
ทลาย 6 กรอบ ปลุกพลังสร้างสรรค์ในตัวคุณ
โดย...กองทรัพย์/ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...กองทรัพย์/ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
มนุษย์เงินเดือนหลายคนมักบ่นเสมอว่าวิถีและลักษณะงานที่ตัวเองกำลังทำนั้นมีแต่ความซ้ำซาก ไม่มีสิ่งใหม่ อยู่นานไปรังแต่จะทำให้แรงบันดาลใจและไฟการทำงานหดหาย
ในงานเสวนา “คิดนอกกรอบ ทำงานนอกกล่อง” จัดโดยศูนย์พัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ ได้เชิญนักเล่าเรื่อง นักคิด และนักเขียนอย่าง สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือนิ้วกลม มาชวนคิดและตั้งคำถามให้กับคนทำงานว่าสิ่งที่ขวางกั้นความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งนักเขียนหนุ่มได้ยกตัวอย่างกรอบที่จำกัดจินตนาการและความคิดใหม่ๆ ว่ามี 6 กรอบ ดังนี้
1. กรอบของคำว่า ‘ดีแล้ว’
เมื่อเราคิดว่าดีแล้ว การตั้งคำถามเพื่อสิ่งที่ดีกว่าก็ไม่เกิด ซึ่งคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะไม่หยุดที่คำว่า ดีแล้ว แต่คิดว่าต้องดีได้อีก ดังนั้นเราจึงต้องฝึกตั้งคำถามบ่อยๆ ฝึกคิดจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โดยลิสต์ไอเดียที่คิดได้ออกมาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆ ตกผลึกความคิด เลือกข้อดีของแต่ละไอเดียออกมา หากรวมกันเป็นหนึ่งไอเดียได้ เราก็จะได้สิ่งใหม่เกิดขึ้น
2. กรอบของคำว่า แย่ที่สุด/ห่วยสุดๆ
ถ้าคุณเจอหรือต้องทำงานกับคนที่มีความคิดแบบนี้ ให้ถามกลับไปว่า “เหรอ” เพื่อดึงเขากลับมา ให้เขาได้ทบทวนความคิดนั้นใหม่ คนที่คิดแต่เรื่องแย่ๆ หรือคิดลบตลอดเวลาไม่มีทางได้งานที่สร้างสรรค์ บอกเขาไปว่าไม่มีอะไรที่เลวสุดๆ หรือดีสุดๆ เพราะในพื้นที่สีดำ ก็จะมีจุดสีขาวแทรกอยู่เสมอ
3. กรอบของชื่อเรียก
ชื่อเรียกหรือคำนิยามมักจะลวงตาเพราะความเคยชิน โดยเฉพาะกรอบของความรู้และภาษาที่คอยบล็อกความคิดของเราเอาไว้ ดังนั้นหากเราลองเปลี่ยนถ้อยคำ เราก็จะเปลี่ยนจินตนาการได้ ลองคิดคำใหม่ๆ ขึ้นมา หรือลุกขึ้นมาพูดกันด้วยภาษาแปลกๆ ดูสิ บางทีเราอาจจะสนุกมากขึ้นก็ได้
4. กรอบของความคิดตัวเอง
การที่เรารู้สึกว่าเราเก่งแล้วเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ค้อนที่จะใช้ทุบทัศนคตินี้คือการเดินทางเพื่อออกไปเจอะเจอกับคนที่หลากหลาย ยิ่งได้เจอคนที่แตกต่างจากเรามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้สิ่งใหม่ๆ กลับมามากเท่านั้น นอกจากจะรู้สึกว่าตัวเราเล็กลงแล้ว เราจะพบว่ามีคนเก่งๆ ในโลกนี้อีกมากมาย
5. กรอบของความคิดที่ว่า มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย
คำว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย เป็นคำที่ตีกรอบความคิดสร้างสรรค์มากคำหนึ่ง แต่หากเปิดใจกว้างลองจับคู่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน หรือเข้ากันไม่ได้มารวมกันก็จะได้สิ่งใหม่ เริ่มจากการแต่งตัว หรือนำสิ่งของใกล้ตัวมาประยุกต์ เมื่อได้ทดลองแล้วความแปลกใหม่จะบังเกิด
6. กรอบของลูปชีวิตเดิมๆ
เพราะคุ้นเคยกับวิถีชีวิตที่สะดวกสบาย ชอบอยู่ในเซฟโซน นี่เองทำให้เราไม่กล้าลองทำสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด นานวันเข้าจึงรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรใหม่ แท้จริงแล้วโลกไม่เคยซ้ำ เราเองต่างหากที่ทำซ้ำๆ แค่ลองฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัด หรือลองหลงทางบ้าง เรียนภาษาใหม่ๆ เล่นกีฬาที่ไม่เคยเล่น ไปในที่ที่ไม่เคยไป แค่นี้ลูปชีวิตเราก็จะไม่ตกร่อง เต็มไปด้วยสีสัน คิดอะไรก็ไม่ตีบตันอีกต่อไป







