
การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่ภาระ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือพ่อเลี้ยงเดี่ยวนั้นดูเป็นสิ่งที่ใครๆ หลายคนต่างหวาดกลัว เพราะอย่าว่าแต่จะเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวเลย เด็กรุ่นใหม่แค่คิดจะมีลูกสักคน ต่อให้มีสามีหรือภรรยาของตัวเองอยู่ช่วยเลี้ยงก็ยังไม่ค่อยอยากจะมีกันเลย
แต่วันนี้หนูดีมีโอกาสได้พูดคุยกับแม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่งที่ไม่เพียงแค่เลี้ยงลูกชายสามคนให้โตมาเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มภาคภูมิ มีสง่าราศี ยังไม่พอค่ะ วันนี้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านนี้ยังรับอุปการะลูกสาวคนใหม่ที่มีอายุเพียงสองขวบเจ็ดเดือน ณ วันที่ท่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่
เดากันออกนิดๆ แล้วใช่ไหมคะว่า ผู้หญิงแกร่งคนนี้ คือ คุณแม่งามทิพย์ ฉัตรบริรักษ์ คุณแม่ของคุณบอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ นั่นเอง ที่มีลูกชายสามคนโตๆ แล้ว เรียนจบ เรียนเก่ง รับผิดชอบการงานดี
หลายๆ คนคงทราบว่า บ้านของคุณบอย คุณหน่อง และคุณภัทร รวมถึงวันนี้มีสมาชิกใหม่สาวน้อยเป็นน้องโหม่ย วันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ นั้น มีแม่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่คนส่วนมากอาจไม่ทราบว่า ทำไม? เกิดอะไรขึ้น?
ซึ่งตรงนี้ คุณแม่เล่าว่า ในช่วงที่ลูกๆ เรียนอยู่มัธยมและรอยต่อมหาวิทยาลัย ตรวจพบว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งตับและเข้ารับการรักษาอยู่ช่วงหนึ่งก่อนที่คุณพ่อจะจากไปด้วยเวลาที่ไม่นานเท่าไหร่เลย ในเวลานั้นเป็นเวลาที่คุณบอยกำลังเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยและเป็นช่วงสอบพอดี คุณแม่เองก็เลยต้องใช้การบริหารข้อมูลอย่างมาก เพื่อไม่ให้ใจของลูกต้องเสียจนส่งผลกระทบถึงการสอบ เลยจะไม่ได้ให้ลูกเข้าร่วมพบคุณหมอด้วย แต่คุณแม่จะรับข้อมูล ค่อยๆ กรองและค่อยบอกลูก อาจปล่อยข้อมูลทีละยี่สิบ สามสิบ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ลูกค่อยๆ ทำใจ
ส่วนตัวคุณแม่เอง ทำใจเข้มแข็งตลอดค่ะ ไม่เคยอ่อนแอให้ลูกเห็นและเก็บน้ำตาไว้กับตัวเอง จนนาทีที่มั่นใจว่าคุณพ่อเสียและไม่มีวันกลับมาแล้ว ก็ยังคงเข้มแข็ง เพราะบอกว่าเราต้องโฟกัสที่ลูก ทำให้ลูกรอดไปให้ได้โดยใจไม่เสีย ไม่ทำตัวให้น่าสงสาร และคิดเสมอว่า ต้องไปต่อได้ ครอบครัวต้องรอดไปได้
ถามว่ามีโมเมนต์ที่เหงา ที่สงสารตัวเอง ที่ทรุด หรือที่ไปไม่ไหวบ้างไหม คุณแม่ตอบว่าก็มีเหมือนกัน แต่ไม่บ่อยเลย เพราะรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์อะไร แต่ส่วนที่ไม่มีเลยคือความเหงาค่ะ เพราะการมีลูกชายที่ต้องเลี้ยงดูถึงสามคนนั้น ทำให้เวลาผ่านไปอย่างมีความหมายและรวดเร็วจนไม่ได้รู้สึกเลยว่าชีวิตมีช่องว่าง และที่สำคัญก็คือการพูดคุยกันระหว่างแม่และลูกชายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีการเก็บงำอะไรไว้ ไม่ได้รู้สึกต้องมาเก็บกดอะไร แต่สามารถบอกกันตรงๆ ได้และมีปัญหาอะไรก็ช่วยกันแก้ไข
หนูดีชอบที่คุณแม่คุยกับลูกชายตรงๆ ทันทีที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวว่า ลูกต้องไม่กลายเป็นเด็กมีปัญหาหรือสร้างปัญหาเพิ่มให้แม่ เพราะแค่ต้องดูแลลูกคนเดียวก็เหนื่อยหนักอยู่แล้ว แต่ถ้าลูกมาสร้างปัญหาเพิ่มแม่จะยิ่งไม่ไหวแน่ๆ ดังนั้น กับคุณบอยที่เป็นลูกชายคนโต แม่ยังบอกว่า ลูกต้องเป็นตัวอย่าง และถ้าลูกเป็นตัวอย่างที่ดี แม่จะทำงานของแม่ง่ายขึ้นมาก เพราะน้องๆ สองคนจะทำตามไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งตรงนี้ความน่ารักของลูกชายคนโตก็คือ ทันทีที่ต้องเรียนต่อเอนทรานซ์ ลูกก็เดินมาถามแม่ว่า “แม่จะให้เรียนอะไร”?
ตรงนี้คุณแม่งงมากว่า แม่มีสิทธิเลือกด้วยเหรอ
แต่ในที่สุด คุณแม่ก็ดีใจและแนะนำให้ลูกเรียนเภสัช เปิดร้านยา และรีบแต่งงานมีลูก โดยแม่บอกว่า แม่จะเลี้ยงลูกให้เอง
น่ารักมากนะคะ เพราะในที่สุด ด้วยความรักเด็กและการปลูกฝังแบบนี้ คงเป็นเหตุตั้งต้นให้ลูกๆ ทั้งสามรักเด็ก จนนำพาไปสู่การรับอุปการะน้องวันใหม่ หรือน้องโหม่ย ขวัญใจของคนไทยจำนวนมาก รวมทั้งหนูดีด้วย ที่หลงรักน้องวันใหม่สุดๆ
เมื่อถามคุณแม่ว่า แล้วรู้สึกไหมคะว่า การเลี้ยงลูกเป็นภาระ เพราะมีลูกวันนี้ นับรวมแล้วก็สี่คนพอดีๆ ในขณะที่คนรุ่นหนูดีหลายคนจะมีลูกสักคนยังไม่กล้าเลย
คุณแม่บอกว่า ไม่เคยคิดเลยค่ะว่า การเลี้ยงลูกเป็นภาระ เพราะแม่มองว่า มันเป็นความสุข เป็นสิ่งที่ชอบทำ และชีวิตที่ได้เลี้ยงเด็กเป็นชีวิตที่ดีมากๆ ด้วยเหตุผลน่ารักที่ทำให้หนูดีขนลุกว่า “เพราะการที่เรามีลูก มันหมายความว่า เราได้มีคนคน หนึ่งเป็นของตัวเราเองอย่างแท้จริงแล้ว ในวันที่มีสามียังไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นของเราอย่างแท้จริง แต่วันที่มีลูกนั้น คือ เรามีอีกคนเป็นของเราแท้ๆ แล้ว”
ส่วนการเลี้ยงลูกในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้น คุณแม่งามทิพย์ฝากไว้ว่า อันดับแรก ให้ความอบอุ่นให้เต็มที่ ทำกิจกรรมด้วยกัน พูดคุยกันอย่างเปิดอกเสมอ แต่ในขณะเดียวกันต้องให้มีระเบียบวินัย พูดว่าไม่ได้ต้องไม่ได้ ต้องเข้าใจกฎและทำตามได้
หนูดีฟังแล้ว ประทับใจในคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านนี้มากๆ แต่ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านอื่นๆ ที่ทำหน้าที่อย่างน่าทึ่งในโลกใบนี้ค่ะ
หากใครที่อยากได้ฟังคุณแม่พูดด้วยตัวเอง รวมถึงได้พบกับน้องวันใหม่และคุณบอย ปกรณ์ รวมถึงพบกับหนูดีในฐานะพิธีกรสัมภาษณ์มาพบกันได้นะคะ 12 ส.ค.นี้ วันแม่ของเรา ที่ เมกาบางนา ช่วงบ่าย
ส่วนการสัมภาษณ์ประเด็นนี้ รอฟังสดๆ ได้เลยค่ะ ในรายการ “พริ้ง” วันที่ 11 ส.ค.นี้ ช่อง 3 Family เวลา 09.30-10.00 น. ค่ะ แล้วพบกันนะคะ







