
ต้องแยกแยะ
โลกใบนี้มันอยู่ยากขึ้นทุกวัน เมื่อเกมอุ่นเครื่องระหว่าง มัคคาบี ไฮฟา และ ลีลล์ มีแฟนบอลซึ่งเชื่อกันว่าเป็นชาวตุรกีได้ชูป้ายข้อความว่า “Free Palestine” พร้อมโบกสะบัดธงชาติปาเลสไตน์ขณะฟุตบอลแข่ง แต่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
โลกใบนี้มันอยู่ยากขึ้นทุกวัน เมื่อเกมอุ่นเครื่องระหว่าง มัคคาบี ไฮฟา และ ลีลล์ มีแฟนบอลซึ่งเชื่อกันว่าเป็นชาวตุรกีได้ชูป้ายข้อความว่า “Free Palestine” พร้อมโบกสะบัดธงชาติปาเลสไตน์ขณะฟุตบอลแข่ง แต่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
ขณะที่บอลโม่แข้งกำลังสนุกจนล่วงเลยไปถึงนาที 86 ทุกฝ่ายถึงกับช็อก เนื่องจากแฟนบอลใจถึงกลุ่มดังกล่าววิ่งลงมาในสนามและเข้าปะทะกับนักเตะของมัคคาบี ไฮฟา ชนิดสาดกันชุลมุน
ตามรายงานระบุว่า นักเตะอิสราเอลบางคนก็ได้ตอบโต้กลับไปเหมือนกัน รวมถึง อเล็กซานดาร์ สตาโนเยวิช โค้ชทีมมัคคาบี ก็ได้ร่วมสาวหมัดกลุ่มผู้ประท้วงไปด้วย แต่ครู่หนึ่งเจ้าหน้าที่ก็วิ่งมาระงับเหตุ และจับแฟนบอลจอมเถื่อนออกจากสนาม โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก ซึ่งกรรมการก็เลือกเป่าจบเกมก่อนเวลาไปเลย ผลลัพธ์คือลีลล์เอาชนะไป 20 ซึ่งเวลานั้นไม่มีใครสนผลการแข่งขันแล้ว
จริงอยู่ ... ถึงผลกระทบจะไม่รุนแรงมาก แต่ผมถือว่านี่เป็นความเลวร้ายที่ยอมรับไม่ได้ หากดูจากเจตนาการที่แฟนบอลกลุ่มหนึ่งวิ่งลงมาทำร้ายนักกีฬาถึงสนามด้วยเหตุผลทางการเมือง
มันควรต้องแยกแยะให้ออกไม่ใช่หรือ กีฬากับการเมืองมันคนละเรื่อง ผมยกตัวอย่างชัดๆ ช่วงสงครามโลกไม่ว่าจะครั้งไหน ต่อให้สู้รบเลือดเข้าตาเพียงใด แต่เมื่อเห็นสัญลักษณ์พยาบาล ทุกฝ่ายต่างพยายามอำนวยความสะดวกให้คนเจ็บ
ทำไมเขาต้องมาช่วยเหลือศัตรู ที่กำลังยิงถล่มหมายเอาชีวิตกันอยู่ทั้งที่ปล่อยให้ตายตามจุดประสงค์ง่ายกว่า มันก็ใช่ ถ้าจะเถียงว่าช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม แต่อีกมุมหนึ่งมันเกิดจากการแยกแยะออกระหว่างคนเจ็บและศัตรู
สิ่งที่กำลังหวั่นคือ ขณะนี้มีการปล่อยให้กลุ่มคนคลั่งการเมือง นำเรื่องบาดหมางเข้ามาปะปนในสนามกีฬา ถ้าไม่รีบแก้ไขดำเนินการ วันหนึ่งอาจบานปลายใหญ่โต







