posttoday
วิธีป้องกันดูแลสุขภาพช่วงฤดูฝนในประเทศไทย

วิธีป้องกันดูแลสุขภาพช่วงฤดูฝนในประเทศไทย

19 กรกฎาคม 2557

โดย...แพทย์จีน อู๋ลี่ฉวิน แปล แพทย์จีนต้นสกุล สังข์ทอง คลินิกหัวเฉียวแพทย์จีน

โดย...แพทย์จีน อู๋ลี่ฉวิน แปล แพทย์จีนต้นสกุล สังข์ทอง คลินิกหัวเฉียวแพทย์จีน

กรุงเทพฯ นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศร้อน แทบเรียกได้ว่าร้อนเกือบแทบตลอดปี ในหนึ่งปีนั้นเดือนที่สบายที่สุดคือ เดือน ธ.ค. ซึ่งอุณหภูมิค่อนข้างต่ำที่ประมาณ 17 องศาเซลเซียส ส่วนเดือน เม.ย.-พ.ค.นั้น เป็นช่วงที่อากาศร้อน อุณหภูมิสูงที่ประมาณ 38 องศาเซลเซียส ดังนั้นในทุกๆ ปี ฤดูร้อนของประเทศไทยจึงอยู่ที่เดือน ก.พ.-เม.ย. เป็นหลัก ซึ่งสภาพอากาศค่อนข้างร้อน แห้ง อุณหภูมิคงที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส ส่วนช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. จะเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งปริมาตรฝนคิดเป็น 85% ของน้ำฝนทั้งหมดในหนึ่งปี

ฤดูฝนในกรุงเทพฯ นั้น อุณหภูมิจะคงที่อยู่ในช่วง 27-28 องศาเซลเซียส โดยในเดือน มิ.ย. ปริมาณฝนจะค่อนข้างเยอะจนค่อยๆ ลดลงในช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งในช่วงนี้จะมีฝนตกชุกตลอด ส่งผลให้ความกดอากาศต่ำ ก่อให้เกิดความชื้นในบรรยากาศ ซึ่งส่วนใหญ่ความชื้นมักเกิดขึ้นได้ง่ายจากฝนที่ตกชุกตลอดวัน มีฟ้าร้อง โดยสภาพความชื้นเหล่านี้จะมีไอความชื้นซึ่งถือเป็นเชื้อโรคในทางแพทย์แผนจีน ซึ่งจะบุกรุกเข้าสู่ร่างกายโดยมักจะผ่านทางการรับประทานอาหารเข้าสู่ลำไส้ ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ง่าย ดังนั้นจึงพบผู้ป่วยเป็นโรคลำไส้ติดเชื้อเฉียบพลันและอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง ท้องเสีย หรือก่อให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบ (eczema) ได้

ฤดูฝนเกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์อย่างไร?

มีผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ว่า ขณะช่วงที่อุณหภูมิกำลังขึ้นสูงนั้น มีผู้คนจำนวนมากไม่สามารถคุมตนเองได้ รู้สึกหงุดหงิดไม่สงบ และในทางกลับกัน หากเราเจอสภาพอากาศที่ความกดอากาศต่ำ ร่างกายของเราจะได้รับผลกระทบในด้านความดันโลหิต ความเข้มข้นของเลือด ปริมาตรปัสสาวะในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อเซลล์ในร่างกายที่ทำให้เปลี่ยนแปลง จนทำให้ง่ายต่อการเกิดโรคได้ อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญยังได้พบว่า มีกลุ่มคนอยู่ 1 ใน 3 ที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศมากกว่าและเร็วกว่าคนปกติทั่วไป โดยในสภาพอากาศชื้นจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นไมเกรน แผลหนองในกระเพาะอาหาร โรคหลอดเลือดสมอง รวมไปถึงโรคผิวหนังต่างๆ ในทางการแพทย์จึงนับว่าเป็น “กลุ่มอาการโรคที่เกิดจากสภาพอากาศ” อีกทั้งช่วงฤดูฝนยังก่อให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ง่ายอีกด้วย

ความชื้นในทางแพทย์แผนจีน

ในทางการแพทย์แผนจีนได้กล่าวว่า ร่างกายของมนุษย์คือ ความสมดุลระหว่างภายในและปัจจัยภายนอกรวมกัน การที่ร่างกายมนุษย์ขาดความสมดุลนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรค ซึ่งปัจจัยมีอยู่ด้วยกันนานัปการ ยกตัวอย่างเช่น สภาพอากาศที่ผิดเพี้ยนไป สภาพจิตใจ อาหารการกิน การบาดเจ็บ แมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น ซึ่งแพทย์แผนจีนจะจัดเข้าอยู่ในปัจจัยทั้งหก คือ ลม ความหนาว ลมแดด ความชื้น ความแห้ง ความร้อน สาเหตุทั้งหมดหกประเภทด้วยกันที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ โดยทั่วไปมันก็คือสภาพอากาศบนพื้นโลกทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ ไม่ส่งผลเสียต่อมนุษย์ เรียกว่าสภาพลมปราณทั้งหก แต่เมื่อสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงและไม่คงที่ สภาพลมปราณทั้งหกที่อยู่ในบรรยากาศจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงมากน้อยต่างกัน หรือเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ประกอบกับช่วงที่เรามีภูมิคุ้มกันน้อยหรืออ่อนแออยู่เป็นทุนเดิม สภาพลมปราณทั้งหกนี้จะกลายเป็นผู้ร้ายและเปลี่ยนเป็นปัจจัยก่อโรคทั้งหกแทน ซึ่งช่วงฤดูฝนนี้คือช่วงที่มีความชื้นสะสมมากที่สุดในรอบหนึ่งปี

ความชื้นก่อโรคคืออะไร

ความชื้นก่อโรค คือ กลไกการก่อโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากความชื้นที่สะสมอยู่ในร่างกายมนุษย์จนถึงจุดที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถต้านทานได้จนก่อให้เกิดโรค ความชื้นก่อโรคนี้ถือเป็นหยินในร่างกาย มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่มีความหนักหน่วง เหนียวยึดเกาะสิ่งต่างๆ มีทิศทางการเคลื่อนไหวลงล่างเป็นจุดเด่น ซึ่งชอบทำลายม้ามในร่างกายมนุษย์ในช่วงต่อระหว่างฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ผลิมักจะก่อให้เกิดความชื้นได้ง่าย โรคที่เกิดจากความชื้นสังเกตได้จากการที่มักจะมีความรู้สึกหนักหน่วง ที่พบบ่อยคือเป็นไข้หวัดแบบร้อนชื้นในทางแพทย์จีน ซึ่งผู้ป่วยนอกจากอาการของไข้หวัดแล้ว ยังมีอาการเวียนศีรษะ แขนขาหนัก เป็นต้น อีกทั้งลักษณะเหนียวยึดเกาะ ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการติดขัดในระบบต่างๆ ของร่างกาย ยังทำให้เกิดโรคเรื้อรัง รักษาหายช้า ที่พบบ่อยคือ โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ที่เป็นๆ หายๆ รักษาให้หายขาดยาก รวมถึงลักษณะมีทิศทางการเคลื่อนไหวลงล่าง ซึ่งมักพบในบริเวณส่วนล่างของร่างกาย เช่น แผลผิวหนังอักเสบ บวมน้ำ โรคบริเวณช่วงล่างขาต่างๆ เป็นต้น

ความชื้นก่อโรค สามารถแบ่งประเภทเป็น

1.ความชื้นภายนอก : คือความชื้นที่เข้ามากระทบจากภายนอก เช่น ที่อยู่อาศัยอับชื้น สภาพอากาศชื้น ผู้หญิงที่ใกล้ช่วงมีประจำเดือน แล้วถูกฝนหรืออากาศเย็นกระทบ เหมือนที่แพทย์จีนเรียกว่าได้รับความเย็นกระทบร่างกาย หรือหลังคลอดบุตร ร่างกายอ่อนแอ มดลูกไม่แข็งแรง ไม่ดูแลเรื่องสุขอนามัย จะทำให้ความชื้นเหล่านี้เกิดการสะสมที่มดลูกได้ง่าย จนเกิดเป็นพิษจากความชื้นในที่สุด

2.ความชื้นภายใน : คือความชื้นที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเอง การรับประทานอาหารต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ในทางแพทย์แผนจีน อวัยวะม้ามจะเป็นตัวขับเคลื่อนสารอาหารที่ได้รับ เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากร่างกายมีภาวะม้ามพร่อง ไม่สามารถลำเลียงสารต่างๆ ได้ ก็จะทำให้สารอาหารเหล่านั้นตกค้างจนกลายเป็นความชื้นในที่สุด อวัยวะไตก็มีส่วนช่วยในการขับน้ำปัสสาวะเช่นกัน ซึ่งหลักกลไกทางแพทย์จีนคืออาศัยหยางของไตในการขับเคลื่อน หากหยางของอวัยวะไตไม่พอ ก็จะทำให้น้ำคั่งค้างในร่างกายเกิดเป็นความชื้นได้เช่นกัน เมื่อสั่งสมเป็นเวลานาน ความชื้นนี้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นความร้อน จนกลายเป็นภาวะร้อนชื้นในที่สุด

ลักษณะอาการที่บ่งบอกว่าคุณมีความชื้นสะสม

1.ในขณะตื่นนอนตอนเช้าทุกวันหากท่านรู้สึกอ่อนเพลีย มีอาการมึนงง รู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า หรือรู้สึกเหมือนสวมเสื้อที่เปียกฝนมา ร่างกายไม่กระฉับกระเฉง ไม่มีความยืดหยุ่น แสดงว่าท่านมีความชื้นสะสมอยู่ในร่างกายแน่นอน

2.หากช่วงไหนที่ท่านเข้าห้องน้ำถ่ายอุจจาระ ให้ลองสังเกตอุจจาระของท่านสักนิดว่าลักษณะของมันเหนียวจนติดชักโครกหรือไม่ หากกดน้ำครั้งแรกแล้วยังติดอยู่ที่ตัวชักโครก หรือเมื่อใช้กระดาษชำระทำความสะอาดแล้วต้องใช้จำนวนมากเป็นพิเศษก็อาจบ่งบอกได้ว่าท่านมีความชื้นสะสมอยู่

3.หลังจากทำความสะอาดช่องปากแล้ว ให้ลองสังเกตดูลิ้นของท่านสักนิด ทางการแพทย์แผนจีนกล่าวว่า “ลิ้นถือเป็นการตรวจดูหัวใจอย่างหนึ่ง และยังตรวจถึงสภาพม้ามได้อีกด้วย” หากท่านมองเห็นลิ้นของท่านเป็นฝ้าหนาๆ เกาะบริเวณลิ้น ออกสีเหลืองและเหนียวเหมือนน้ำมัน แสดงว่าร่างกายของท่านมีความร้อนชื้นสะสมอยู่

4.ลองสังเกตว่าขณะแปรงฟันมีอาการคลื่นไส้หรือไม่

5.หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ที่ขาและบริเวณท้องมีอาการรู้สึกปวดเมื่อย หน่วงๆ หรือไม่

หมายเหตุ : เอกสารนี้เป็นลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของหัวเฉียว แพทย์จีน ใช้เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานความรู้แก่ประชาชน ห้ามมิให้คัดลอกในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตทุกกรณี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท