
วันนั้น วันนี้ และวันต่อไป ของผู้ชายชื่อ อีทึก
ถือเป็นการปลดประจำการทหารแบบเงียบๆ ตามความต้องการของลีดเดอร์ “อีทึก” แห่งวงซูเปอร์จูเนียร์
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
ถือเป็นการปลดประจำการทหารแบบเงียบๆ ตามความต้องการของลีดเดอร์ “อีทึก” แห่งวงซูเปอร์จูเนียร์ ที่เขาเพิ่งปลดประจำการทหารไปเมื่อ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยการปลดประจำการครั้งนี้ไม่มีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าว และการขอร้องไม่ให้บรรดาเอลฟ์ (ชื่อเรียกแฟนคลับ) จัดงานต้อนรับแบบอึกทึกครึกโครมให้ต้องเป็นข่าวแต่อย่างใด
เอ้า ในเมื่อเจ้าตัวเขาปลดประจำการโดยไม่อยากให้บรรดาเอลฟ์แห่แหนต้อนรับ เอลฟ์ทั้งหลายก็ไม่น้อยอกน้อยใจแต่อย่างใด เพราะงานนี้เขากับเพื่อนๆ ในวงได้เตรียมของดีของเด็ดมาฝากแฟนๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคืออัลบั้มคัมแบ็กของซูเปอร์จูเนียร์ ที่มาพร้อมกับการเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตซูเปอร์ จูเนียร์ ซูเปอร์ โชว์ 6 ซึ่งเหล่าเอลฟ์ ณ กรุงโซล จะได้ตื่นตาตื่นใจแบบใกล้ชิดติดขอบเวทีก่อนใครเพื่อน ในวันที่ 2021 ก.ย. ที่ใกล้จะถึงนี้ (โอย แค่นี้เอลฟ์ไทยก็แทบจะกรี๊ดใส่อยู่แล้ว)
แต่ไม่ต้องห่วงจ้า หลังจากซูเปอร์จูเนียร์เวิลด์ทัวร์ ณ กรุงโซล เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น ต่อเนื่องที่จีน และมาสร้างความสุขให้เอลฟ์ชาวไทยที่ประเทศไทยของเรานั่นเอง (กรี๊ดๆๆๆๆ)
วกกลับมาที่เรื่องราวของอีทึกต่อ กับสองปีที่อีทึกเข้าไปรับใช้ชาติอยู่ในกรมทหาร ถือเป็นสองปีที่มีเรื่องราวอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องราวของคุณพ่อ คุณปู่ และคุณย่าของเขาเสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่ากันว่าเขาต้องแบกรับกระแสข่าวที่ว่าบุคคลอันเป็นที่รักของเขาทั้งสามคนนี้ไม่ได้เสียชีวิตด้วยการประสบอุบัติเหตุ แต่เสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่น ซึ่งนี่ถือเป็นการตั้งข้อสงสัยที่ทำให้จิตใจของเขาเจ็บปวดมากกว่าที่เป็นอยู่
แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อเขาได้รับกำลังใจสำคัญจากบรรดาเอลฟ์ที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก เพื่อนๆ ในวงซูเปอร์จูเนียร์ รวมทั้งเพื่อนร่วมวงการที่ต่างแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง (นี่ถือได้ว่าเป็นพลังใจสำคัญที่ทำให้เขายืนหยัดได้มาจนถึงทุกวันนี้)
แต่เรื่องราวของเขายังไม่หมดเพียงแค่นี้ พี่สาวของเขา พัคอินยอง ก็ได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่แพ้กัน ยิ่งเมื่อผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ นี้มาได้แล้ว ยังต้องมาเจอธนูดอกที่สอง นั่นคือการโดนชาวเน็ตโจมตีที่หาว่าการที่เธอเข้าไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือเซวอลล่มเมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นการฉวยโอกาสใช้ความเป็นอาสาสมัครนี้ช่วงชิงความรักจากประชาชนไปเต็มๆ ซึ่งชาวเน็ตผู้มองโลกในแง่ร้ายต่างแปลเจตนาอันดีของพี่สาวของอีทึกไปในแง่อื่นได้อย่างร้ายกาจ แต่อย่างไรก็ตามกำลังใจสำคัญของอีทึกที่ส่งกลับไปยังพี่สาว ก็ทำให้พี่สาวของเขาผ่านพ้นคำครหานินทานั้นมาได้จนถึงทุกวันนี้
เอาเป็นว่าก้าวเดินในวันนั้น แม้จะผ่านเรื่องร้ายๆ มาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็แอบมีเรื่องดีๆ ที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจอยู่มิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับรางวัล Popularity Award จากงานประกาศรางวัล 2012 MBC Entertainment Awards ด้วยเหตุผลที่เขาได้ใจคนดูจากการเป็นสามีในจอของคังโซรา ในรายการ We Got Married (ยิ่งตอนเข้ากรมนะ แอบหยอดคำหวานว่าคิดถึงคังโซราอย่างนั้นอย่างนี้ มิน่าล่ะ บรรดาเอลฟ์ถึงเทคะแนนการจิ้นจนได้ใจ จนได้รับรางวัลนี้ไปแบบไร้คู่แข่ง)
นอกจากนี้ ภาพของการเป็นทหารหัวเกรียนของเขาก็ว่อนไปทั่วทุกสื่อ ที่ว่ากันว่ายิ่งหัวเกรียน ยิ่งดูหล่อเข้มเต็มร้อย จนทำให้ชาวเน็ตต่างโหวตให้เขาเป็นชายหนุ่มหัวเกรียนในขณะที่รับใช้ชาติที่หล่อที่สุดเป็นอันดับ 1
เรื่องดีๆ ยังไม่หมดเพียงแค่นี้จ้า ในขณะที่อีทึกเข้าไปรับใช้ชาติในกรมทหาร บรรดาเอลฟ์ต่างก็ไม่ลืมที่จะฉลองวันเกิดให้เขา แถมยังสร้างกระแสด้วยการเข้ามาอวยพรวันเกิดให้แก่เขาทางทวิตเตอร์ และสร้างแฮชแท็ก #HappyTheBestLeaderSJDay จนขึ้นเป็นอันดับหนึ่งทั่วโลกยาวนานถึงสามชั่วโมง
เห็นไหม ในความร้ายๆ ของชีวิต ก็ยังมีความดีแอบซ่อนอยู่ ขอเพียงเรามองเห็น และนำมาเป็นความสุขของหัวใจ เพื่อทำให้ชีวิตก้าวเดินผ่านเรื่องร้ายๆ ไปได้ ชีวิตของเราก็มีความสุข และมีพลังในการทำอะไรต่อมิอะไร โดยไม่ต้องจมปลักกับความเศร้าเสียใจไปตลอดชีวิต เหมือนอย่างที่อีทึกทำให้เราเห็นแล้วในวันนี้







