posttoday
ผู้ใจบุญแห่งเอเชีย

ผู้ใจบุญแห่งเอเชีย

19 กรกฎาคม 2557

นิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ฉบับเดือน ก.ค. 2557 ได้ยกย่อง 48 ผู้ใจบุญจาก 12 ประเทศ

นิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ฉบับเดือน ก.ค. 2557 ได้ยกย่อง 48 ผู้ใจบุญจาก 12 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดย 4 ใน 48 ผู้ใจบุญฉบับเอเชียและแปซิฟิกคราวนี้ เป็นคนไทยที่หลายคนรู้จัก อันได้แก่ วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริษัท อมตะ โฮลดิ้ง บุญชัย เบญจรงคกุล ผู้ก่อตั้ง บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น บุญชู ตรีทอง อดีตนักการเมือง และอดีตซีอีโอ บริษัท สิรินเทคโนโลยี และทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดีที บุตรสาวคนสุดท้องของธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งซีพี@weekly มีโอกาสพูดคุยกับ 2 ใน 4 ผู้ใจบุญของไทยถึงผลงานที่อุทิศให้กับสังคมจนได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ใจบุญแห่งเอเชีย

วิกรม กรมดิษฐ์

อมตะ คาสเซิล สานงานศิลป์

วิกรม กรมดิษฐ์ หนุ่มโสดวัย 61 ปี นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน และประธานมูลนิธิอมตะหนึ่งในเศรษฐีไทยใจบุญจากฟอร์บส์ เอเชีย เขาได้บริจาคเงินส่วนตัวเกือบ 2,000 ล้านบาท ให้มูลนิธิอมตะเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การศึกษา และวัฒนธรรม

ในจำนวนนี้กว่า 1,000 ล้านบาท ถูกใช้ในโครงการ “อมตะ คาสเซิล” หรือปราสาทอมตะ ที่ “วิกรม” ก่อสร้างเสร็จแล้วและกำลังอยู่ในระหว่างตกแต่งภายใน คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ เพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ “อมตะ คาสเซิล เป็นบ้านของผม จะมีขนาดใหญ่กว่าโรงแรม ที่ต่อไปจะยกให้ชาวบ้านไปใช้”

วิกรม ตั้งใจไว้ว่าชั้นบนของ อมตะ คาสเซิล จะเป็นที่อยู่ของพี่น้องตระกูลกรมดิษฐ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่มูลนิธิอมตะ ส่วนชั้นล่างจะเป็นพื้นที่พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ที่รวบรวมงานศิลปะของศิลปินที่มูลนิธิคัดเลือกมาจัดสรรเป็นห้องที่ศิลปินและครอบครัวจะได้กรรมสิทธิ์โดยไม่เสียเงินสักบาท และหากมีรายได้จากภาพในห้องนั้น มูลนิธิจะปันผลประโยชน์ให้ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้

“ตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับยุคทางศิลปะ เพราะพอมีเราก็ขาย พอศิลปินตายเราก็ไม่เห็นผลงาน”

แนวคิดของเขาคือ เมื่อมี “อมตะ อาร์ต อวอร์ด” ก็ควรมี “อมตะ คาสเซิล” เกื้อหนุนกัน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการดำเนินการมานานนับ 10 ปีแล้ว ที่ให้รางวัลศิลปินและนักเขียนที่ชนะเลิศ “อมตะ อาร์ต อวอร์ด” เปรียบเสมือนหน่วยงานที่ค้นหาศิลปินให้ “อมตะ คาสเซิล” สุดหรู ที่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและช็อปปิ้งงานศิลป์ชั้นดีของทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดธุรกิจที่จะตามมาอีกหลายรูปแบบในอนาคต ต่อไปก็จะมีรางวัลให้ครูและตำรวจที่ทำความดี มีผลงาน

“วิกรม” กล่าวว่า ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อเตรียมการให้ทั้งมูลนิธิและบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน อยู่ได้ด้วยตัวเอง เผื่อวันหน้าที่ไม่มีเขา

“ทุกอย่างสร้างจากเงินส่วนตัวของผม พอไปถึงจุดหนึ่งต้องสานต่อด้วยระบบเองเหมือนบริษัทผม ต่อไปมูลนิธิต้องเปลี่ยนไปเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ผมเชื่อว่าความเป็นองค์กรจะเป็นอมตะกว่าคน”

วิกรม บอกว่า เตรียมการไว้ว่าถ้าจากโลกนี้ไปจะยกทรัพย์สมบัติส่วนตัวทั้งหมดเข้ามูลนิธิเพื่อบำเพ็ญประโยชน์โดยมูลนิธิมีคณะกรรมการดูแล สำหรับบรรดาน้องและหลานนั้นจะอยู่ในส่วนของบริษัท กรมดิษฐ์ โฮลดิ้ง

ปัจจุบัน วิกรม ได้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนและใช้ชีวิตอย่างสงบที่ดงกุฎาคาร เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

บุญชู ตรีทอง

มหาวิทยาลัยเพื่อคนท้องถิ่น

ผู้ใจบุญจากฟอร์บส์ เอเชีย อีกราย คือ บุญชู ตรีทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ฟอร์บส์ ระบุว่า เขาได้มอบทรัพย์สินกว่า 25% เพื่อการศึกษา โดยในปีที่ผ่านมาได้บริจาคเงินจำนวน 100 ล้านบาท แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างอาคารเรียนรวม 5 ชั้น และในอดีตยังเป็นผู้บริจาคที่ดินใน จ.ลำปาง เพื่อก่อสร้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง วิทยาเขตแห่งแรกในภาคเหนือ

บุญชู เปิดเผยกับ @weekly ถึงเหตุที่ทุ่มเงินเพื่อการศึกษาให้กับชาวลำปางว่า จ.ลำปาง ในอดีตยังขาดโอกาสทางการศึกษาจากสถานศึกษาชั้นนำที่ไม่มีอยู่ในพื้นที่ นักเรียนและนักศึกษาส่วนใหญ่จะต้องเดินทางไปยังเมืองหลวงของไทยหรือขึ้นไปเชียงใหม่เพื่อศึกษาเล่าเรียน จึงมีแนวคิดที่จะดึงสถานศึกษาระดับรั้วมหาวิทยาลัยเข้ามาตั้งในพื้นที่ลำปาง โดยได้ประสานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์ ให้มาเปิดสาขา เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้มาถึงภูมิภาค

สำหรับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 364 ไร่ อ.เมือง จ.ลำปาง บุญชู บอกว่า ได้เป็นผู้สนับสนุนที่ดินให้ พร้อมมอบงบประมาณสร้างอาคารเรียนโดมหลังแรก มูลค่า 62 ล้านบาท และให้ศูนย์ลำปางแห่งนี้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปัจจุบันนี้ กว่า 22 ปีแล้ว นับเป็นความดีใจและภาคภูมิใจที่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาที่ทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้

นอกจาก บุญชู จะบริจาคที่ดินและเงินตั้งต้นในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยแล้ว ยังได้มอบเงินส่วนตัวอีก 100 ล้านบาท ในการสนับสนุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรองรับหลักสูตรใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปจัดสร้างอาคารเรียนรวม 5 ชั้น เพื่อรองรับนักศึกษาที่จะเข้าเรียนอีกกว่า 1,000 คน ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2558

“ผมมุ่งหวังส่งเสริมการศึกษาเพื่อลูกหลานชาวลำปาง โดยไม่นึกถึงประโยชน์ส่วนตน เพราะลูกหลานชาวลำปางยังขาดโอกาสที่จะเข้าเรียนต่อในระดับรั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีคุณภาพ ผมคงไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังเตรียมมอบทุนการศึกษาเพื่อต่อยอดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระบบการศึกษา ให้เกิดความเข้มแข็ง การก้าวในระบบการส่งเสริมการศึกษาต่อไป คือ จะตั้งกองทุนสนับสนุนการศึกษา เพื่อมีทุนการศึกษาให้ผู้จบการศึกษาของรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปศึกษาเล่าเรียนในระดับที่สูงขึ้น ทั้งปริญญาโทและเอก และมีเงื่อนไขที่จะต้องกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปางต่อไป” บุญชู กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับเศรษฐีผู้ใจบุญของไทยอีก 2 ราย ที่ได้รับการยกย่องจาก ฟอร์บส์ เอเชีย ในครั้งนี้ได้แก่ ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดีที เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้ดำเนินงานมูลนิธิพุทธรักษา ที่มีภารกิจหลักคือการช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาและพัฒนาทางด้านความคิดและจิตใจผ่านทางพระพุทธศาสนาควบคู่กัน เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เติบโตเป็นคนดีของสังคม มีจิตสำนึกที่จะกลับไปช่วยเหลือคนอื่นต่อไป

ขณะที่ บุญชัย เบญจรงคกุล ผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น เจ้าของพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยที่ใช้เงินก่อสร้างมากกว่า 200 ล้านบาท ถือเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดของไทย มีการจัดนิทรรศการศิลปะไทยร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุด และต้องใช้เงินทุนมากกว่า 32 ล้านบาท/ปี ในการบำรุงรักษาและจ้างพนักงาน

เรื่อง...

5 มหาเศรษฐีโลกผู้ใจบุญ

1. วอร์เรน บัฟเฟตต์ 3.07 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

บัฟเฟตต์ ประธานบริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐและเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของศตวรรษที่ 20 ทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (วีไอ) ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ ยังได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดมหาเศรษฐีใจบุญและได้บริจาคเงินส่วนใหญ่กว่า 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับมูลนิธิบิล เกตส์ เพื่อใช้กำจัดความยากจน พัฒนาการศึกษา สาธารณสุข และการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ

2.บิล เกตส์ 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

บิล เกตส์ อดีตผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ป ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกและรั้งตำแหน่งอภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกตั้งแต่กลางทศวรรษ 19902009 ทั้งนี้ เกตส์ เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิที่จัดทำงานวิจัยเพื่อรักษาโรคเอดส์ พัฒนาระบบสาธารณสุขและการศึกษาทั่วโลก

3.ลีกาชิง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

เจ้าของกิจการท่าเรือตู้สินค้าและกิจการค้าปลีกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงรั้งตำแหน่งประธานบริษัท ฮัทชิสัน วัมเปา และเฉิง กง โฮลดิ้งส์ โดยในฮ่องกง ลีกาชิง ได้รับการยกย่องให้เป็นอภิมหาเศรษฐีเชื้อสายเอเชียที่ร่ำรวยที่สุด มีทรัพย์สินสุทธิกว่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในด้านการกุศล ลีกาชิง ได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาเศรษฐีที่ใจบุญมากที่สุดคนหนึ่งอีกด้วย แต่ละปี ลีกาชิง บริจาคเงินกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับพัฒนาการศึกษาและสุขภาพ

4.จอร์จ โซรอส 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลสัญชาติอเมริกันฮังกาเรียน และรั้งตำแหน่งผู้บริหารกองทุน โซรอส ฟันด์ แมเนจเมนต์ ในแวดวงธุรกิจ ชื่อของ โซรอส โด่งดังเป็นที่รู้จักหลังสามารถทำกำไรนับพันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงวิกฤตค่าเงินในสหราชอาณาจักรช่วงยุค 90 ขณะเดียวกัน โซรอส ยังเป็นที่รู้จักในฐานะความใจบุญโดยเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในแนวคิดเสรีนิยมทางการเมืองและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงหน่วยงานที่ต่อสู้เพื่อการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และสังคม

5.อซิม เปรมจี – 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ผู้บริหารของไวโปร บริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำของอินเดีย และเป็นเจ้าของกองทุนหุ้นเปรมจีอินเวสต์เมนต์ เพื่อใช้หมุนเวียนพอร์ตส่วนตัวซึ่งมีมูลค่านับพันล้านเหรียญสหรัฐ ในด้านความใจบุญ เปรมจี ได้รับการยอมรับว่ามีไม่อั้นเช่นกัน โดย เปรมจี ยังได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและการศึกษาของประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท