
‘ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร’ ภารกิจปั้นคลื่นลูกใหม่ พลิกภาพกสทช.คร่ำครึ
จากนี้ไป กสทช.จะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เต็มที่ เพื่อพัฒนาคนในอีกเจเนอเรชั่นให้มาสานงานต่อในอนาคต
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ
“จากนี้ไป กสทช.จะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เต็มที่ เพื่อพัฒนาคนในอีกเจเนอเรชั่นให้มาสานงานต่อในอนาคต ล้างภาพองค์กรที่ดูคร่ำครึในสายตาคนรุ่นใหม่ ทั้งที่ในความเป็นจริง การทำงานที่ กสทช.มีความท้าทายสูงมาก เป็นการผสานองค์ความรู้ในหลายมิติเข้าด้วยกัน ไม่ใช่องค์กรที่มีหน้าที่แต่ประมูลคลื่นความถี่เพียงอย่างเดียว”
ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านโทรคมนาคม กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็น “หัวใจ” สำคัญ ที่จะทำให้การทำงานของสำนักงาน กสทช.ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ “เราสร้างองค์กร องค์กรสร้างเรา” โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่รักดีและพร้อมเผชิญกับงานที่ท้าทายทุกรูปแบบ
รองเลขาธิการ กสทช. ขยายภาพของ “ความท้าทาย” จากประสบการณ์ตรงของตัวเอง โดยยกเคสล่าสุด “คุกกี้ รัน” ที่เป็นการใช้องค์ความรู้ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี รวมไปถึงประเด็นด้านการเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครคาดคิดว่าเกมที่เล่นๆ กดๆ กันอย่างสนุกสนานนั้น จะเกี่ยวข้องกับองค์ความรู้หลายด้านเพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหา และเป็นเรื่องที่ต้องเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ถือเป็นความสนุกบนความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานที่นี่
“ทุกวันนี้ คนรู้จัก กสทช.น้อยมาก หรืออาจรู้จักจากกรณีฟุตบอลโลก และทำหน้าที่แค่ประมูลคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัล คลื่นความถี่ 3จี แค่นั้น แต่ความจริง คือ กสทช.มีอะไรมากกว่านั้น คือทำทุกอย่างที่ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ออกประกาศ กำกับดูแลทุกมิติ ทั้งในเชิงกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม และแน่นอนว่าเราต้องการคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาช่วยกัน โดยที่เงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ไม่น้อยหน้าองค์กรอิสระที่อื่น รวมถึงไม่น้อยหน้าบริษัทเอกชนที่เราทำหน้าที่กำกับดูแลเขาด้วย เพื่อป้องกันสมองไหลและบุคลากรโดนดึงตัวไปร่วมงาน” ก่อกิจ กล่าว
ทั้งนี้ กสทช.เน้นการทำงานแบบคลัสเตอร์ และการทำงานในรูปแบบทีมเวิร์ก เฉพาะส่วนที่รองเลขา กสทช.กำกับดูแลมีอยู่ด้วยกัน 16 สำนัก ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรทางโทรคมนาคมในมิติที่ยังไม่เคยไป ผ่าน 3 รูปแบบ คือ Recruit Training และ Retainโดยการสรรหาจะเริ่มจากคนรุ่นใหม่ที่ “รักดี” ซึ่งก่อกิจบอกว่า สำคัญกว่าคนที่เรียนดี เรียนเก่ง เพราะคนเรียนไม่เก่งไม่ได้หมายถึงทำงานไม่ดี หากใจพร้อมที่จะเปิดรับ กสทช.ก็จะฝึกฝน ผ่านการอบรมในหลายรูปแบบ รวมไปถึงการให้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา กสทช.ในอนาคตที่จะเป็นการสานต่อจากรุ่นปัจจุบันไปสู่รุ่นใหม่ เปรียบเหมือนเป็น “กสทช.วิทยา” ที่พร้อมวางคนและปลุกปั้นคนรุ่นใหม่ให้อยู่ไปด้วยกัน
ไม่เพียงแต่ปั้นคนรุ่นใหม่และฝึกอบรมเท่านั้น สิ่งสำคัญของเบื้องหน้าที่ประสบความสำเร็จ คือ เบื้องหลัง ความเป็นทีมเวิร์กที่มีคุณภาพ ซึ่งก่อกิจเชื่อมั่นในการทำงานของทีมภายใต้การดูแลของเขาทั้งหมด 16 สำนัก เพราะทีมงานที่ดีทำให้งานออกมาโดดเด่น ซึ่งทุกวันนี้การที่ฝั่งกำกับหรือการออกประกาศต่างๆ ด้านโทรคมนาคมเป็นไปอย่างรวดเร็วนั้น เพราะได้ทีมทำงานที่ดีและพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าที่หมุนเวียนเปลี่ยนเรื่องให้เข้ามาแก้ไขไม่ซ้ำกัน
ก่อกิจ กล่าวว่า การกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีพลวัตสูงมากของประเทศ และคลื่นความถี่ที่ลอยอยู่ในอากาศมีมูลค่ามากกว่าที่คิด กสทช.ต้องเข้าไปดูตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาและประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ การวางโครงข่ายที่ออกประกาศ เรื่อง ให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (Infrastructure sharing) เพื่อลดการซ้ำซ้อนเรื่องการติดตั้งการกำหนดราคาค่าเชื่อมต่อโครงข่าย ไปจนถึงการกำหนดราคาค่าบริการเพื่อให้เกิดมาตรฐานการแข่งขัน แทบจะเรียกได้ว่าดูตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้เพื่อให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเกิดความเท่าเทียมกันให้มากที่สุด
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะมีความท้าทายมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า หลังจากการสิ้นสุดลงของสัญญาสัมปทานผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพราะทุกอย่างจะต้องกลับสู่ระบบการให้ใบอนุญาต คือ ทุกรายแข่งกันอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร และการแข่งขันจะเข้มข้นมากขึ้นตามแนวโน้มการใช้โทรศัพท์มือถือที่วันข้างหน้า การใช้มือถือ 23 เครื่องจะเป็นเรื่องปกติ และการแข่งขันจะเป็นในรูปแบบตกปลาในบ่อเพื่อน หรือการได้ลูกค้าใหม่ของผู้ประกอบการรายหนึ่ง ย่อมหมายถึงการเสียลูกค้าไปของผู้ประกอบการอีกราย
สำหรับผลงานที่เพิ่งเปิดตัวไปนานนี้ คือ แอพพลิ%CUR%เคชั่น “2 แชะ” ที่ใช้ลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) ทั้งเลขหมายที่ใช้งานอยู่เดิมกว่า 90 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ และเลขหมายโทรศัพท์ใหม่ที่จะซื้อขายจากนี้ โดยผู้ที่ใช้เลขหมายโทรศัพท์พรีเพดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถไปลงทะเบียนได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการทุกเครือข่ายที่ลงทะเบียนกับ กสทช. ซึ่งนอกจากห้างโมเดิรน์เทรดอย่างบิ๊กซี โลตัสแล้ว ยังเตรียมร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยอีก 1,200 สาขา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ กสทช.เตรียมระบบการติดต่อฉุกเฉินผ่านทรังค์ เรดิโอ (Trunk radio) กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ระบบโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตไม่สามารถติดต่อกันได้ จะสามารถใช้การติดต่อนี้ได้ทันที คือ อย่างน้อยที่สุด กสทช.ต้องติดต่อกันเองภายในทีมงาน รวมถึงสำนักงานเขตภูมิภาค 14 เขต เบื้องต้น เพื่อที่จะสามารถรับมือและกระจายความช่วยเหลือไปยังภาคประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเริ่มเห็นภาพของบริการระบบฉุกเฉินนี้ในปี 2558
“ผลงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ คือ ทีมเวิร์กที่มีคุณภาพ ซึ่งทีมเวิร์กเหล่านี้พร้อมที่จะส่งต่อประสบการณ์สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม ผ่านมุมมองของคนรุ่นเดิมผสมกับคนรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนภาพ กสทช. ให้กลายเป็นองค์กรที่ไม่เชยอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ และทำให้รู้ว่าเงินที่ได้มาจากประชาชนนั้นถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าเพียงใด” ก่อกิจ กล่าว







