คืองี้นะน้อง ถ้าอยากได้งานคงต้องเป็นงานที่ได้เงินน้อย เดินทางไกล ลำบากหน่อย หรือเป็นงานที่เราไม่ชอบไม่ถนัดอ่ะนะ ถึงจะได้งาน มาหาแถวนี้มันใกล้ไปน่ะ คงยาก (._.) ก็ดวงคนตกงาน ขาดรายได้ ต้องใช้เงินเยอะอ่ะ หรือถ้าไม่อยากตกงานก็ต้องฝืนทนทำงานที่ไม่ชอบไม่ถนัด หรือยอมให้เขาเอาเปรียบไปก่อนนั่นแหละถึงจะได้งาน งานยิ่งหายากๆ อยู่ น้องๆ ที่เพิ่งจบปริญญามาใหม่ ปีๆ หนึ่งก็ประมาณสี่แสนคนเข้าไปแล้ว แล้วยังจะมีพวกที่ตกงานเดิมอยู่อีกเท่าไรล่ะ บางครั้งขืนมัวแต่เลือกงานอยู่ก็อาจโดนพวกเฮง หรือเด็กเส้นแต่ไม่ได้เรื่องแย่งงานเอาก็ได้นะ







