
เรื่องของคนกินผัก
ช่วงนี้ไม่ได้ถือศีล แต่หันมากินผัก วันๆ ก็นั่งแสวงหาเมนูใหม่ๆ ไม่ให้ตัวเองเบื่อและกินอะไรซ้ำๆ
โดย...ศิศิรากร อัครัช
ช่วงนี้ไม่ได้ถือศีล แต่หันมากินผัก วันๆ ก็นั่งแสวงหาเมนูใหม่ๆ ไม่ให้ตัวเองเบื่อและกินอะไรซ้ำๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดีจึงต้องสรรหานานาสารพัดเมนู เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละสัปดาห์
หูกระดิกเมื่อได้ยินว่า มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กำลังจะจัดงาน “โครงการหลวง 45” (Royal Project 45) หนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งครบรอบปีที่ 45 ระหว่างวันที่ 8-17 ส.ค.นี้ แถมมีพืชผักมาออกร้านมากมาย วุ้ย... อย่างนี้ก็ตั้งตารอคอยกันเลยทีเดียว
ไฮไลต์ส่วน “ผัก” ในปีที่ 45 ของโครงการหลวง ประกอบด้วยของน่ากินๆ ทั้งนั้น อย่าง ผักไมโครกรีน มันเทศญี่ปุ่น แล้วก็หัวไช้เท้าญี่ปุ่น
ผักไมโครกรีนส์ (Microgreens) เช่น โอ๊กลีฟเขียว โอ๊กลีฟแดง คอสสลัด และผักโขมแดง เชฟบางคนนิยมใช้ตกแต่งจานอาหารให้ดูจุ๋มจิ๋มน่ารัก ผักพวกนี้อยู่ในรูปของต้นกล้าขนาดเล็ก ที่เพาะจากเมล็ดและเจริญเติบโตจนมีใบจริง 2-3 ใบ ขนาดความสูงของต้นกล้าประมาณ 13 นิ้ว ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช
ผักจิ๋วไมโครกรีนนี้ ย่อส่วนลงมาอีกสเต็ป จากผักเล็กๆ ก่อนหน้านี้ อย่าง เบบี้กรีน (Baby Greens) ลักษณะคล้ายผักสเปราต์ส (Sprouts) หรือพวกตระกูลงอกๆ ทั้งหลาย แต่สเปราต์ปลูกด้วยการนำเมล็ดไปแช่น้ำ แต่ไม่โครกรีนส์ปลูกลงในดิน และเก็บผลผลิตได้ช้ากว่า ผักไมโครกรีนส์ (เก็บเกี่ยวได้ภายใน 1014 วัน) สามารถเพาะพันธุ์ได้หลากหลายประเภท ทั้งผักรสหวาน รสฝาด รสเผ็ดซ่า รวมทั้งมีผักหลากหลายสีให้เลือก
เจ้าผักไมโครกรีนส์ ปรากฏครั้งแรกในเมนูของเชฟที่ซานฟรานซิสโก ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 พอกลายเป็นฮอตฮิตขึ้นมา เลยเริ่มมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990
ว่ากันว่า เจ้าต้นเล็กๆ นี้ คุณค่าทางอาหารจะสูงกว่าต้นใหญ่ อุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเค เบต้าเคโรทีน รวมทั้งสารซัลโฟลาแฟน เป็นต้น จากที่บรรดาเชฟร้านอาหารชั้นนำนิยมใช้ตกแต่งจานอาหาร ก็กลายเป็นนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในจานนั้นเสียเลย อย่างเช่น จานสลัด ยำต่างๆ ซุป หรือใส่ในไส้แซนด์วิช
มาถึง มันเทศญี่ปุ่น (Japanese Sweet Potato) ลักษณะผิวสีแดงม่วง เนื้อมีสีเหลืองนวล มีเสี้ยนน้อยกว่ามันเทศทั่วไป มีรสหวาน (ฤดูหนาวจะมีรสชาติดีที่สุด) ก่อนหน้านี้ชาวตะวันตกยังงงๆ และสับสนระหว่างมันเทศญี่ปุ่นกับเผือก เนื่องเพราะมันเทศกับมันฝรั่งนั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ชาวตะวันตกจึงเข้าใจไปว่า นี่คงเป็นเผือก ไม่ใช่มันเป็นแน่แท้ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เริ่มมีเชฟที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ และเลือกเอามันเทศญี่ปุ่นไปปรุงเสิร์ฟใส่จาน เท่านั้นก็กลายเป็นทางเลือกใหม่ทันที โดยเฉพาะคนที่รักสุขภาพ เพราะต่างรู้ว่ามันฝรั่งนั้นกินมากไปก็ไม่ดี
ที่ญี่ปุ่นอาจจะมีเมนูง่ายๆ ในฤดูหนาว อย่างมันเทศญี่ปุ่นย่างหรืออบรับประทานแก้หนาว หรือมันเทศญี่ปุ่นเทมปุระกรอบนอกนุ่มใน แต่บางครั้งก็ใส่ลูกเล่นเพิ่มมูลค่าเข้าไป อย่างราดด้วยโซจู เหล้าซึ่งหมักบ่มมาจากมันเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
มันเทศญี่ปุ่นยังสามารถนำมาทำเป็นของหวานได้ โดยผสมเข้ากับน้ำตาล ครีม และไข่ ก็จะได้เค้กหรือพายอร่อยๆ แบบง่ายๆ สำหรับคนชอบของหวาน
ด้านไอเดียสำหรับเมนูฝั่งยุโรป ง่ายๆ อย่าง นำมาสไลซ์บางๆ แล้วทอดเป็นชิปส์ หรือปรุงเป็นมันเทศญี่ปุ่นกราแต็ง ที่ใส่กรูแยร์ชีสและใบไทม์ลงไปก็อร่อยไม่รู้ลืม สำหรับเมนูไทยๆ ลองนำมาใส่แกงเลียง แกงคั่ว มันเชื่อม มันเทศรังนก และไส้ขนมต่างๆ ก็เข้ากั๊นเข้ากัน
ว่ากันว่า มันเทศญี่ปุ่นอุดมไปด้วยมีคาร์โบไฮเดรต เส้นใย (Fiber) โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ บี 1 บี 2 วิตามินซี ไนอะซิน โฟเลต เบต้าแคโรทีน มีส่วนช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบคุ้มกันของร่างกาย
อีหนึ่งไฮไลต์ หัวไช้เท้าญี่ปุ่น (Japanese Radish) ที่เราแสนจะคุ้นเคยในร้านอาหารญี่ปุ่น โดยชาวอาทิตย์อุทัยจะเรียกว่า ไดคอน (Daikon) สามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบและปรุงสุก ด้านปลายจะมีรสเผ็ดกว่า เมื่อนำมาปรุงอาหารรสชาติจะหวานธรรมชาติ
หัวไช้เท้าญี่ปุ่นอุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม โฟเลต และแมกนีเซียม ดีต่อกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย ลดความดัน ละลายเสมหะ และถอนพิษ สารสกัดจากหัวไช้เท้าช่วยยับยั้งแบคทีเรีย บรรเทาโรคบิด เลือดกำเดาไหล ปวดศีรษะ หลายๆ คนเห็นมันเป็นเพียงผักประดับจาน คราวนี้ถ้าไปกินอาหารญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ต้องรีบรับประทานกันเข้าไปแล้วล่ะ
เจ้าไดคอนนี้ นิยมใช้ทำเมนูไดกง โอะโรฉิ หรือหัวไช้เท้าฝน เพื่อลดความมัน สำหรับรับประทานร่วมกับอาหารประเภทย่างและเทมปุระ หรือใส่ในอาหารประเภทต้มก็ช่วยให้น้ำซุปหวานหอม
ชวนช็อปของดีอร่อย ในงาน ‘โครงการหลวง 45’
มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชวนเที่ยวงาน “โครงการหลวง 45” (Royal Project 45) หนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งครบรอบปีที่ 45 พบสินค้าแนะนำ ได้แก่ ผักไมโครกรีนส์ มันเทศญี่ปุ่น หัวไช้เท้าญี่ปุ่น พลับ ภายในงานจะได้ชมความงดงามของกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส และปทุมมาลูกผสม ซุ้มผักไมโครกรีน เลือกซื้อสินค้าคัดพิเศษ อาทิ ผักรักษ์สุขภาพ กล้วยไม้สดที่ตลาดกล้วยไม้ ลูกพลับพันธุ์ต่างประเทศ เนื้อไก่ฝรั่งเศส สมุนไพรอบแห้ง ชาหมักบำรุงสมอง และสินค้ามากมายจากโครงการหลวงทุกโครงการ ระหว่างวันศุกร์ที่ 8 ถึงวันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค.นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ในงานยังมีร้านจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์ ซึ่งนำผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ของแต่ละโครงการมาจัดจำหน่าย ได้แก่ ร้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ร้านจิตรลดา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ร้านมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ร้าน ดร.น้ำใจ ร้านศิลปาชีพ 904 ร้านภูฟ้า มูลนิธิสายใจไทย สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการจัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตผลโครงการหลวงแนวใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยมอีกด้วย







