
จะพึ่งยาหรือธรรมชาติ
มนุษย์เราต่างหาวิธีทำให้ตัวเองดูดี แข็งแรง อายุยืนยาว ผู้คนต่างค้นพบวิธีที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นวิธีลัดที่ให้ผลรวดเร็วด้วยการใช้ยาบ้าง
โดย...ปู โลกเบี้ยว
มนุษย์เราต่างหาวิธีทำให้ตัวเองดูดี แข็งแรง อายุยืนยาว ผู้คนต่างค้นพบวิธีที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นวิธีลัดที่ให้ผลรวดเร็วด้วยการใช้ยาบ้าง อาหารเสริมบ้างล่ะ แต่ผลของมันก็อาจจะอยู่กับเราไม่นาน ต้องคอยเติมคอยตามกันอยู่ตลอดงี้ หรือบางกลุ่มก็จะอดทนใช้วิธีธรรมชาติบำบัด ซึ่งมันอาจได้ผลค่อนข้างช้า แต่เมื่อได้ผลแล้วมันมักจะอยู่นาน
ปูเห็นข่าวผู้เฒ่าผู้แก่ที่อายุยืนส่วนใหญ่ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ใจและอาหารการกินคือ เป็นคนเข้มแข็ง แข็งแรงอยู่แล้ว และยังดูแลอาหารการกินของตัวเองอีก กินแบบธรรมชาติๆ ไม่มากไม่เยอะ ที่เห็นๆ ก็พวกพืชผักที่ปลูกเองไร้สารเคมี กินผลไม้ตามมีตามเกิด ส่วนใหญ่ก็เป็นกล้วยง่ะง่ายๆ มีทุกฤดู เขาว่าคนเราเนี่ยถ้าได้กินอาหารธรรมชาติให้ได้สักครึ่งหนึ่งของมื้ออาหารนะ โรคภัยก็เข้ามาวุ่นวายกับเราน้อยลง ร่างกายก็จะแข็งแรงทนทานอยู่ได้นานกว่าคนอื่นแล้วล่ะ \(^o^)/ แต่ก็เนอะ ไอ้คนพูดก็พูดได้ ไอ้เราจะทำสิมันไม่ง่ายเลย เพราะสังคมสมัยนี้ยิ่งเป็นคนเมืองด้วยแล้ว จะไปหาผักหาหญ้าที่ไหนกินกันล่ะ ที่ซื้อๆ มาเขาก็ใช้ปุ๋ยเคมีกันทั้งนั้นแหละ จะธรรมชาติบำบัดกะเขาซะหน่อยก็คงไม่ได้หรอก 100% อ่ะ แต่ก็ควรจะทำสักหน่อยนะ ปูอ่ะปฏิบัติเท่าที่เราจะสามารถทำได้ เช่น กินกล้วยก่อนอาหารสักลูก กินน้ำสุกเข้าไปให้มากเท่าที่เราทำได้ แค่นี้ก็ทำให้เราถ่ายท้องได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเบ่งให้หน้าแก่แล้วล่ะจร้าาาา ( ๑ ํ _ ํ๑) เส้นผมก็ใช้น้ำมันมะพร้าวหมัก อย่างน้อยก็มีผมหงอกน้อยกว่าเพื่อนๆ และไม่ต้องคอยโกรกผมทุกเดือนอ่ะ แถมยังสามารถเอาน้ำมันมะพร้าวมาล้างเครื่องสำอาง และบำรุงหน้าได้อีกด้วย เพราะมันมีวิตมิน E สูง หน้าจะได้เหี่ยวช้าไม่ต้องไปพึ่งโบทอกซ์ให้เสียเงิน มันอาจจะได้ผลค่อนข้างช้าสักหน่อย แต่ปูหวังผลนานๆ ในอนาคตไง...(*_~).o0
คราวที่แล้วพูดถึงเรื่องของเซลล์ซ่อมเซลล์เอาไว้ยังไม่จบ ยังมีเรื่องเมาท์ให้อ่านอีกมากมายเลยอ่ะดิ คุณบุ๋ม รัญญา เพื่อนปูพาคุณแม่ไปรักษาโรคเบาหวานด้วยการใช้วิธีเอาเซลล์จากวัวมาซ่อมเซลล์ที่บกพร่องของเรา แล้วได้ผลอย่างเห็นได้ชัดว่าน้ำตาลลง ส่วนตัวคุณบุ๋ม แกกินวิตามินมวลรวม แล้วทำให้ฝ้าบนใบหน้าจางลง ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อนะ ใจยังนึกว่า “ขี้โม้ คิดไปเองรึป่าวว้าาา” แต่แล้วก็ทำให้ปูต้องเอาเจ้าน้องชายตัวแสบไปรักษาโรคตับแข็งและไตที่บกพร่องแล้วทำให้โปรตีนในร่างกายต่ำ ขาเข่าบวม เดินลำบาก เกล็ดเลือดที่ต่ำมากๆ ไปทดลองรักษาแบบเซลล์ซ่อมเซลล์ดู เพราะเขาบอกว่า “เป็นทางเลือกของผู้ป่วยที่สิ้นหวัง หรืออยากตายอย่างสงบ” อาจารย์พรรณทิพาแห่งศูนย์ชีวโมเลกุลให้ลองซ่อมด้วยเซลล์ตับและไตของวัว รับประทานไปได้ 1 สัปดาห์ พอไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกทีปรากฏว่าค่าของตับและไตดีขึ้นนิดหน่อย
น่านนนไง! (^^; ความหวังมาแล้ว แถมเกล็ดเลือดที่ต่ำจากหกหมื่นกลายเป็นแสนแปดอ่ะ เฮ้ย! มันยังไง ปูเลยลองเอาตัวเองและแม่ไปทดลองดูบ้าง ตอนนี้รับเซลล์มวลรวม คือเป็นการสกัดจากอวัยวะทุกส่วนของวัว ก็เหมือนวิตามินรวมนั้นแหละ มาลองทานดู พ่วงเซลล์จากสมองวัวด้วย เพราะปูใช้สมองในการคิดคำนวณวิเคราะห์ดวงชะตาผู้คนเยอะ ก็ไม่รู้สินะ ว่าอุปทานไปรึป่าว? ความรู้สึกที่เห็นหน้าตัวเองในกระจกว่ามันเนียนขึ้น หนังหน้าดีขึ้น แล้วระยะนี้ความจำดี คำนวณตัวเลขได้เร็ว ส่วนคุณแม่ของปูเดี๋ยวนี้จะลุกจะนั่งเร็วขึ้น เดินได้เร็วไม่ค่อยบ่นปวดเมื่อย (ก็ยังปวดอยู่นะ ไม่ใช่หายเลยงี้) คือบ่นปวดน้อยลง กินไปประมาณเดือนหนึ่ง ไปตรวจที่โรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า “คุณป้าครับ คุณป้าแข็งแรงมากเลยครับ ตับดี ไตดี เบาหวานไม่มี ไขมันดีไขมันเลวคงที่ครับ” อีก 6 เดือนค่อยมาเช็กกับหมอใหม่นะ เฮ้ย !...\ (^o^) /
จริงดิ??...ปกติ 23 เดือนหมอเรียกแล้ว แต่การที่เรารักษาด้วยทางลัดแบบนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างงี้อีกนานแค่ไหน ถ้าใจเราไม่สู้ ไม่ออกกำลังกาย เอาแต่นั่งๆ นอนๆ ไม่กินอาหารธรรมชาติ กินแต่อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารขยะ หวังพึ่งแต่ยาอย่างเดียว...( ._.;) ชีวิตก็คงไม่รอดเหมือนกันนะ







