
โลก MIRROR MIRROR ของ จอย สมศรินทร์
...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัน
คุณจอย สมศรินทร์ ณ สงขลา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชาวเวอร์คิง แมนูแฟคเจอริ่ง และบริษัท เอสอาร์ แอดวานซ์ อินดัสตรีส์ คุณแม่ลูกสองที่ต้องดูแลทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องงาน แต่เธอก็มีความสุขกับทั้งสองเรื่องได้ เพราะมีเรื่องที่สามเป็นตัวช่วย
คุณจอยผู้สืบทอดกิจการผลิตและจำหน่ายกระจกประเภทกั้นอาบน้ำและกระจกนิรภัยทั้งสองบริษัทของครอบครัว ได้เริ่มศึกษางานจากตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด เรื่อยมาจนได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในปัจจุบัน ช่วงระยะเวลากว่า 10 ปีที่เธอได้ใช้ชีวิตร่วมกับกระจก ทำให้เธอได้เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนที่กระจกได้นำพาเธอไปสัมผัสด้วยตัวเอง ทำให้โลกทัศน์ของเธอกว้างและชัดเจนมากขึ้น เสมือนกระจกใบใหญ่ที่ถูกทำความสะอาดจนใสปิ๊งจนเห็นโลกภายนอกได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
กระจกเป็นตัวเชื่อมให้เธอไปพบกับเรื่องที่สาม นั่นก็คือเรื่องการท่องเที่ยว และเพราะกระจกนี่เองที่ทำให้เธอได้มีโอกาสไปสู่ดินแดนจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และอิตาลี ซึ่งแม้ว่าเหตุผลหลักคือเรื่องงาน แต่เรื่องเที่ยวก็เป็นเรื่องรองที่มีความสำคัญพอๆ กันสำหรับเธอ
การท่องเที่ยวดูงานกระจกในประเทศต่างๆ มันทำให้เธอเห็นความแตกต่างของแต่ละประเทศอย่างชัดเจน เพราะวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของผู้คนจะปรากฏชัดออกมาผ่านเจ้าแผ่นใสๆ นี้
“
กระจกในแต่ละสถานที่มันไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนท้องถิ่นและมันจะสะท้อนวัฒนธรรมของประเทศนั้นออกมา อย่างกระจกที่อิตาลี เขาชอบเพนต์ลายในกระจก แม้แต่ชิ้นเล็กๆ เขาก็ประดับลวดลายสวยงาม มันบอกได้เลยว่าอิตาลีเป็นเมืองแห่งศิลปะ มีความประณีตด้านงานศิลป์มาก แค่กระจกชิ้นเดียวก็เห็นวัฒนธรรมของเขาแล้ว”และด้วยความชื่นชอบส่วนตัวในเรื่องสถาปัตยกรรมทำให้เธอมีความฝันจะไปเที่ยวที่ประเทศกรีซสักครั้ง และตอนนี้เธอได้ไปสัมผัสมาเองแล้ว (แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะงาน)
“พี่ประทับใจกับวัฒนธรรมและอารยธรรมของกรีกมาก อย่างพระวิหารพาเทนอนมันทำให้เรารู้สึกว่าคนสมัยก่อนเก่งจริงๆ คือเหมือนเขาจะแสดงศักยภาพของเขาผ่านสถาปัตยกรรม ผู้คนที่นั่นก็ Nice น่ารักมาก พูดกันไม่รู้เรื่องแต่ก็ยิ้มให้กัน”และตอนนี้คุณจอยก็เริ่มมีความฝันอยากไปในสถานที่แห่งใหม่อีกครั้ง ที่นั่นคือ เมืองพาธากอเนีย (Patagonia) ทางใต้ของอาร์เจนตินา ความฝันนี้เกิดขึ้นเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เธอหลงใหลกับภาพธรรมชาติที่ยังสวยงามจึงอยากไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่ามันจะสวยจริงเหมือนในเทพนิยายที่คิดไว้หรือเปล่า แต่การเดินทางครั้งนี้คงต้องรอไปสักระยะ (ยาว) เพราะต้องรอให้ลูกชายทั้งสองของเธอโตพอเสียก่อน และมันคงจะยิ่งสวยงามขึ้นถ้าได้เดินทางไปพร้อมๆ กับลูกๆ
“
สถานที่ที่พี่ชอบไปตอนนี้คือที่ที่ลูกพี่ชอบไป ลูกๆ พี่ชอบไปทะเล เขาจะชอบเล่นทรายเล่นน้ำกัน พี่จะแยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวอย่างชัดเจน เมื่อเลิกงานตอนเย็นหรือเสาร์อาทิตย์ พี่จะให้เวลากับตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ ลูกๆ อยากไปไหนทำอะไรพี่ให้ได้หมด”ส่วนกระจกในประเทศไทยขณะนี้ มันสะท้อนอะไรออกมาบ้าง คุณจอยอธิบายภาพที่เห็นอย่างน่าคิดว่า
“มันเกิดจากความเห็นแก่ตัว ความอยากได้มากกว่าการเสียสละ พอเอาความเห็นแก่ตัวของแต่ละคนมารวมกันมันก็กลายเป็นแบบนี้” และสิ่งที่คุณจอยถือเป็นคติและถือเป็นหลักในชีวิตอยู่เสมอคือ ความซื่อสัตย์และเสียสละ คุณจอยเชื่ออยู่เสมอว่า “ถ้าเราเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และเสียสละแก่ครอบครัวและที่ทำงาน พระเจ้าจะดูแลเรา” ถึงแม้ว่าจะเป็นความเชื่อทางศาสนาแต่คุณจอยก็เชื่อว่าทุกศาสนาสอนเช่นนี้เหมือนกันหมดขอส่งท้ายด้วยคำคมจากรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทกระจกที่เรียนผ่านมันมาเป็น 10 ปี
“กระจกที่ดูเหมือนเปราะบาง แต่ที่จริงแล้วมันไม่ได้บอบบางเหมือนที่เรารู้สึก แถมมันยังสะท้อนโลกให้เราได้เรียนรู้ ทำให้เราได้มองโลกและมองชีวิตอย่างเข้าใจ”กระจกจะไม่มีวันแตกถ้าไม่มีใครไปทำลายมัน







