
เจนนิสา คูนิวินิชกุล ภาคภูมิใจในความเป็นไทย
สำหรับ แจนเจนนิสา คูวินิชกุล ทุกนาทีต้องใช้อย่างคุ้มค่าเสมอ ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งเธอผันตัวเองจากพนักงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
สำหรับ แจน เจนนิสา คูวินิชกุล ทุกนาทีต้องใช้อย่างคุ้มค่าเสมอ ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งเธอผันตัวเองจากพนักงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว เธอจึงไม่ลังเลที่จะปลุกปั้นแบรนด์เครื่องหอมของตัวเองไปคู่ขนานกันทั้ง “แจนนิสา” ซึ่งตีตลาดในต่างประเทศ และ “ปริมมาลัย” ตีตลาดไฮเอนด์บ้านเรา โดยแบรนด์แรกเปิดตัวก่อนประมาณปีครึ่ง
แจนบอกถึงเหตุผลที่เลือกทำ 2 แบรนด์ไปคู่กันว่า เป็นเพราะการรับรู้ต่อแบรนด์ไทยในมุมของชาวต่างชาติยังไม่ดีนัก สินค้าที่ตีตรา Made in England กับ Made in Thailand ยังให้ความรู้สึกต่อลูกค้าต่างกัน ดังนั้นถึงจะคนไทยทำ แต่ถ้า Made in England ลูกค้าต่างชาติก็ให้การยอมรับ
“แจนเริ่มต้นทำแบรนด์นี้ ด้วย 2 เหตุผลใหญ่ คือมาจากความชอบของแจนเอง เพราะเวลาแจนพักจากงานไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ชอบไปสปา เลยเหมือนได้เก็บประสบการณ์เรื่องเครื่องหอมจากที่ต่างๆ มา ประกอบกับคุณพ่อมองว่าธุรกิจอะลูมิเนียมที่บ้านไม่ใช่อุตสาหกรรมหลักที่เป็นจุดขายของประเทศ ดังนั้นถ้าจะทำธุรกิจน่าจะมองว่าธุรกิจที่มีความเป็นไทยจะช่วยเป็นสปริงบอร์ดได้ดีกว่า ซึ่งแบรนด์เครื่องหอมที่ว่าตอบโจทย์ เพราะประเทศไทยมีดอกไม้หอมๆ น่าสนใจเยอะ”
แต่พอทำการสำรวจกลุ่มลูกค้าแล้วถึงรู้ว่าความเป็นไทยจ๋าอาจไม่ตอบโจทย์ตลาดเมืองนอก ถ้าจะไปได้สวยต้องทำสินค้าที่เป็นกลิ่นอายความเป็นไทยพอ จึงเกิดเป็นแบรนด์ “แจนนิสา”
“ตอนนั้นแจนก็เจ็บใจลึกๆ นะ อยากโชว์ความเป็นไทยก็ไม่ได้โชว์ เลยบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ทำแบรนด์ที่เมืองนอกไปก่อน คิดว่าอย่างน้อยเราก็ได้ไปเรียนรู้กระบวนการทำงานของแบรนด์ใหญ่ในธุรกิจจากต่างประเทศ จนพร้อมก็มาคลอดแบรนด์ที่ 2 คราวนี้ใส่ความเป็นไทยเต็มที่สรรหาดอกไม้แปลกๆ ทั้งปีบ จำปา จำปี โมก พุดซ้อน ปาหนัน กระดังงา มาใช้ ซึ่งดอกไม้ไทยนอกจากจะหอมสวยแล้วยังมีคุณสมบัติด้านการบำบัดจริงๆ”
แจน ยอมรับว่า การบริหาร 2 แบรนด์ ในเวลาเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ยากที่สุด คือ พยายามทำให้แบรนด์มีจุดขายไม่แข่งกันเอง เคล็ดลับบริหารแบรนด์ของเธอ คือ ทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะอยากไปช้าๆ อย่างมั่นคง ส่วนความท้าทายที่แจนต้องฝ่าฟันไปให้ได้ คือ ทำอย่างไรให้ “ปริมมาลัย” ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องหอมไฮเอนด์เมดอินไทยแลนด์เป็นที่ยอมรับสำหรับลูกค้าคนไทยและต่างชาติ
“แจนเคยถูกตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ซื้อแบรนด์นอกเข้ามาทำเลยง่ายกว่า แจนตอบเลยว่าไม่ภูมิใจ แจนทำงานไม่เคยกลัวเหนื่อย เพราะตอนแจนเกิดที่บ้านเปิดโรงงานแจนเห็นพ่อทำงานมาตลอด ตอนเด็กชีวิตแจนทุกนาทีถูกใช้อย่างมีค่าคุณ พ่อจะเน้นกิจกรรมให้แจนเรียนทุกอย่างทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น เรียนร้องเพลง ว่ายน้ำ เปียโน บัลเลต์ เทนนิส ต้องจัดสรรเวลาตั้งแต่เด็กกินข้าวบนรถแล้วก็ไปเรียนต่อ”
ด้วยการปลูกฝังนี้เอง ทำให้แจนเชื่อว่าเป็นตัวบ่มเพาะให้เธอเป็นคนทำอะไรรวดเร็ว ไม่อยู่นิ่ง ยกตัวอย่างตอนไปทำงานที่ฮ่องกงเธอไปทำงานด้านเทรดดิ้ง ไม่นานก็หาช่องทางเปิดบริษัทเทรดดิ้งเอง ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จดีและให้บทเรียนสำคัญกับเธอ ทำให้เธอได้ศึกษาจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง รู้ว่าตัวเองขาดทักษะด้านไหน ทุกวันนี้นอกจากบริหารแบรนด์แล้วเธอและน้องสาวยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแอพพลิเคชั่น Grab Taxi อีกด้วย ด้วยภารกิจรัดตัวทำให้เวลาว่างของแจนหายไปโดยปริยาย แต่ถ้ามีเวลาเธอยังคงรักการเดินทางไปศึกษาเทรนด์ด้านเครื่องหอม
สำหรับอนาคตฝันที่ผู้บริหารสาวมากความสามารถวาดไว้ คือ อยากเปิดโรงแรมที่มีสวนดอกไม้เป็นแลนด์มาร์ก แน่นอนว่าธุรกิจนี้เอื้อต่อธุรกิจเดิมของเธอไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องหอมสามารถใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงสวนดอกไม้สามารถปลูกดอกไม้ไทยที่เป็นวัตถุดิบชั้นดีของแบรนด์ได้
ประวัติการศึกษา
ปริญญาตรีสาขาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ภาคภาษาอังกฤษ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (เอ็มบีเอ) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา
ความสามารถพิเศษ : พูดภาษาจีนกลาง กวางตุ้ง และญี่ปุ่น
ประวัติการทำงาน
เธอผ่านงานมาในสายการเงิน การธนาคาร และอุตสาหกรรม มาหลายแห่งทั้ง Glencore (เกลนคอร์) ยักษ์ใหญ่ด้านทรัพยากรธรรมชาติของโลก ทำธุรกิจ ทางน้ำมัน แร่ ดีบุก อะลูมิเนียม ของสวิตเซอร์แลนด์ และยังเคยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในทีมงานของ แมคเคนซีย์ บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลก สาขาฮ่องกง
ของสะสม
รองเท้า แจนบอกว่ามีไม่ต่ำกว่าร้อยคู่ แบรนด์โปรด คือ คริสเตียน เลอบูแตง ปราดา กุชชี่ วายเอสแอล ชาแนล
กระเป๋าแบรนด์เนมมีเกือบร้อยใบ แบรนด์โปรด คือ แอร์เมส ชาแนล ดิออร์ ปราดา กุชชี่







