
คลิกเปลี่ยนโลก
สื่อสังคมออนไลน์กำลังกลายเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
สื่อสังคมออนไลน์กำลังกลายเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยข้อพิสูจน์ที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนหลายครั้งหลายครา
ล่าสุดจากข้อความที่นักกีฬาเทควันโดสาวทีมชาติไทยโพสต์ระบายอารมณ์หลังถูกโค้ชสั่งสอนบนโซเชียลมีเดียของตัวเอง ก็กลายเป็นข่าวดังระดับประเทศและสั่นคลอนวงการเทควันโดไทยไปอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลายคลิปที่มีผู้คนถ่ายไว้ได้ในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ และโพสต์สู่เครือข่ายสังคมออนไลน์ กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การติดตามตัวผู้กระทำผิดที่หวังก่อความรุนแรงให้ปรากฏขึ้น
นอกจากจะเป็นพื้นที่บอกเล่า อัพเดทเรื่องราวส่วนตัวให้เพื่อนฝูงได้รับรู้แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอีกแง่หนึ่งเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็เป็นเครื่องมือในการแสดงพลังของผู้คนต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ทรงพลานุภาพยิ่ง
“เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข” หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เคยให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ดอทคอม ถึงพลังของโซเชียลมีเดียในการช่วยตามหาคนหายว่า เหมือนก้อนหิมะที่ถูกซัดมาจากยอดภูเขา “แรกๆ เล็กนิดเดียว พอสะสมจนเป็นก้อนใหญ่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันลงมาตูมเลย”
เขายกตัวอย่างเคสเด็กหายที่ จ.นครราชสีมา ว่า หลังประกาศผ่านเฟซบุ๊ก มีคนแชร์เรื่องดังกล่าวเป็นหมื่นๆ และเพียงแค่ 2 วัน ตำรวจก็โทรมาแจ้งว่าช่วยเหลือเด็กไว้ได้แล้ว
อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ การรณรงค์เรื่องการหยุดจำหน่ายเนื้อปลานกแก้วในห้างสรรพสินค้าของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในเครือข่ายเฟซบุ๊ก เนื่องจากปลานกแก้วเป็นปลาที่คอยรักษาระบบนิเวศของแนวปะการัง การถูกล่านำมาเป็นอาหารย่อมทำให้ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
หลังการโพสต์ข้อความรณรงค์ที่แพร่กระจายบนสังคมออนไลน์ มีผู้สนใจเข้าร่วมแชร์ต่อและกดไลค์เป็นจำนวนมาก และเพียงไม่กี่สัปดาห์ เจ้าของธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างค้าปลีกก็ต่างพร้อมใจกันสนองตอบข้อเรียกร้อง ด้วยการประกาศยุติการจำหน่ายเนื้อปลานกแก้ว พร้อมยืนยันว่าจะไม่นำมาจำหน่ายอีกต่อไป
ใช่หรือไม่ว่าในยุคนี้พลังในการเปลี่ยนแปลงโลกกำลังอยู่ในมือของผู้คนที่ถูกยึดโยงเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายดิจิทัล
การคลิก การแชร์ การนำข้อมูลออกมาเผยแพร่ ช่วยการถกเถียง แสดงความเห็น เรียกร้อง กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยกันจัดระเบียบให้สังคมเข้าร่องเข้ารอยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการเตือนผู้ที่มองเห็นแค่เพียงประโยชน์ของตัวเองได้ตระหนักว่า ยังมีผู้คนในสังคมอีกมากที่กำลังคิดถึงประโยชน์ของสาธารณะ และพร้อมจะต่อต้านหากมีใครคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนหมู่มาก เพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือพวกพ้องเพียงกลุ่มเดียว
อีกด้านสังคมออนไลน์ก็กลายเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงและส่งผ่านความช่วยเหลือจากมือถึงมือของผู้คนที่สามารถทำให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหา สามารถมองเห็นทางออกได้อย่างไม่ยากนัก
การนั่งโพสต์ข้อมูลผ่านหน้าจออาจถูกมองว่าไม่ได้สร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก แต่ในความจริงผู้ที่เห็นปัญหาในสังคมและนำมันมาเผยแพร่อย่างจริงจังเพื่อต้องการให้เกิดการแก้ไขนั้น ก็เรียกได้ว่า ทำบางสิ่งที่สำคัญให้เกิดขึ้นแล้ว
อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการออกมาโชว์หน้าตา ตั้งโต๊ะแถลงออกสื่อ เพราะเพียงการสร้างพลังให้เกิดในสังคมออนไลน์และผลักดันประเด็นเหล่านั้นให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางด้วยความจริงจัง ก็นับว่าเป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นของพลังแห่งการเปลี่ยนโลกแล้ว
อินเทอร์เน็ตอาจเป็นช่องทางที่ดูล่องลอย ล้นทะลักไปด้วยข้อมูลที่ต้องผ่านการกรองแล้วกรองอีก เต็มไปด้วยเรื่องมั่วเรื่องจริง พร้อมกับผู้คนที่มีจุดประสงค์ในการใช้งานแตกต่างสารพัดทั้งดีทั้งร้าย
ทว่า หากเราใช้อินเทอร์เน็ตด้วยจิตสาธารณะที่หวังให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ช่องทางอินเทอร์เน็ตจะเป็นเครื่องมือเปลี่ยนโลกที่สำคัญยิ่ง







