
‘พลังสตรีหนองตาเข้ม’ พิสูจน์ให้รู้ ผู้หญิงสามารถ
ปัจจุบันเมื่อเราเอ่ยถึงบุรีรัมย์ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นสโมสรฟุตบอลอันโด่งดัง
โดย...กองทรัพย์
ปัจจุบันเมื่อเราเอ่ยถึงบุรีรัมย์ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นสโมสรฟุตบอลอันโด่งดัง และอีกหลายความศิวิไลซ์ที่กำลังเดินทางไปถึง แต่อีกด้านหนึ่ง ใน อ.นางรอง ลึกเข้าไปมีหมู่บ้านขนาด 170 ครัวเรือนซ่อนตัวอยู่ แม้ไม่ใช่ดินแดนลับแล แต่หมู่บ้านหนองตาเข้มก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางนัก แต่สำหรับเกษตรกรที่ใฝ่ฝันอยากทำการเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ ที่นี่คือศูนย์การเรียนรู้ชั้นดีทีเดียว
หมู่บ้านหนองตาเข้มขับเคลื่อนด้วยพลังหญิง มีผู้นำเป็นหญิง ประชากรหญิงมากกว่าชาย เมื่อพวกเธอตระหนักว่า ผู้หญิงคือกำลังสำคัญของครอบครัว รู้คุณค่าของงานที่ทำ และมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจครัวเรือนให้แข็งแรง จึงเกิดการรวมตัวขึ้นเพื่อทำฟาร์มชุมชน ตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อธุรกิจแก่ผู้หญิง ความแห้งแล้งกลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้ง ผืนดินสวยสดด้วยพืชพันธุ์ฝีมือสตรี
ชำเลือง แป้นรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองตาเข้ม ผู้นำและผู้ผลักดันให้ผู้หญิงลุกมาสร้างประโยชน์ให้ชุมชนเล่าว่า ก่อนหน้านี้ผู้หญิงในชุมชนแทบจะไม่มีบทบาทในครอบครัวมากนัก และมักคิดว่าตัวเองนั้นไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ครอบครัวได้ จึงไม่เกิดความคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือต่อยอดงานด้านการเกษตรอื่นๆ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องทำให้ผู้หญิงเหล่านี้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง เพื่อที่จะให้พวกเขาตื่นตัว และลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด โดยสามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้ในเวลาเดียวกัน
“การรวมตัวกันของกลุ่มพลังสตรีบ้านหนองตาเข้ม เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2552 ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ที่เข้ามาทำความเข้าใจว่าพลังของผู้หญิงสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ สิ่งที่เราได้อย่างเด่นชัดคือความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ได้รู้จักอาชีพใหม่ๆ พลิกผืนดินเปล่าให้กลายเป็นสินทรัพย์ และขยายแนวคิดนี้ไปสู่หมู่บ้านอื่น และในปี 2556 โครงการ Plan W ของบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) ก็เข้ามาร่วมส่งเสริมให้ความรู้ด้านการลงทุนเพิ่มเติม” ผู้ใหญ่บ้านหญิง กล่าว
การรวมตัวกันของผู้หญิงก่อให้เกิดพลังบวกแบบใหม่ ก่อให้เกิดปราชญ์ชาวบ้านผู้หญิงที่รู้ลึกในสิ่งที่ทำมาตลอดชีวิต และถ่ายทอดให้กับผู้หญิงรุ่นต่อไปในหมู่บ้าน
ละเอียด แมลงผึ้ง วัย 72 ปี ปราชญ์ชุมชนด้านการทอผ้าไหม บอกว่า ตลอดชีวิตของเธอทอผ้ามาตลอดตั้งแต่เป็นสาว แต่ทำในครัวเรือนเล็กๆ ปลูกหม่อนแต่น้อย แต่เมื่อมีการรวมตัวกันของกลุ่มพลังสตรีแล้ว เธอก็รู้สึกเป็นคนสำคัญที่ได้ถ่ายทอดความรู้ที่มีให้กับคนอื่นๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และการทอผ้า ทำให้อุ่นใจว่าลายผ้าที่เคยทอจะยังคงอยู่
เนตรนภา พยัคฆา วัย 38 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มพลังสตรีหนองตาเข้ม ใช้พื้นที่ว่างทำเป็นแปลงดอกดาวเรือง สีดอกสวยชื่นตา และรายได้ที่ตอบกลับมาก็ทำให้ชื่นใจ “จากที่เราปลูกผักเพื่อกินอย่างเดียว กลุ่มส่งเสริมพลังสตรีเข้ามาช่วยทำความเข้าใจ และทำให้เรามองเห็นศักยภาพของตัวเอง ถ้าไม่มีเงินลงทุนเขาก็มีกองทุนให้กู้ยืมก่อน ตอนนี้เราคล่องตัวขึ้น รายได้ต่อปีจากสองหมื่นบาทตอนนี้ได้หนึ่งแสนบาทต่อปี”
ตอนนี้กลุ่มสตรีหนองตาเข้ม กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ เป็นศูนย์กลางการอบรมให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรของบุรีรัมย์ โดยมีแขกเหรื่อจากต่างถิ่นแวะมาขอคำแนะนำไม่ขาดสาย เพื่อขอความรู้เรื่องการปลูกมะนาวนอกฤดู การทำบัญชีครัวเรือน การปลูกพืช
“ปัจจุบันชุมชนหนองตาเข้มมีโอกาสต้อนรับสมาชิกชุมชนอื่นๆ ที่มาดูงานกับเรามากขึ้น ซึ่งพวกเราทุกคนรู้สึกยินดีมากที่เป็นหนึ่งในพลังจุดประกายให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาสร้างมูลค่าให้ตัวเอง จากแม่บ้าน อยู่บ้านเฉยๆ พอเรามีหน้าที่ในการขับเคลื่อนผลักดันเศรษฐกิจครัวเรือน เราก็จะกลายเป็นที่ยอมรับ ผู้หญิงบ้านหนองตาเข้มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำได้ แม้ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ก็สามารถสร้างคุณค่าให้ตัวเองและคนรอบข้างได้ อยากให้ผู้หญิงแข็งแกร่งและดูแลตัวเองได้ค่ะ” ผู้นำสตรีหมู่บ้านหนองตาเข้มทิ้งท้าย







