
ชีวิตต้นไม้ในกทม.และกัวลาลัมเปอร์
ครั้งนี้พอมีเวลาอยู่ในกัวลาลัมเปอร์หลายวัน จึงได้เห็นความแตกต่างของสภาพอากาศระหว่างเมืองหลวง
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
ครั้งนี้พอมีเวลาอยู่ในกัวลาลัมเปอร์หลายวัน จึงได้เห็นความแตกต่างของสภาพอากาศระหว่างเมืองหลวงของสองประเทศมาเล่าสู่กันฟัง ไม่เฉพาะสภาพอากาศเท่านั้นที่แตกต่างกันจนทำให้เกิดความริษยาคุณภาพชีวิตของคนในมาเลเซีย ความเอาจริงเอาจังในการจัดการด้านสวนและงานภูมิทัศน์ ทำให้กล้าพูดได้ว่ากรุงเทพมหานครนั้นเทียบไม่ติด ทั้งในเรื่องคุณภาพอากาศ ความเป็นระเบียบของถนนหนทาง ความร่มรื่นของหนทางสัญจรไม่ว่าในไฮเวย์หรือรนแคมตามถนนทั่วไปในตัวเมือง หน่วยจัดการงานสวนของมาเลเซียรักษาชีวิตต้นไม้ใหญ่ได้ดีจนเราอดทึ่งเสียไม่ได้ เพราะดูเหมือนชีวิตต้นไม้ใหญ่ถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นต้นจามจุรี ต้นประดู่อังสนา ไทรย้อยใบทู่ (Ficus Retusa) ไทรย้อยใบแหลม (F.benjamina) หรือปาล์มสูงใหญ่ ซึ่งเป็นพืชพื้นเมือง เช่น หลาวชะโอน (Oncosperma Tigillarium) หมากแดง (Red palm : Cyrtostachysrenda) หมากนวล (Pinanga spp.) หมากเขียว (Ptychosperma spp.) หมากเหลือง (Chrysalidocarpus Lutescens) หรือแม้แต่ปาล์มพื้นบ้านของมาเลเซีย เช่น เต่าร้าง (Caryota Mitis) และปาล์มขนาดเล็กที่สวยงาม เช่น จั๋ง (Rhapis Excelsa)
หลายคนคงจะแย้งว่าใน กทม.ก็มีต้นไม้ใหญ่อยู่มากไม่แพ้กัวลาลัมเปอร์ ข้อนี้ผู้เขียนไม่เถียง แต่ที่เห็นมานั้นวิธีการปลูกเลี้ยงดูแลรักษาพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ของมาเลเซียนั้น เขาทำอย่างมีหลักการและทำกันอย่างจริงจัง แม้แต่คนงานที่ทำงานตัดหญ้า ฉีดสารเคมีกำจัดวัชพืช เขาทำกันอย่างรัดกุมถูกต้องตามหลักวิชา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ต้นไม้และสวนในนครแห่งนี้จึงดูเขียวชอุ่ม ร่มรื่นไปทั่ว แสงแดดที่สาดส่องลงมาถูกกิ่งก้านพุ่มใบต้นไม้ใหญ่กลั่นกรอง ทำให้ลดความรุนแรงของแสงแดดลงไปได้ ต้นไม้ใหญ่ใน กทม.ถูกตัดโค่นลงเกือบไม่เหลือหรอ ยกเว้นแต่ต้นไม้เก่าแก่ที่มีนักอนุรักษ์สงวนเอาไว้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงพบว่าอุณหภูมิของแสงแดดใน กทม.จึงสูงรุนแรงจนผิวหนังแสบทีเดียว ไม่เชื่อลองเดินผ่านแสงแดดใน กทม.ดูเถอะครับ เคยสอบถามผู้ใหญ่ในกรมทางหลวงดู ปรากฏว่าเป็นผลงานการกุดต้นไม้ใหญ่ตามเขตทางหลวงลงจนหมดกิ่งก้านสาขาเหลือแต่พุ่มกลมไว้ที่ปลายยอดนิดเดียว ท่านให้คำอธิบายว่า ที่ทำอย่างนั้นเพราะเป็นห่วงคนขับรถตามถนนครับ กลัวกิ่งจะหักมาทับคนขับรถ เห็นไหมครับว่าวิสัยทัศน์นั้นยอดขนาดไหน
สารที่ถูกปลดปล่อยออกจากใบไม้
ต้นพืชปลดปล่อยสารต่างๆ ออกมาในอากาศมากมายหลายชนิด ที่สำคัญและผ่านการศึกษามามากน่าจะเป็นไอน้ำ ดังนั้นต้นไม้หรือพืชประเภทอื่นๆ จึงล้วนแต่มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมระดับความชื้นและสภาพอากาศ ปริมาณของไอน้ำในอากาศนั้นถูกเรียกรวมๆ ไปว่าความชุ่มชื้น (Humidity) ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) นั้นหมายถึงปริมาณของน้ำในอากาศ เมื่อเทียบกับปริมาณสูงสุดของอากาศเท่านั้นที่จะรับความชื้นนั้นได้ภายใต้อุณหภูมิเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ความชื้นสัมพัทธ์ 50 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า อากาศมีปริมาณความชื้นอยู่ครึ่งหนึ่งของความสามารถของอากาศที่จะรับไว้ได้ก่อนที่จะอิ่มตัวหรือมาถึงจุดที่กลายเป็นน้ำค้าง (Dew Point) ดังนั้นเมื่อเราขึ้นไปเดินดูป่าเขาเหนือระดับเมืองที่เขตซาบาห์ เราได้เห็นเมฆาที่เกิดจากไอน้ำที่มีความอบอุ่นลอยตัวขึ้นมาจากพื้นที่ป่าระดับต่ำ ระหว่างนั้นมันจะค่อยๆ เย็นตัวลงเรื่อยๆ ตามระดับสูงของพื้นที่ภูเขา จนกระทั่งความชื้นได้บรรยากาศสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ พอถึงจุดอิ่มตัวพลันบังเกิดเป็นกลุ่มเมฆหนาแน่นขึ้น และเมื่อได้ระดับความชื้นนั้นจึงตกลงสู่พื้นดินเบื้องล่างกลายเป็นฝน
สารเคมีระเหยได้ที่ถูกปล่อยออกมาจากใบไม้นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการควบคุมจุลชีพในอากาศและสปอร์ของราเขม่าบางชนิดที่พบในอากาศ ดังนั้นจึงนับว่ามีคุณค่าต่อมนุษย์โดยที่เรามีการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้น้อยมาก
พื้นที่มีคุณค่าในการปรับปรุงสภาพอากาศในเมือง
จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีพืชอยู่มากมายหลายชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถดูดซับแก๊สพิษได้ดี จากการคัดเลือกไม้ประดับยืนต้นจำนวน 10 ชนิดที่อยู่ในระดับแนวหน้ามาเปรียบเทียบกับไม้ประดับที่มีผลน้อยในการดูดซับแก๊สพิษจะได้ถูกนำมาวิจารณ์กันในตอนต่อไป หวังว่าข้อเขียนนี้คงมีสาระและให้แนวคิดสำหรับผู้อ่าน สำหรับจะนำไปปรับใช้
สาเหตุจูงใจอีกประการในการเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะขณะที่เดินทางไป จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือน มิ.ย. ได้เข้าพักในโรงแรมหนึ่งและพบว่าปัจจุบันมีการนำเอาต้นไม้ปลอม (พลาสติก) มาใช้กันอย่างกว้างขวางภายในล็อบบี้ของโรงแรม ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีกับสุขภาพของผู้เข้าพักในโรงแรมแต่อย่างใด ยิ่งกว่านั้นต้นไม้ใบไม้ปลอมที่ทำขึ้นจากพลาสติกกลับมีส่วนช่วยเก็บกับฝุ่นละอองเขม่าไอพิษจากเครื่องปรับอากาศ และเป็นที่เกาะอาศัยของจุลชีพทั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอีกด้วย
ไม้ดอกไม้ประดับซึ่งอยู่ในระดับแนวหน้าของความสามารถดูดซับแก๊สพิษในอากาศได้ดีที่สุดมีดังนี้
1.เฟินราชินี เฟินงาม หรือบอสตันเฟิน (Boston Fern : Nephrolepis Exaltata)
2.ปาล์มสิบสองปันนา (Dwarf Date Palm : Phoenix Roebelenii)
3.ปาล์มเต่าร้าง (Caryota Mitis)
4.ปาล์มไผ่ (Bamboo Palm : Chamaedorea spp.)
5.ไทรย้อยใบทู่ (Ficus Retusa, F.microcapa)
6.ไทรย้อยใบแหลม (Weeping Fig: Ficus Benjamina)
7.หมากเหลือง (Yellow Palm : Crysalidocarpus Tulescens)
8.หนวดปลาหมึกชนิดต่างๆ (Octopus Plants : Schefflera spp.)
9.ไทรใบยาว (Ficus macle Landii or Ficus ‘Ali’)
10.หมากเขียว (Ptychosperma Macarthuri)







